ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์กรุงเทพฯโตก้าวกระโดด ไทย-ต่างชาติแห่ลงทุน

ปัจจุบันผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud) ได้วางแผนขยายธุรกิจเข้ามาในเมืองกรุงเทพฯและภูมิภาคมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์เติบโตมากขึ้น โดยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 48 ล้านคน ทำให้ผู้ให้บริการคลาวด์จากจีนและสหรัฐฯ หลายรายกำลังเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการคลาวด์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

จากรายงานการสำรวจล่าสุดของไนท์แฟรงค์ที่จัดทำร่วมกับ DC Byte พบว่า ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งสิ้นกว่า 50 แห่งในกรุงเทพฯ คิดเป็นการเช่าใช้พื้นที่เก็บข้อมูลหรือพร้อมสำหรับให้เช่ารวม 46 เมกะวัตต์ (MW) ซี่งอยู่ในอันดับ 9 ของเขตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ขณะที่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาอัตราเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีของอุปทานรวมและปริมาณการเช่าใช้พื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ในรอบปีอยู่ที่ 22.7% และ 25.4% ตามลำดับ  แสดงให้เห็นถึงการคาดการณ์ของผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีต่อการเติบโตในอนาคตของระบบคลาวด์ในกรุงเทพฯ

ดังนั้นผู้ให้บริการต้องจัดหาพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถรองรับการปล่อยเช่าในระดับหลายเมกะวัตต์ให้แก่บริษัทใหญ่ ๆ อาทิ  Tencent, Amazon และ Microsoft เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจคลาวด์ในประเทศ

โดยในช่วงไตรมาส 1  ที่ผ่านมา กรุงเทพฯมีปริมาณการเช่าใช้พื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ประมาณ 5 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการใช้งานระบบคลาวด์แบบสาธารณะเป็นหลัก ขณะที่ปริมาณการเช่าใช้พื้นที่รวมในปี 2564 อยู่ที่ 14.32 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นเกือบ 900% จากในปี 2563 ส่งผลให้ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลสนใจลงทุนตลาดในภูมิภาคนี้มากขึ้น

ขณะที่อุปทานรวมของดาต้าเซ็นเตอร์ในปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 147 เมกะวัตต์ หลังจากที่ NTT ประกาศแผนการขยายโรงงานแห่งที่ 2 ในกรุงเทพฯ ล่าสุด Etix Everywhere ได้เข้าซื้อและกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงงานขนาด 2.4 เมกะวัตต์ที่ดำเนินการโดย Genesis Data Center นอกจากนี้ Singtel ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมของสิงคโปร์ได้ลงนามตามข้อตกลงการพัฒนาร่วมกับ Gulf Energy Thailand และ AIS เพื่อร่วมพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศไทย รวมถึงกลุ่มไรมอนด์ แลนด์   ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ได้ขยายฐานธุรกิจสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ โดยร่วมมือกับพันธมิตร Nautilus Data Technologies ผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ เตรียมเปิดให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานด้วยมาตรฐานระดับโลกในประเทศไทย

ทั้งนี้คาดการณ์ว่าภายในปี 2568 ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยจะมีปริมาณพื้นที่สำหรับรองรับการใช้งานจริงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหรือประมาณ 100 เมกะวัตต์ จากการดำเนินธุรกิจคลาวด์ในระดับไฮเปอร์สเกลในภูมิภาค ขณะเดียวกันดาต้าเซ็นเตอร์จะถูกพัฒนาขึ้นใหม่ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเพื่อรับมือกับการขัดข้องของระบบ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจเป็นอย่างมาก รวมทั้งจะมีการเปลี่ยนผ่านจากเซิร์ฟเวอร์ที่บริษัทเป็นเจ้าของเองไปสู่ระบบคลาวด์สาธารณะเพิ่มขึ้น  ขณะเดียวกันดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก (Edge data centers) จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการสนับสนุนดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง