ตลาดอสังหาฯโซน EEC สัญญาณฟื้นตัวไตรมาสแรกเปิดตัวใหม่มูลค่าหมื่นล้านบาท

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานภาพรวมสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 3 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา  พบว่าหลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ EEC หดตัวต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 4 ปี 2564  และเริ่มเห็นการฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยที่เสนอขายในพื้นที่ 3 จังหวัดช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 พบว่ามีจำนวน 63,892 ยูนิตมูลค่า 214,156 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการอาคารชุด 20,979 ยูนิต และบ้านจัดสรร 42,913 ยูนิต  ในจำนวนนนี้เป็นโครงการใหม่ 2,956 ยูนิต มูลค่า 10,077 ล้านบาท และขายได้ใหม่จำนวน 7,789 ยูนิต มูลค่า 22,945 ล้านบาท ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขายในตลาด 56,103 ยูนิต

อย่างไรก็ตามในด้านอุปทาน พบว่าในช่วงไตรมาส 1 จำนวนที่อยู่อาศัยเสนอขายทั้งหมดลดลงจากช่วงครึ่งหลังปี 2564 โดยมีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด 2,956 ยูนิต มูลค่า 10,077 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 839 ยูนิต มูลค่า 1,581 ล้านบาท และบ้านจัดสรร 2,117 ยูนิต มูลค่า 8,496 ล้านบาท

โดยโครงการอาคารชุดที่เสนอขายอยู่ในปัจจุบันจะกระจุกตัวที่จังหวัดชลบุรี  ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เปิดมาช่วงก่อนหน้า ส่วนมากจะเปิดตัวอยู่ในพื้นที่ย่านนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่ใกล้เขตเมือง อาทิ โซนนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จำนวน 481 ยูนิต มูลค่า 839 ล้านบาท  ย่านบางแสน-หนองมน-บางพระ 281 ยูนิต มูลค่า 622 ล้านบาท และย่านบางปะกงจำนวน 77 ยูนิต มูลค่า 121 ล้านบาท ระดับราคา 1.51- 3 ล้านบาท

ขณะที่บ้านจัดสรรมีโครงการเปิดขายใหม่กระจายอยู่ใน 4 ทำเลหลัก คือ ย่านศรีราชา-อัสสัมชัญ จำนวน 602 ยูนิต มูลค่า 3,030 ล้านบาท ย่านนิคมฯอมตะนคร-บายพาส 524 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,135 ล้านบาท ย่านห้วยใหญ่ 402 ยูนิตมูลค่า 1,217 ล้านบาท และย่านบางแสน-หนองมน-บางพระ 348 ยูนิต มูลค่า 1,456 ล้านบาท

ส่วนจำนวนสินค้าเหลือขายในพื้นที่ EEC มีจำนวนมากถึง 56,103 ยูนิต มูลค่า 191,220 ล้านบาท เป็นโครงการอาคารชุด 19,299 ยูนิต มูลค่า 85,088 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนจอมเทียน 7,654 ยูนิต โซนพัทยา-เขาพระตำหนัก 5,495 ยูนิต และโซนแหลมฉบัง 1,901 ยูนิต สะท้อนให้เห็นว่าอาคารชุดในพื้นที่ท่องเที่ยวยังคงมีภาวะโอเวอร์ซัพพลายมาก ขณะที่บ้านจัดสรรมีหน่วยเหลือขายรวม 36,804 ยูนิต มูลค่า 106,132  ล้านบาท ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นรอบนิคมอุตสาหกรรม เช่น โซนนิคมฯอมตะซิตี้-อีสเทิร์น 6,419 ยูนิต โซนนิคมฯพานทอง-พนัสนิคม 3,089 ยูนิต และโซนนิคมฯเหมราช 3,066 ยูนิต ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มสินค้าประเภททาวน์เฮ้าส์

ในด้านอุปสงค์ พบว่ามีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ 7,789 ยูนิต มูลค่า 22,945 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 1,680 ยูนิต มูลค่า 5,471 ล้านบาท อาทิ โซนหาดจอมเทียน 315 ยูนิตมูลค่า 1,487 ล้านบาท โซนบางแสน-หนองมน-บางพระ 302 ยูนิต มูลค่า 723 ล้านบาท และโซนพัทยา-เขาพระตำหนัก 287 ยูนิต มูลค่า 1,550 ล้านบาท

ขณะที่ยอดขายได้ใหม่ของบ้านจัดสรรมีจำนวน 6,109 ยูนิต มูลค่า 17,474 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนนิคมอุตสาหกรรม เช่น โซนนิคมฯอมตะซิตี้-อีสเทิร์น 921 ยูนิต มูลค่า 1,814 ล้านบาท โซนนิคมฯเหมราช 607 ยูนิต มูลค่า  1,540 ล้านบาท และโซนนิคมฯอมตะ-บายพาส 453 ยูนิต มูลค่า 1,281 ล้านบาท

ตลาดอาคารชุดในจังหวัดชลบุรีชะลอตัวต่อเนื่อง
โดยภาพรวมจังหวัดชลบุรีในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา มีโครงการที่อยู่อาศัยเสนอขายทั้งหมด  39,655 ยูนิต มูลค่ารวม 149,712 ล้านบาท เป็นโครงการเปิดขายใหม่ 2,229 ยูนิต มูลค่า 8,584 ล้านบาท ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 4,477 ยูนิต มูลค่า 14,359 ล้านบาท และยังคงมีหน่วยรอการขายจำนวน 35,178 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 135,353 ล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงมากทั้งในส่วนของบ้านจัดสรร และอาคารชุด

ขณะที่อัตราดูดซับโดยรวมขยับมาอยู่ที่ 3.8% ซึ่งโครงการบ้านจัดสรรมีอัตราดูดซับสูงถึง 5.2% และอาคารชุด 2.2% โดยอัตราดูดซับที่ดีที่สุดอยู่ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคา 1.01- 1.5 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราดูดซับร้ 5.4%

บ้านจัดสรรเมืองระยองเหลือขายเพียบ
สำหรับภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดระยอง ไตรมาส 1 ปี 2565 มีโครงการที่อยู่อาศัยประกาศขายทั้งหมด  18,131 ยูนิต มูลค่ารวม 46,538  ล้านบาท เป็นโครงการเปิดขายใหม่ 612 ยูนิต มูลค่า 1,236 ล้านบาท และมีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 2,569 ยูนิต มูลค่า 6,552 ล้านบาท ทำให้ยังมีสินค้ารอการขายในตลาดจำนวน 15,534 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 39,986 ล้านบาท ซึ่งในส่วนใหญ่เป็นโครงการบ้านจัดสรร ขณะที่อัตราดูดซับโดยรวมขยับมาอยู่ที่ 4.8% โดยโครงการบ้านจัดสรรมีอัตราดูดซับ 4.6%และอาคารชุด 6.7% Fโดยอัตราดูดซับที่ดีที่สุดอยู่ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 1.01 ล้านบาท

บ้านจัดสรรเมืองฉะเชิงเทราราคา 7.5 – 10 ล้านบาทขายดี
สำหรับตลาดอสังหาฯในจังหวัดฉะเชิงเทรา  มีโครงการที่อยู่อาศัยประกาศขายทั้งหมด  6,106  ยูนิต มูลค่ารวม 17,915 ล้านบาท เป็นโครงการเปิดขายใหม่แค่115 ยูนิตเท่านั้น มูลค่า 256 ล้านบาท และมีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 715 ยูนิต มูลค่า 2,035 ล้านบาท ส่งผลให้มีหน่วยรอการขายจำนวน 5,391 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 15,881 ล้านบาท ส่วนภาพรวมอัตราดูดซับที่ดีที่สุดจะอยู่ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคา 7.51 – 10 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราดูดซับ 6.1%

ประเมินปี’65 3 จังหวัด EEC มีสินค้าขายได้ใหม่ 20,270 ยูนิตเพิ่มขึ้น 51.9 %
ทั้งนี้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ประเมินภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 3 จังหวัด EEC ในปี 2565 จะมีโครงการเปิดตัวใหม่จำนวน  20,270 ยูนิตเพิ่มขึ้น 51.9 %เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีจำนวน 13,340 ยูนิต และคาดว่าจะมีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 21,675 ยูนิต  เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีจำนวน 20,192 ยูนิต ส่วนหน่วยเหลือขายจะอยู่ที่ 61,719 ยูนิต เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีจำนวน หน่วยเหลือขาย 60,480 ยูนิต

โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชลบุรีจะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 12,513  ยูนิต เพิ่มขึ้น 99.9  % มูลค่า 44,376 ล้านบาท ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่คาดว่าจะมีจำนวน 13,916 ยูนิต มูลค่า 46,494 ล้านบาท และจำนวนหน่วยเหลือขายจะมีจำนวน 40,901 ยูนิต มูลค่า 142,436 ล้านบาท

ส่วนจังหวัดระยอง คาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 6,097 ยูนิต มูลค่า 14,679 ล้านบาท โดยจำนวนหน่วยลดลงถึง -13.3% เมื่อเทียบกับปี 2564 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่จะมีจำนวน 5,841 ยูนิต มูลค่า 13,989 ล้านบาท และจำนวนหน่วยเหลือขายจำนวน 15,379 หน่วย มูลค่า 37,284 ล้านบาท

และจังหวัดฉะเชิงเทราจะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 1,659 ยูนิตมูลค่า 4,292 ล้านบาท จำนวนหน่วยลดลง -2.5%  ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่จะมีจำนวน 1,918 ยูนิตเท่านั้น มูลค่า 5,294 ล้านบาท ทำให้จำนวนหน่วยเหลือขายจะมีจำนวน 5,449 ยูนิต มูลค่า 15,297 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อตัวเลขการคาดการณ์ข้างต้น ประกอบด้วย การระบาดของ COVID-19 ที่อาจกลับมาระบาดอีกครั้งหลังจากการเปิดประเทศ และภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวขึ้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่อาจมีการปรับตัวขึ้น 0.50 – 1% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะเป็นผลกระทบเชิงลบต่อตลาดที่อยู่อาศัยได้

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง