ธอส.เล็งขยายธุรกิจรีโนเวทบ้านพร้อมอยู่ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท นำร่องพื้นที่กทม.-ปริมณฑล


ธอส.มั่นใจยอดปล่อยสินเชื่อปี
66 ขยายตัวเพิ่ม 5% จากเป้าปี 65 ที่ 226,000 ล้านบาท ชี้ลูกค้าเริ่มมองหาซื้อบ้านมือสอง เล็งขยายตลาดรุกธุรกิจใหม่รีโนเวทบ้านพร้อมอยู่ พื้นที่กทม.ปริมณฑล ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท นำร่องแล้ว 10 หลัง เตรียมชงครม.เพิ่มวงเงิน “บ้านล้านหลัง”เฟส 3 อีก 20,000 ล้านบาท แจงปมหนุนปล่อยกู้บ้านเคหะสุขประชาเป็นหน้าที่ 2 กระทรวงร่วมพิจารณา ส่วนแผนยุบศูนย์ข้อมูลอสังหาฯควบรวมธอส. คลังไม่เห็นด้วย ตีหนังสือกลับให้ศึกษาแผนนำเสนอใหม่อีกรอบ
นายฉัตรชัย ศิริไล
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงภาพรวมทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทยว่า ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว แม้ว่าในปี 2565 ธอส.จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้สูงถึง 300,000 ล้านบาทแล้ว เพราะสังคมไทยเป็นสังคมของการแตกตัว ออกจากครอบครัวไปมีที่อยู่อาศัยใหม่ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน ทำให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารในปี 2566 จะยังคงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ 5% จากเป้าหมายในปี 2565 ที่ 226,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น  240,000 ล้านบาทในปี 2566 หรือปล่อยได้ไม่น้อยกว่า 250,000 ล้านบาท

โดยกลุ่มลูกค้าของธอส.ส่วนใหญ่ จะซื้อบ้านราคาบวกลบประมาณ 2 ล้านบาท ขณะที่การปล่อยสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจะอยู่ที่ปีละประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยเน้นที่กลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กในท้องถิ่น (Local Developer) วงเงินกู้ประมาณ 200-300 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางราคาขายที่อยู่อาศัยไม่เกิน 3 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมตลาดบ้านมือสองนั้น มองว่าจะเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เพราะจากสถานการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจและวิกฤติที่เกิดในช่วงการระบาดของโควิด-19 ต้องไปดูว่าแต่ละสถาบันการเงิน มีตัวเลขสินทรัพย์รอการขาย (Non-Performing Asset : NPA) เข้ามามากน้อยเพียงใด และด้วยกลุ่มผู้ซื้อหรือลูกค้าที่มีกำลังซื้อลดลง จะมองหาบ้านมือสองมาทดแทน ประกอบกับขณะนี้มีหลายธุรกิจเข้ามาทำตลาดกับมือสองกันมากขึ้น เช่น ธุรกิจรับออกแบบ ธุรกิจรับรีโนเวท ฯลฯ ซึ่งทรัพย์มือสองจะเด่นเรื่องของทำเล ช่วยลดต้นทุน กับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ผู้ซื้อจะต้องแลกกับทำเลที่ไม่ได้มีความเป็นหมู่บ้านในปัจจุบัน ซึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริโภ

นอกจากนี้ ธอส. ยังได้เริ่มจัดทำโครงการ Renovate สินทรัพย์รอการขาย (NPA) ซึ่งเป็นทรัพย์บ้านมือสองของ ธอส. ก่อนนำออกจำหน่าย ซึ่งถือเป็นธุรกิจใหม่ของธนาคาร เนื่องจากในอดีต การขาย NPA ของธนาคารมีอยู่ 2 แนวทาง คือ การขายตามสภาพ และ การขายให้กับตัวแทนนายหน้า(โบรกเกอร์) ที่จะเข้ามารับทรัพย์ออกไปประมาณ 20-50 หลัง ก็เท่านั้น

ทั้งนี้มองว่าการนำบ้านเก่ามารีโนเวทใหม่ กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะบ้านมือสองมีราคาที่ถูกกว่าบ้านใหม่ และอยู่ในทำเลที่ตั้งเหมาะสม ธอส.จึงคัดเลือกทรัพย์ทำเลดี ที่ตั้งเหมาะสมนำไปรีโนเวททรัพย์ใหม่ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน ธอส.ได้แบ่งทรัพย์ออกเป็น 7 เกรด จะเน้นเกรด A และ B ก่อน เนื่องจากเป็นทรัพย์ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสภาพคล่องสูง

“บ้านที่ขายตามสภาพ เราเป็นผู้ซื้อ ยังดูไม่ออกเลยว่า จะต้องใส่เงินลงไปปรับปรุงทรัพย์ชิ้นนั้นอีกเท่าไหร่ถึงจะอยู่อาศัยได้ ยังไม่รวมถึง บ้านที่ทรุดโทรมมากๆ ต้องทุบทิ้งเพื่อขายในสภาพที่ดินเปล่า ซึ่งวิธีการของเรา จะมี 2 แบบ คือ 1. การรีโนเวทให้มีสภาพเป็น”บ้านพร้อมขาย” จะเป็นบิสซิเนสใหม่ที่เราจะทำเพิ่ม โดยจะปรับหน่วยงานสำรวจที่มีอยู่ในธอส. ให้เป็น หน่วยงานสำรวจและปรับปรุงทรัพย์ และ 2.ทุบบ้านทิ้งและถมที่ดินเพื่อขายเป็นที่ดินเปล่า ซึ่งงบในการปรับปรุงทรัพย์จะอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท แต่ไม่เกิน 300,000 บาท โดยแต่ละหลังจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือนที่จะนำออกมาจำหน่ายได้ ทั้งสองแนวทางนี้ ทางธอส.ได้เริ่มนำร่องกับทรัพย์ไปจำนวนรวม 10 หลัง โดยนำออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวนทรัพย์ 3 รายการ ประกอบด้วย ทาวน์เฮาส์ 2 หลัง และที่ดินเปล่า 1 แปลง ซึ่งการขายบ้านมือสองของธนาคาร ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรจากการขายเป็นหลัก แต่ต้องการลดจำนวนการถือครองบ้านมือสองของธนาคาร เพื่อลดการกันสำรองของธนาคารให้ลดลง และยังช่วยให้ทรัพย์มือสองมีสภาพคล่องสูงขึ้น”นายฉัตรชัย กล่าว

ปัจจุบัน ธอส.มี NPA ทั้งหมด 18,406 รายการ เป็นทรัพย์ในพื้นที่กทม.-ปริมณฑล 5,407 รายการ คิดเป็น 30% ของทรัพย์ทั้งหมด โดยวางเป้าขาย NPA ทั้งปีอยู่ที่ 4,400 ล้านบาท  ซึ่ง ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา จำหน่ายได้ประมาณ 2,401 ล้านบาท คิดเป็น 54.5% ของเป้าหมายการขาย ช่องทางการขายที่ทำได้ผ่านออนไลน์ 1,080 ล้านบาท คิดเป็น 24.5% และที่ขายผ่านช่องทางปกติ 1,322 ล้านบาท คิดเป็น 30%

นายฉัตรชัย กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ”บ้านล้านหลัง”ว่า ได้ส่งเรื่องไปถึงกระทรวงการคลัง เพื่อรอเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มวงเงินในเฟสที่ 3 อีก 20,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับความต้องการที่เข้ามาได้ เนื่องจากแต่ละเดือน ธอส.ปล่อยสินเชื่อเกือบ 2,000 ล้านบาท  คาดว่าในไตรมาสแรกปี 2566 จะเริ่มปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ซื้อรายย่อยได้ ส่วนเรื่องอัตราดอก เบี้ยโครงการบ้านล้านหลัง อาจจะต้องพิจารณากันใหม่ตามต้นทุนทางการเงินที่ปรับสูงขึ้น ส่วนจะเป็นอัตราเท่าไหร่ อยู่ระหว่างการประเมินความเหมาะสมของต้นทุนการเงินหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปล่าสุด

“โครงการบ้านล้านหลัง ไม่ได้มาเน้นเรื่องของแบรนด์ แต่กระจายในต่างจังหวัด ช่วยให้ผู้ประกอบการมีแรงสร้างที่อยู่อาศัยมากขึ้น เช่น บ้าน 1 หลังมีมาร์จิ้น 10-15% ก็ตกหลังละ 150,000 บาทต่อหลัง และด้วยการเน้นปริมาณยูนิตที่มาก 1,000-2,000 ยูนิต ก็เพียงพอกับผู้เข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ซึ่งในความคิดผม บ้านราคา 1.5 ล้านบาท เป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่หากไม่มีโครงการนี้ บ้านราคาต่ำล้าน จะหายไปจากตลาด”นายฉัตรชัย กล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมถึงบริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน)บริษัทลูกของการเคหะแห่งชาติ(กคช.) ที่รับหน้าที่ในการลงทุนและพัฒนาโครงการบ้านเช่าพร้อมอาชีพ ว่า ต้องดูที่ การเคหะฯ จะนำโมเดลไหนที่จะให้ธอส.สนับสนุนเรื่องไฟแนนซ์ ประเด็นคือ เมื่อมีการจัดตั้งบริษัทเคหะสุขประชาฯ จะต้องเป็นนโยบายของ 2 กระทรวง ระหว่างกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กับ กระทรวงการคลัง โดยที่กระทรวงพม.ผ่านการเคหะแห่งชาติ(กคช.) และ กระทรวงการคลัง มีธอส. ซึ่งก็ต้องใช้ภาพของรัฐบาลในการสนับสนุน เพราะไม่ว่าจะเป็นการเคหะฯ หรือแม้แต่บริษัท เคหะสุขประชาฯ ก็จะต้องนำมาพิจารณาในเรื่องของเครดิตการกู้

ส่วนประเด็นเรื่องความคืบหน้าของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์  ที่ต้องการให้ยุบศูนย์ฯมารวมกับธอส.นั้น แต่กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วย เพราะจะเสียความเป็นกลาง กระทรวงฯจึงได้มีการส่งหนังสือกลับมาและให้ไปศึกษารูปแบบมาใหม่ ซึ่งธอส.ก็ได้มอบหมายให้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ไปศึกษา แผนที่เสนอมา จะตั้งเป็น “องค์กรมหาชน”ต่อไป

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง