3นายกอสังหาฯหนุนภาครัฐแก้กฏหมาย “LTR Visa” ดึงกำลังซื้อต่างชาติ

3นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร-อสังหาริมทรัพย์ไทย-อาคารชุดไทย ประสานเสียงหนุนภาครัฐแก้กฎหมายอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในเมืองไทยเป็นกรณีพิเศษ Long-term resident visa เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของชาวต่างชาติให้ซื้ออสังหาฯ มั่นใจตลาดอสังหาฯปีหน้าจะกลับมาฟื้นตัวหลังจากซบเซาหนักกว่า 2 ปีในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

นายพีระพงศ์ จรูญเอก นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 จะกลับมาฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ว่าจะมีผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่เป็นช่วงขาขึ้นและอัตราเงินเฟ้อ แต่เชื่อมั่นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินจะไม่มีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกำลังซื้อที่อยู่อาศัย เพราะเป็นการทยอยปรับขึ้น ซึ่งล่าสุด กนง.ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มอีก 0.25% ทำให้ดอกเบี้นนโยบายขยับเพิ่มขึ้นจากเดิม 0.75% เป็น 1.00% ก็ยังถือว่าอยู่ในอัตราที่ต่ำ

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเริ่มเป็นช่วงขาลง หลังจากปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 2ที่ผ่านมา ถือเป็นปัจจัยบวกให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งได้พยายามบริหารงานก่อสร้างให้สะท้อนต้นทุนที่ไม่ได้สูงเกินไป เพื่อควบคุมราคาขายสินค้าไม่ให้สูงเกินกำลังของผู้ซื้อที่ยังมีภาวะเปราะบาง

ประกอบกับในปีหน้าเชื่อมั่นว่ากำลังซื้อของชาวต่างชาติจะทยอยกลับมา หลังจากรัฐบาลมีการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว ดังนั้นหากภาครัฐมีการแก้ไขกฎหมายอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในเมืองไทยเป็นกรณีพิเศษ ด้วยการให้พำนักระยะยาว  (Long-term resident visa : LTR Visa) รวมถึงการให้สิทธิ์เช่าซื้ออสังหาฯระยะยาวได้ ก็จะช่วยให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น

รวมถึงอยากเสนอให้ภาครัฐสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูก  เช่น บ้านบีโอไอ หรือบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อขายให้กับกลุ่มแรงงานก่อสร้างที่เป็นชาวต่างชาติ เช่น ชาวพม่า กัมพูชา เวียดนาม เพราะคนกลุ่มนี้ถือเป็นกำลังหลักในธุรกิจก่อสร้าง เนื่องจากแรงงานก่อสร้างฝีมือที่เป็นคนไทยมีน้อยมากไม่เกิน 10% ในไซต์งานก่อสร้างต่างๆ

นายมีศักดิ์  ชุนหรักษ์โชติ  นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า แนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในปีหน้าน่าจะขยายตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อเริ่มอยู่ในช่วงขาลง ถือเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการได้มีการพัฒนาสินค้าคุณภาพออกมาสู่ตลาดมากขึ้น แต่ในด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มชะลอตัวลง เพราะลักษณะของสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไป จำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลง ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุกลับเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงคนที่อยู่ในวัยทำงานก็ลดลง

ดังนั้นการพึ่งพากำลังซื้อของชาวต่างชาติ จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกระตุ้นวห้ภาคธุรกิจอสังหาฯกลับมาฟื้นตัว เพราะในสายตาของชาวต่างชาตินิยมซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองไทยมากกว่าประเทศอื่นๆที่อยู่ในภูมิภาคเอเซีย

โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน ทั้งนี้หากภาครัฐมีการแก้ไขกฎหมายให้สิทธิชาวต่างชาติเข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองไทยได้มากขึ้นจะส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศ เพราะกำลังซื้อของชาวต่างชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาฯในเมืองไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.5 แสนล้านบาทต่อปีในช่วงก่อนเกิดโควิด

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุดในอัตรา 0.25% มีผลกระทบต่อกำลังซื้ออสังหาฯไม่มาก เพราะเป็นการทยอยปรับขึ้นขั้นต่ำแค่ 0.25% แต่หากอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น 1.00% จะมีผลให้ภาระในการผ่อนค่างวดเงินกู้บ้านเพิ่มขึ้นประมาณ 6.00%

ดังนั้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ถือเป็นโอกาสดีของผู้ซื้อในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากผู้ประกอบการมีการจัดโปรโมชันเพื่อเร่งระบายสินค้าเหลือขายในสต็อกและสินค้าเปิดตัวใหม่ โดยเฉพาะสินค้าพร้อมอยู่ที่ผู้ประกอบการนำมาร่วมออกบูธในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 42 เป็นราคาที่ยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น เพราะเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างเดิม แต่ในปีหน้าผู้ประกอบการเตรียมปรับขึ้นราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นตามต้นทุนค่าก่อสร้างใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินบางแห่งยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไปจนถึงสิ้นปีนี้เพื่อช่วยเหลือลูกค้า

ส่วนการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานหรือพักอาศัยอยู่ในเมืองไทยได้นานขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจอสังหาฯ เพราะคนต่างชาติส่วนใหญ่มีความสนใจที่จะซื้อที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและอาคารชุดในเมืองไทย หากมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ต่างชาติซื้ออสังหาฯได้ง่ายขึ้น  เช่น การเช่าซื้อระยะยาว หรือการเปิดโอกาสให้ซื้อที่อยู่อาศัยในรูปแบบ Sand Box ได้ ก็จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศให้มากขึ้น

ขณะที่ปัจจัยกระทบที่มีผลโดยตรงกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ คือ ราคาที่ดิน ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10-20%  ทำให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการสูงขึ้นทั้งโครงการบ้านแนวราบและอาคารสูง ถือเป็นปัจจัยกระทบที่รุนแรงมากกว่าอัตราเงินเฟ้อ

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง