เปิดตัว“พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ” ลุยธุรกิจที่ปรึกษาลงทุนอสังหาฯ

“สุรเชษฐ กองชีพ” แจ้งเกิดบริษัทพร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร หลังเปิดตัวได้แค่ 4 เดือนคว้างานลูกค้าเข้าพอร์ตแล้ว 3 ราย และจ่อลงนามในสัญญาเพิ่มอีก 2 ราย มีทั้งบริษัทอสังหาฯมหาชนและนอกตลาด เผยสัญญาณบวกตลาดอสังหาฯกำลังฟื้นตัวหลังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว คาดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก “ชาวจีน”จะเริ่มกลับมาช็อปอสังหาฯในเมืองไทยปีหน้า

นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด (Property DNA) บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร  เปิดเผยว่า บริษัทเพิ่งเปิดดำเนินการมากว่า 4 เดือนแต่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาฯ รวมถึงการขอคำปรึกษาในการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ และการเป็นตัวแทนในการซื้อ-ขายอสังหาฯ ล่าสุดมีลูกค้าประมาณ 10 รายที่ติดต่อให้บริษัทเข้าไปร่วมงานด้วย โดยได้ดำเนินการให้ลูกค้าเสร็จแล้ว 2 รายและอยู่ระหว่างดำเนินการในรายละเอียดอีก 1 ราย ส่วนอีก 2 รายจะทำการลงนามในสัญญาในเร็วๆนี้

โดยกลุ่มลูกค้าหลักมี 3 กลุ่มคือ บริษัทอสังหาฯที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทอสังหาฯ ขนาดกลาง และกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ยังไม่ประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการหรือต้องการที่ปรึกษาที่มีความเข้าใจในตลาดอสังหาฯ และเข้าใจในข้อจำกัดของบริษัท

“ในช่วง 2 ปีแรกนี้บริษัทจะเน้นการสร้างชื่อของพร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ โดยอาศัยประสบการณ์การทำงานของตัวเองที่ทำงานด้านวิจัยตลาดอสังหาฯมากว่า 20 ปี และยังมีทีมงานที่มีประสบการณ์หลากหลายด้านเข้ามาร่วมทีมด้วย”

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯในปัจจุบันอยู่ในช่วงปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและว่าน่าจะดีขึ้นกว่าช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังจากรัฐบาลประกาศเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในเมืองไทยโดยไม่ต้องกักตัว แต่อย่างไรก็ดีธุรกิจอสังหาฯยังได้รับแรงกดดันทั้งจากกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมินที่ดินของกรมที่ดินที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมไปถึงราคาซื้อขายที่ดินที่สูงขึ้นในบางทำเลเพราะมีแปลงที่ดินที่มีศักยภาพเหลืออยู่จำกัด ทำให้เจ้าของที่ดินหรือผู้ประกอบการหลายรายเริ่มคิดหาวิธีสร้างรายได้จากที่ดินที่ถืออยู่ในมือ ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายก็เปลี่ยนรูปแบบจากการซื้อที่ดินเพื่อมาพัฒนาโครงการเป็นการร่วมลงทุนกับเจ้าของที่ดินแทนแล้วแบ่งสัดส่วนรายได้ร่วมกัน

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบจากความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น และความผันผวนของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงนี้ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เป็นช่วงขาขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่ม ทำให้ชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยออกไป

ส่วนกำลังซื้อของชาวต่างชาติยังคงชะลอตัวต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากชาวต่างชาติส่วนหนึ่งไม่สามารถเดินทางได้แบบปกติ ส่งผลให้มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติลดลง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน เพราะรัฐบาลจีนยังคงประกาศใช้มาตรการ Zero Covid ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศของจีนก็เริ่มชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯในเมืองจีนเริ่มประสบปัญหา รวมทั้งมีลูกค้าบางส่วนไม่ยอมจ่ายค่างวดที่เหลือให้กับโครงการเพราะต้องการให้ทางเจ้าของโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนถึงจะจ่ายค่างวดให้

“ในช่วงปี 2563 รัฐบาลจีนได้ประกาศนโยบาย ”สามเส้นแดง” ออกมาเพื่อควบคุมผู้ประกอบการอสังหาฯให้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตามหลักเกณฑ์โครงสร้างทางการเงิน คือ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนต้องน้อยกว่า 100% อัตราส่วนเงินสดต่อหนี้ระยะสั้นต้องมากกว่า 1 เท่าของเงินสด และอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวมโดยไม่รวมเงินที่ได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ต้องน้อยกว่า 70% ทั้งนี้หากผู้ประกอบการรายไหนทำได้ 3 ข้อจะได้เครดิต 15% 2 ข้อได้ 10% และ 1 ข้อได้ 5% รวมทั้งสั่งห้ามบริษัทอสังหาฯของจีนออกไปลงทุนนอกประเทศ”

อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่ากำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าคนจีนจะเริ่มกลับมาซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองไทยอีกครั้งในช่วง1-2ปีข้างหน้า โดยต้องรอประเมินสถานการณ์หลังช่วงวันชาติจีนในเดือนตุลาคมนี้และช่วงเทศกาลตรุษจีนปีหน้า ล่าสุดรัฐบาลจีนได้ผ่อนปรนให้ชาวต่างชาติหรือคนจีนที่เดินทางเข้าประเทศจีนให้กักตัวในสถานทีที่หน่วยงานกลางจัดให้เพียง 7 วันลดลงจากกำหนดเดิมที่ให้กักตัว 14 วัน

ขณะเดียวกันหากกระทรวงมหาดไทยออกประกาศกฎกระทรวงเพื่อกำหนดเงื่อนไขให้ชาวต่างชาติที่มีความมั่งคั่งสูงและมีการลงทุนในเมืองไทยไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาทภายในระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี สามารถซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้บนเนื้อที่ไม่เกิน 1ไร่ คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจอสังหาฯของไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่เริ่มสนใจซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบในไทยมากขึ้นสำหรับให้ลูกหลานใช้เป็นที่พักอาศัยในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยในเมืองไทยหรือใช้อยู่อาศัยเองเป็นครอบครัว

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง