KTC รับเศรษฐกิจฟื้น ดันกำไรครึ่งปี 3.6 พันล้านบาท รุกเพิ่มสมาชิก คุมคุณภาพพอร์ตลูกหนี้และต้นทุนการเงิน

“เคทีซี”พอใจผลการดำเนินงานดีต่อเนื่อง ได้อานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นตัวจากการเปิดประเทศ เผยงบการเงินรวมครึ่งปีแรกกำไรสุทธิ 3,641 ล้านบาท กำไรสุทธิไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 1,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2564 เท่ากับ 9.9% และ 12.7% ตามลำดับ มูลค่าพอร์ตสินเชื่อ 95,069 ล้านบาท โต 6.3% ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรงวด 6 เดือนขยายตัว 16.6% อยู่ที่ 109,782 ล้านบาท เดินหน้าจัดสรรงบขยายจำนวนสมาชิกทุกผลิตภัณฑ์ และอัดแคมเปญการตลาดเพื่อสร้างรายได้-ผลกำไรในระยะยาว ควบการบริหารคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ คุมต้นทุนการเงินให้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม คาดหากสถานการณ์ดีต่อเนื่อง มูลค่าพอร์ตสินเชื่อรวมจะมากกว่า 1 แสนล้านบาท และกำไรปี 2565 จะสูงกว่าเดิม
นายระเฑียร  ศรีมงคล
นายระเฑียร  ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC (เคทีซี) เปิดเผยว่า การปลดล็อกโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น และการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ รวมถึงการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง การบริโภคภาคเอกชนดีกว่าคาดหมาย จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น อีกทั้งสัญญาณของตลาดแรงงานและรายได้ครัวเรือนก็ดีขึ้น    ในขณะที่อุตสาหกรรมสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคและเคทีซีกลับมาเติบโตเช่นกัน โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ เคทีซีมีสัดส่วนลูกหนี้บัตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรม 13.7% สัดส่วนลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเทียบกับอุตสาหกรรม 4.0% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 15.3% (อุตสาหกรรมโต 18.5%) และมีส่วนแบ่งตลาดเท่ากับ 11.8% โดยคาดว่าสิ้นปี 2565 อัตราเติบโตของปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอาจจะขยายตัวได้ถึง 15% จากที่บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเติบโตไว้ที่ 10%

“อย่างไรก็ตาม เคทีซีจะยังดำเนินธุรกิจตามแผนงานที่ตั้งเป้าหมายไว้ในด้านต่างๆ ด้วยความไม่ประมาท และติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะมุ่งเน้นการจัดหาสมาชิกและเพิ่มมูลค่าพอร์ตสินเชื่อทุกผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น ด้วยการคัดสรรกิจกรรมการตลาดให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และบริบทที่ปรับเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น และมีการตั้งสำรองเพิ่มตามพอร์ตลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น โดยจะบริหารจัดการต้นทุนการเงินและอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม ด้วยประมาณการเป้าหมายกำไรปี 2565 ที่สูงกว่าเดิม และพอร์ตสินเชื่อรวมที่มูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านบาท” นายระเฑียร กล่าว

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของเคทีซีในช่วงครึ่งปีแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 งบการเงินรวมมีกำไรสุทธิครึ่งปีแรกและไตรมาส 2/2565 เท่ากับ 3,641 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.9%) และ 1,894 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 12.7%) ตามลำดับ งบการเงินเฉพาะกิจการของเคทีซี มีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก และ  ไตรมาส 2/2565 เท่ากับ 3,621 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.5%) และ 1,870 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11.7%) ตามลำดับ ฐานสมาชิกรวม 3.3 ล้านบัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 95,069 ล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อ     ด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL) 3.5% แบ่งเป็นพอร์ตสมาชิกบัตรเครดิต 2,525,367 บัตร เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรับรวม 61,426 ล้านบาท ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรครึ่งปีแรกเท่ากับ 109,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% (สูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด ซึ่งครึ่งแรกของปี 2562 มีมูลค่า 100,282 ล้านบาท) NPL บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.2% พอร์ตสมาชิกสินเชื่อบุคคลเคทีซี 756,960 บัญชี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคลและดอกเบี้ยค้างรับรวม 30,460 ล้านบาท  NPL สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.8% และพอร์ตลูกหนี้ตามสัญญาเช่ามูลค่า 3,184 ล้านบาท ยอดสินเชื่อลูกหนี้ใหม่ (New Booking) ของสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม” และกรุงไทยธุรกิจ ลีสซิ่ง (KTBL) สำหรับครึ่งแรกของปี 2565 มียอดรวม 525 ล้านบาท โดยที่ยอดลูกหนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกเดือนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

โดยเคทีซียังคงให้ความสำคัญในการรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ ทำให้การตัดหนี้สูญน้อยลง และบริหารรายได้และค่าใช้จ่ายให้เกิดความสมดุล โดยรายได้รวมในไตรมาส 2/2565 เท่ากับ 5,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.1% จากรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้รวมครึ่งปี 2565 อยู่ที่ 11,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% สำหรับหนี้สูญได้รับคืนในไตรมาส 2 เท่ากับ 851 ล้านบาท และครึ่งปี 2565 อยู่ที่ 1,708 ล้านบาท ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 2/2565 เท่ากับ 3,359 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและต้นทุนทางการเงินลดลง สำหรับค่าใช้จ่ายรวมครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 6,539 ล้านบาท ลดลง 1.1%

“ทั้งนี้ ข้อมูลวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เคทีซีมีเงินกู้ยืมทั้งสิ้นเท่ากับ 55,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% เป็นโครงสร้างแหล่งเงินทุนจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยาวในสัดส่วน 34% ต่อ 66% โดยมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือ (Available Credit Line) จำนวน 26,249 ล้านบาท ต้นทุนการเงิน 2.4% และอัตราส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.2 เท่า ต่ำกว่าภาระผูกพันที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า โดยเคทีซียังคงดำเนินการแบ่งเบาภาระสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ ได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในทุกสถานะตามประกาศ ธปท. ฝนส.2 ว.802/2564 คงเหลือจำนวน 2,182 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.39% ของพอร์ตลูกหนี้รวม” นายระเฑียร กล่าวในที่สุด

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง