“สตอเรจ เอเชีย” ส่ง i-StoreGo เดินหน้าให้บริการเช่าห้องเก็บของส่วนตัวแบบครบวงจร

“ภักดี อนิวรรตน์” ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง “สตอเรจ เอเชีย” วางแผนเติบโต เพิ่มสาขาบริการ พร้อมส่ง i-StoreGo แพลตฟอร์มบริการใหม่แบบ Door to Door เข้ามาหวังบริการครบวงจรต่อยอดธุรกิจ หลังตลาดบริการให้เช่าห้องเก็บของและทรัพย์สินส่วนตัวในไทยเติบโต 200-300% ระบุแนวโน้มตลาดยังขยายตัวได้อีกมาก สาเหตุมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนยาก3 ปัจจัยเป็นตัวเร่ง พื้นที่อยู่อาศัยเล็กลง, work from home จากพิษโควิด-19, คนฮิตทำธุรกรรมผ่านออนไลน์

นายภักดี อนิวรรตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด บริษัทที่ให้บริการให้เช่าห้องเก็บของและทรัพย์สินส่วนตัวระดับพรีเมี่ยมของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “i-Store” เปิดเผยว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีที่บริษัท สตอเรจ ฯ เปิดให้บริการให้เช่าห้องเก็บของนอกบ้านส่วนตัวภายใต้แบรนด์ i -Store Self Storage พบว่าธุรกิจนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของบริษัทสตอเรจฯ และของผู้ประกอบการรายอื่นๆที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งเห็นได้จากการลงทุนขยายพื้นที่เก็บของและทรัพย์สินรวมกันของผู้ประกอบการ 4-5 รายจาก 5,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) เพิ่มเป็น 20,000 ตารางเมตร และมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยมากกว่า 80%

“ ดูจากการขยายพื้นที่เก็บของของผู้ประกอบการแต่ละรายแล้ว ผมว่าโดยรวมตลาดน่าจะเติบโต 200-300% และแนวโน้มตลาดยังโตได้อีกมาก ” นายภักดี กล่าวย้ำ

พร้อมกันนี้ นายภักดี ยังกล่าวให้ความเห็นถึงเหตุผลที่มาสนับสนุนให้ธุรกิจให้บริการให้เช่าห้องเก็บของและทรัพย์สินส่วนตัวขยายตัวต่อเนื่องมาจากปัจจัยหลัก คือ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ดังนี้

1 . พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ตามพื้นที่ที่อยู่อาศัยที่จำกัดหรือมีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่เล็กลง โดยเฉพาะ
ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม โดยลูกค้าที่อาศัยอยู่ในคอนโดฯจะเป็นกลุ่มหลักที่มาใช้บริการของบริษัท สตอเรจฯ
ซึ่งก็มีทั้งลูกค้ารายบุคคล และ เป็นลักษณะ Co-Promotion ร่วมกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

2. พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนหรือปรับตัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้บริโภคทั้งที่อาศัย
อยู่บ้านหรืออยู่คอนโดฯต้องการพื้นที่ work from home ทำให้ต้องการพื้นที่สำหรับเก็บสิ่งของและทรัพย์สินนอกบ้านเพิ่ม

3. การเติบโตของตลาดE-Commerce (อีคอมเมิร์ซ) หรือธุรกิจซื้อ-ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่สต็อกสินค้า
เปิดตัวเพลตฟอร์ม i-StoreGo เสริมบริการให้เช่าพื้นที่เก็บของนอกบ้านที่ไม่ต้องออกจากบ้าน

ด้วยเพราะมองแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่องของตลาดหลังจาก บริษัท สตอเรจ ฯ เปิดให้บริการให้เช่าห้องเก็บของนอกบ้านส่วนตัวระดับพรีเมียมด้วยโลเคชั่นใจกลางเมืองภายใต้แบรนด์ i-Store Self Storage เพื่อแก้ปัญหาสำหรับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่อาศัยอยู่ในคอนโดฯ ที่ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บสิ่งของ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องมาทำงานทั้ง Expat และ workcation ซึ่งตอนนี้แนวโน้มจำนวนชาวต่างชาติเริ่มกลับมา ประกอบกับก้าวเข้าสู่ ปีที่ 5
ที่ก่อตั้งบริษัท สตอเรจฯ ดังนั้น จึงได้เตรียมความพร้อมรองรับการบริการลูกค้าและการเติบโตของบริษัท สตอเรจฯ
ทั้งในรูปแบบ ขยายสาขาหรือเพิ่มจุดบริการ และ เปิดแพลตฟอร์มบริการใหม่เข้ามาเพื่อให้บริการครบวงจร

การเปิดแพลตฟอร์มบริการใหม่เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจนั้น ล่าสุด ได้เปิดตัวเพลตฟอร์ม i-StoreGo
เสริมบริการให้เช่าพื้นที่เก็บของนอกบ้านที่ไม่ต้องออกจากบ้านแบบครบวงจรผ่านระบบการจัดการออนไลน์ เจ้าหน้าที่
เป็นผู้ไปรับและส่งคืนสิ่งของถึงบ้านของลูกค้าแบบ Door to Door โดยทีม i-StoreGo เป็นผู้จัดการและจัดเก็บรักษาสิ่งของของลูกค้า ลูกค้าสามารถเรียกของคืนได้เพียงเลือกสิ่งของที่ต้องการ เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการส่งคืนให้กับลูกค้าตาม Concept “Cloud storage but for your stuff” โดยตั้งเป้ายอดผู้ใช้บริการในปี 2565 นี้ประมาณ 1,000 ราย และในปี 2566 ตั้งเป้าเพิ่ม
เป็น 3,000 ราย

พร้อมกันนี้ นายสเตฟาโน คาสสิโอ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของi-StoreGo ว่าเกิดจากการเล็งเห็นความต้องการของลูกค้าในช่วงที่ผ่านมาที่ต้องการจัดระเบียบบ้านให้พร้อมสำหรับการทำงาน และการรีโนเวทบ้าน แต่ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้ i-StoreGo จึงพัฒนาบริการนี้เพื่อตอบโจทย์
ผู้ที่ต้องการเก็บของ

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถเลือกเก็บของชิ้นเล็กตั้งแต่ เอกสาร หนังสือ รองเท้า ของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า จักรยาน ถุงกอล์ฟ หรือ กระเป๋าเดินทาง ไปจนถึงของขนาดใหญ่ โดยสามารถเลือกการจัดเก็บเป็นขนาดตามความต้องการของลูกค้า โดยบริการนี้เจ้าหน้าที่ของ i-StoreGo จะเป็นผู้ดูแลทั้งเรื่องการแพ็ก การขนย้าย จัดเก็บ และส่งคืน ผ่านระบบการจัดการออนไลน์ด้วยบริการแบบ One stop service นี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการจัดเก็บของลูกค้าไปได้เยอะอีกด้วย

ขณะเดียวกัน นายภักดี ยังกล่าวด้วยว่า จากอัตราการเติบโตในการทำธุรกรรมออนไลน์ในประเทศไทยสูงขึ้น i-StoreGoจึงต่อยอดจากธุรกิจเดิมมาเป็นการให้บริการออนไลน์เพื่อรองรับลูกค้าได้กว้างขึ้นโดยไม่จำกัดจำนวน unit ในส่วนของการ disrupt กันในธุรกิจตนมองว่าเป็นการเสริมกันมากกว่า เพราะทำให้แบรนด์มีความแข็งแรงและยังสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้ามากขึ้น เพราะเมื่อของลูกค้าถูกจัดเก็บจะได้รับการดูแลและเอาใจใส่เป็นอย่างดี ภายใต้แบรนด์ i-Store ทั้งนี้ยังมองเห็นว่า i-StoreGo Door to Door Storage จะทำให้ธุรกิจมีความครบวงจรสามารถช่วยแก้ปัญหาและนำเสนอทางออกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าได้ และสามารถตอบโจทย์การใช้งานเมื่อลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปใช้มือถือกันมากขึ้น

i-StoreGo มีแผนขยายพื้นที่ให้บริการไปทั่วประเทศไทย และต่างประเทศในอีก 3-4 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะประเทศที่มีประชากรหนาแน่น เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งบริการดังกล่าวเหมาะกับผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย และต้องการความสะดวกสบายเป็นหลัก โดยเรียกใช้บริการผ่านทาง www.i-storego.com หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 093-128-3199

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง