ราคาที่ดินเปล่าย่านชานเมืองปรับตัวสูง ผู้ประกอบบการซื้อสร้างบ้านแนวราบ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2 มีค่าดัชนีเท่ากับ  354.5 จุด เพิ่มขึ้น  6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เป็นการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี เพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการซื้อที่ดินสะสม โดยราคาที่ดินโซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง มีอัตราการเปลี่ยนราคามากถึง40.5% ส่วนราคาที่ดินทำเลแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างและมีแผนจะก่อสร้างในอนาคตราคาขยับเพิ่มมากที่สุด

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑลช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มีค่าดัชนีเท่ากับ  354.5 จุด เพิ่มขึ้น 4.0%  เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนามีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี

โดยมีปัจจัยกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และล่าสุดยังได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2565 ขยายตัวลดลงกว่าที่คาดการณ์  ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ประกาศจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มอัตรา ทำให้ผู้ประกอบการไม่ได้รับส่วนลด 90% เหมือนกับปี 2562 – 2563 ที่ผ่านมา จึงได้ซื้อที่ดินสะสมลดลง เพื่อควบคุมภาระภาษีที่ดินซึ่งเป็นต้นทุนในการพัฒนาโครงการในระยะต่อไป

สำหรับทำเลที่ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาส2 ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คือ ที่ดินในโซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง มีอัตราการเปลี่ยนราคามากถึง40.5% รองลงมาเป็นที่ดินในโซนบางกรวย-บางใหญ่-บางบัวทอง-ไทรน้อย มีอัตราการเปลี่ยนราคา 24.2% โซนเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด 23.6% โซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ  12.3% และโซนเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์  8.5%

ราคาที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลงข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า ที่ดินที่อยู่บริเวณพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯและปริมณฑลมีการเปลี่ยนแปลงของราคามาก เนื่องจากที่ดินเปล่ามีราคาไม่แพงและยังมีความต้องการนำไปใช้ในการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น ขณะที่ราคาที่ดินในเขตกรุงเทพฯชั้นใน และชั้นกลางมีราคาที่สูงอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีการปรับตัวขึ้นบ้าง แต่ก็เป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงไม่มากเหมือนกับในพื้นที่ชานเมือง

ขณะที่ราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่มีการปรับเพิ่มมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่อยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและเส้นทางที่มีแผนการก่อสร้างในอนาคต ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-ศาลายา) ซึ่งเป็นโครงการที่กำลังจะก่อสร้างในอนาคต มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นถึง 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นมากจะอยู่ในในเขตทวีวัฒนาและเขตตลิ่งชัน

รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีความคืบหน้าของงานก่อสร้างไปแล้วกว่า 90.7% จะเปิดให้บริการในปี 2566 ราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้น 10.2% โดยเฉพาะในเขตหลักสี่และเขตคันนายาว รถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน) จะเปิดให้บริการปี 2559 มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 8.53%  โดยเฉพาะราคาที่ดินในอำเภอเมืองนนทบุรี และอำเภอบางบัวทองที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (สมุทรปราการ-บางปู) ที่กำลังจะก่อสร้างในอนาคต  และสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว ราคาที่ดินทั้ง 2 เส้นทางนี้มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 8.51% และสายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑล สาย 4) ที่เตรียมจะก่อสร้างในอนาคต มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 8.1 %โดยเฉพาะราคาที่ดินในเขตหนองแขม และเขตบางแค

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง