บิ๊กSIRI แนะรัฐเปิดกว้างดันสินทรัพย์ดิจิทัล สร้างผลเชิงบวก ดึงนักลงทุนต่างชาติพักระยะยาว

“เศรษฐา ทวีสิน”ยันกฎ ก.ล.ต.ห้ามรับชำระค่าสินค้า-บริการด้วย Cryptocurrency ไม่มีผลกระทบ ลูกค้าใช้ซื้อเพียง 13 ราย มูลค่า 70 ล้านบาท ส่วนใหญ่ยังใช้เงินสด-สินเชื่อจากสถาบันการเงิน ขณะที่ “SIRI Hub Token”จัดอยู่ในกลุ่ม Investment Token มีหน่วยงานกำกับรับรอง-สนับสนุนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการลงทุน ระบุจำต้องทำทุกอย่างตามกฎเกณฑ์ แต่อยากเห็นการผลักดันสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างคล้าย Phuket Sandbox หวังดึงนักลงทุน-ท่องเที่ยว พักอาศัยระยะยาว โอดภาพรวมตลาดอสังหาฯปี65 ยังเหนื่อย กำลังซื้อหดตัวชัดเจน เป็นปัจจัยสำคัญที่มีความท้าทายในการทำธุรกิจปีเสือ
นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแสนสิริ จำกัด(มหาชน) หรือSIRI เปิดเผยว่า จากการที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ได้ออกมาไม่ให้มีการรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วย Cryptocurrency นั้น ในส่วนของบริษัทฯไม่ได้รับผลกระทบต่อการขายที่อยู่อาศัยแต่อย่างใด  ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมของแสนสิริยังคงใช้เงินสดและสินเชื่อจากสถาบันการเงินในการซื้อเป็นส่วนใหญ่ และในส่วนของ SIRI Hub Token จัดอยู่ในกลุ่มของ Investment Token ที่หน่วยงานกำกับมีการรับรองและสนับสนุนเพื่อเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการลงทุน

โดยที่ผ่านมาที่บริษัทมีการเปิดรับชำระค่าบ้านและคอนโดมิเนียมด้วย Cryptocurrency นั้น มีลูกค้าที่เข้ามาซื้อและชำระค่อนข้างน้อยมากประมาณ 13 ราย จากที่ลงชื่อมา 25 ราย ที่ใช้ Cryptocurrency ชำระการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม มูลค่ารวมของลูกค้าที่ใช้ Cryptocurrency ชำระเข้ามา 13 ราย อยู่ที่ 70 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับยอดขายของบริษัทที่ 30,000 ล้านบาท แต่หลังจากที่กฎเกณฑ์ควบคุมจากหน่วยงานกำกับออกมา การชำระ Cryptocurrency ในการซื้อที่อยู่อาศัยของบริษัทก็คงทำไม่ได้แล้ว

“ผมอาจจะข้อแย้งหน่วยงานที่ออกกฎมา ที่เขาบอกว่าไม่มีใครยอมรับและทำการชำระด้วย Cryptocurrency แต่จริงๆแล้วมีและเกิดขึ้นจริง แต่ยังอาจจะไม่เกิดความแพร่หลายมาก ซึ่งอะไรที่หน่วยงานกำกับออกมาบังคับ เราก็ยินดีที่จะต้องทำตามกันไป” นายเศรษฐา กล่าว

อย่างไรก็ตามสิ่งที่บริษัทอยากเห็นการผลักดันสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยนั้นอยากเห็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างให้กับทุกภาคส่วนในประเทศมากกว่า ไม่จำกัดเฉพาะในด้านการลงทุนที่เน้นสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเพื่อการลงทุนเพื่อการซื้อขายเก็งกำไรที่กลุ่มนักลงทุนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่อยากให้ภาครัฐมีการผลักดันโดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการดึงดูดการลงทุนและการท่องเที่ยวเข้ามา โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจหรือมีการลงทุนเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลให้เข้ามาพักอาศัยระยะยาวในประเทศไทย ซึ่งทำคล้ายกับรูปแบบของ Phuket Sandbox ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง เช่น ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจอาหาร ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างาน สร้างอาชีพมากขึ้น

ขณะเดียวกันในส่วนของการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลของภาคธุรกิจนั้นมองว่าอยากให้คำนึงถึงประโยชน์ระยะยาวแก่บริษัทและลูกค้าของธุรกิจเป็นหลัก ไม่อยากให้เป็นการลงทุนตามแฟชั่น แม้ว่าปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของแสนสิริฯจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลค่อนข้างดี แต่บริษัทจะมีการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวให้เกิดคุณค่ากับลูกค้าและบริษัทในระยะยาวมากที่สุด เช่น การศึกษาในเรื่อง NFT ที่บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษา ในการมองหาแนวทางในการนำมาใช้ในด้านการตลาดและสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของแสนสิริ

สำหรับภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยอมรับว่ายังมีผลกระทบในเรื่องของกำลังซื้อที่มีค่อนข้างจำกัด และการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากมากขึ้น ซึ่งปัจจัยของกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน มีผลต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังต้องพึ่งพิงกำลังซื้อของคนในประเทศในการสร้างการเติบโตของธุรกิจ และจากปัจจุบันที่ภาวะเงินนเฟ้อและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ยิ่งเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมกำลังซื้อในประเทศเข้าไปอีก โดยที่ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งหาแนวทางในการแบ่งเบาภาระและลดค่าครองชีพให้กับคนในประเทศ ทำให้ทุกคนสามารถเดินหน้าไปต่อได้ และอยากให้หาแนวทางในการที่ร่วมมือกับธุรกิจ Non-Bank ในการหาแนวทางให้ธุรกิจดังกล่าวช่วยลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่กู้ยืม เพราะจากที่เห็นธุรกิจ Non-Bank ยังคงได้รับประโยชน์ที่มากในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้

“ยอมรับว่าการทำธุรกิจอสังหาฯในปีนี้ยังเหนื่อย จากกำลังซื้อที่หดตัวลงชัดเจน แม้ว่าคนอยากให้มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆที่อยู่ในที่อยู่อาศัย แต่ถามว่าคนส่วนใหญ่สามารถ Afford ได้หรือเปล่า และแบงก์ก็เริ่มปล่อยกู้ยากขึ้น ทำให้การทำอสังหาฯในปีนี้ยังต้องคิดอย่างรอบคอบ แม้ว่าแสนสิริฯจะมีการปรับตัวเร็ว แต่ปัญหากำลังซื้อก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีความท้าทายในการทำธุรกิจในปีนี้” นายเศรษฐา กล่าวในที่สุด

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง