FPIT ตั้งเป้า 5 ปี อัดเม็ดเงินลงทุน 5 หมื่นล้านบาท ขยายการลงทุนอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรมในไทย-ตปท.

 

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล อัดเม็ดเงินลงทุนปี 65 มูลค่า 10,000 ล้านบาท เดินหน้ารุกปรับเกมอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรมขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ “น่านน้ำสีม่วง” ชูยุทธศาสตร์ “เราพร้อม” และ “เราต่าง” (We are different) พลิกโฉมการพัฒนาอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรมสู่ยุคใหม่ ตั้งเป้าขยายพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการ เป็น 4 ล้านตารางเมตร ภายในปี 68 ตอกย้ำสถานะผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรม ทั้งในด้านการให้บริการโรงงาน-คลังสินค้าทุกรูปแบบ ระบุยังมีที่ดินสะสมพร้อมพัฒนาจำนวนมาก บนทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรม-โลจิสติกส์ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน คาด 5 ปี ใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 50,000 ล้านบาท
นายโสภณ ราชรักษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ FPIT เปิดเผยว่า ในปี 2565 นี้ บริษัทฯ จะต่อยอดความสำเร็จของกลยุทธ์ “น่านน้ำสีม่วง” ที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และเพิ่มขีดสามารถขององค์กรเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงหลังยุคโควิด-19 สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน นำเสนอจุดแข็งที่โดดเด่นและแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นอย่างชัดเจน ในปีนี้บริษัทฯมีแผนจะลงนามสัญญาพัฒนาอาคารอุตสาหกรรมใหม่ พื้นที่รวมกว่า 200,000 ตารางเมตร และยังมีลูกค้าในไปป์ไลน์ที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาอีกจำนวนมาก เนื่องจากความต้องการใช้พื้นที่อาคารโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก

นอกจากนี้ FPIT ยังเตรียมเปิดตัวเมกะโปรเจกต์อีก 2 โครงการ ได้แก่ เมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และ โลจิสติกส์-บิสเนสปาร์คขนาดเล็กใกล้เมือง ซึ่งจะกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยบริษัทฯ จะใช้ประสบการณ์และความชำนาญที่สั่งสมมายาวนานกว่า 30 ปี พร้อมกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่เป็นเลิศตามแนวคิดในการดำเนินธุรกิจของ FPIT ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่เอื้อให้ธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปได้อย่างไร้รอยต่อ หรือ Inspiring Seamless Business Solution Experience”

ปัจจุบัน พอร์ตโฟลิโออาคารอุตสาหกรรมของ FPIT มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยมีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น 3.1 ล้านตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC)ซึ่งยังมีโรงงานมาตรฐานและคลังสินค้าสำเร็จรูปพร้อมให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการพื้นที่แบบเร่งด่วน และในปีนี้จะขยายอาคารอุตสาหกรรมเพิ่มอีก 4 ทำเล คือ พระประแดง,บางพลี,บางปะกง และบางนา โดย FPIT ยังคงเป้าหมายในการขยายพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวมสู่ 4 ล้านตารางเมตร ภายในปี 2568 หรือ ตั้งเป้าขยายพื้นที่ 150,000-200,000 ตารางเมตรต่อปี

นอกจากการลงทุนในประเทศไทยแล้ว FPIT ยังใช้ประสบการณ์ที่มีเพื่อลงทุนในต่างประเทศ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2558 ที่บริษัทฯได้เริ่มเข้าไปลงทุนในธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าสำหรับเช่าในประเทศอินโดนีเซีย ปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 150,000 ตารางเมตร และล่าสุดเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา FPIT ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรม ที่เมืองบินห์เยือง ประเทศเวียดนาม ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าอย่างท่วมท้น จึงเตรียมเดินหน้าเปิดโครงการเฟส 2 เพิ่มเติมอีก 70,000 ตารางเมตร จึงจะทำให้บริษัทฯ มีพื้นที่เช่าให้บริการในประเทศเวียดนามรวมทั้งสิ้นกว่า 100,000 ตารางเมตร โดยการลงทุนในประเทศเวียดนามภายในระยะเวลา 2-3 ปีนี้ จะใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท

“FPIT มั่นใจว่าธุรกิจอาคารอุตสาหกรรมหลังยุคโควิด-19 และสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน แม้ว่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น แต่จะส่งผลดีต่อธุรกิจคลังสินค้าที่จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะจะมีลูกค้าต้องการฝากเก็บของอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหัวใจของธุรกิจการค้าระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค (New Center of Gravity) ทำให้บริษัทต้องเร่งปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในระยะสั้นเพื่อให้สามารถตอบรับกับความต้องการใหม่เหล่านี้ และต้องสามารถสร้างการเติบโตได้ในระยะยาว เคียงข้างกับลูกค้า พนักงาน พันธมิตร ตลอดจนชุมชนแวดล้อม และผลักดันให้บริษัทฯ เป็นหน่วยเศรษฐกิจที่สามารถขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้หลังภาวะวิกฤตโควิด (Post Covid-19) โดยเชื่อว่าทุกโครงการสำคัญของ FPIT จะเป็นต้นแบบของธุรกิจอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรม ที่จะส่งเสริมและผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมให้แก่ประเทศไทยต่อไป เราพร้อมเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เพื่อสร้างอนาคตของตน โดยภายในระยะเวลา 5 ปีนี้ คาดว่าจะใช้เม็ดเงินในการลงทุนประมาณ 50,000 ล้านบาท ” นายโสภณ กล่าวในที่สุด

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง