“WHART” เดินหน้าลงทุนเพิ่มในปี 2565 ทะยานสู่ผู้นำกองทรัสต์ Industrial ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท จ่อทะยานดันมูลค่าทรัพย์สิน แตะที่ระดับ 51,956.40 ล้านบาท หลังประกาศเพิ่มทุนในปี 2565 พร้อมเดินหน้าลงทุนเพิ่ม 5 โครงการ มูลค่ารวมไม่เกิน 4.05 พันล้านบาท มีพื้นที่เช่าอาคารรวมประมาณ 159,963 ตารางเมตร บนทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ เชื่อมต่อทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และผู้เช่าจัดเป็นบริษัทชั้นนำของกลุ่มธุรกิจ E-Commerce และ FMCG ที่สามารถสร้างความมั่นคงจากสัญญาเช่าระยะยาว พร้อมสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงจ่อเสนอขายรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ วันที่ 20 ต.ค.2565 และประชาชนทั่วไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป (WHA Group) เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในครึ่งปีหลังว่า ยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่กลุ่มธุรกิจ E-Commerce มีการขยายตัวอย่างโดดเด่น อีกทั้งในปีนี้ รัฐบาลได้มีการเปิดประเทศ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลายธุรกิจกลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบ ระบบการขนส่งต่างๆ กลับมาให้บริการทำให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์มีการปรับตัวมากขึ้น

จรีพร จารุกรสกุล

สำหรับ WHA Group ถือเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาคลังสินค้าประเภท Built-to -Suit ซึ่งเป็นอาคารคลังสินค้าที่สร้างตามความต้องการของลูกค้า และ General Warehouses ที่มีมาตรฐานระดับพรีเมี่ยม รวมทั้งยังมีการให้บริการโซลูชั่นครบวงจร ทั้งระบบสาธารณูปโภค แพลตฟอร์มโครงสร้างด้านพลังงาน และระบบดิจิตอล โดยโครงการของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ความต้องการสูง บริเวณถนนบางนา-ตราด และพื้นที่ที่สอดรับกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นจุดยุทธ์ศาสตร์ทางเศรษฐกิจ และเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเป้าหมายหลักด้านโลจิติกส์ของประเทศไทย สอดรับกับเป้าหมายของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการจัดหาบริการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ รวมถึงความร่วมมือกับธุรกิจสตาร์ทอัพต่างๆ

โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ทาง WHA Group ได้มีการส่งมอบพื้นที่ไปแล้ว 194,300 ตร.ม. และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีการส่งมอบโครงการคลังสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 51,000 ตร.ม. นอกจากนี้จะมีการเปิดตัวโครงการคลังสินค้าดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์แห่งใหม่ อีก 2 โครงการ และพื้นที่ส่วนต่อขยายของโครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม. 21 (WHA Mega Logistics Center Theparak KM. 21) รวมพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 420,000 ตร.ม.

ปัจจุบัน WHA Group มีพื้นที่เช่าของศูนย์กระจายสินค้าครอบคลุมทุกศูนย์กลางการขนส่งของประเทศ ได้แก่ โซนบางนา-ตราด ที่เชื่อมต่อเข้ากับกรุงเทพได้ง่าย อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ อีกทั้งยังเชื่อมต่อไปยังนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างสะดวก โซนวังน้อย จ.อยุธยา ที่ถือพื้นที่ที่สำคัญในการการกระจายสินค้าไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย รวมไปถึงบริเวณ EEC ที่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่รัฐบาลให้ความสนใจสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และสามารถเข้าถึงท่าเรือแหลมฉบังได้อย่างสะดวก

ด้านนายอนุวัฒน์ จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) กล่าวว่า ปัจจุบัน กองทรัสต์ WHART เป็นกองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวมมากที่สุดในประเทศไทย และสำหรับการเพิ่มทุนในปี 2565 เพื่อลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมจาก WHA Group จำนวน 5 โครงการ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 4,050.86 ล้านบาท จะส่งผลให้ WHART มีมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์แตะที่ระดับกว่า 51,956.40 ล้านบาท และมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 1,743,696.80 ตารางเมตร พื้นที่ส่วนที่จอดรถ 32 ,650.19 ตารางเมตร และพื้นที่เช่าหลังคา 450,777.29 ตารางเมตร ตอกย้ำการเป็นกองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวมมากที่สุด โดดเด่นด้วยทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ของประเทศ และความหลากหลายของกลุ่มผู้เช่า มีสัญญาเช่าระยะยาว อีกทั้งการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินหลักในครั้งนี้ ยังช่วยสร้างการเติบโตและมั่นคงให้กับรายได้ของกองทรัสต์อย่างมั่นคงและยั่งยืน และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับความโดดเด่นของทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการที่กองทรัสต์ WHART คลังสินค้าประเภท Built-to -Suit เป็นคลังสินค้าที่สร้างตามความต้องการของลูกค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้าน Operation ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งกลุ่มลูกค้าที่มีการเช่าคลังสินค้า และโรงงานประเภทนี้โดยปกติจะทำสัญญาเช่าระยะยาวจึงทำให้กองทรัสต์ WHART มีความมั่นคงและมีฐานลูกค้าที่เช่าคลังสินค้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมของการเพิ่มทุนในปีนี้ กองทรัสต์ WHART จะทำการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 5 โครงการ โดยมีพื้นที่เช่าอาคารรวม ประมาณ 159,963 ตารางเมตร โดยประกอบด้วย

1. โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ บางนา-ตราด กม.23 โปรเจค 3 ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
2. โครงการดับบลิวเอชเอ ซิกโนด แฟคทอรี่ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
3. โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม.21 ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
4. โครงการดับบลิวเอชเอ-เคพีเอ็น เมกกะ โลจิสติกส์เซ็นเตอร์บางนา-ตราด กม.23 โปรเจค 2 ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
5. โครงการดับบลิวเอชเอ เซ็นทรัล เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ วังน้อย 63 ตั้งอยู่ที่ อำเภอ วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“การเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมในทรัพย์สินที่มีศักยภาพ และมีกลุ่มผู้เช่าในกลุ่มธุรกิจที่มั่นคงและเติบโตและที่เป็นที่รู้จักอย่างเช่น บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด, บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด และมีสัญญาเฉลี่ยระยะยาว โดยภายหลังการเข้าลงทุนกองทรัสต์จะมีผู้เช่ากลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (3PLs) ในสัดส่วนร้อยละ 42 ของรายได้เฉพาะพื้นที่ส่วนที่มีผู้เช่า กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในสัดส่วนร้อยละ 20 ของรายได้เฉพาะพื้นที่ส่วนที่มีผู้เช่า และกลุ่มการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ในสัดส่วนร้อยละ 15 ของรายได้เฉพาะพื้นที่ส่วนที่มีผู้เช่า”

นายสาวิตร ศรีศรันยพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ WHART กล่าวว่า กองทรัสต์ WHART เป็นผู้นำกองทรัสต์ในกลุ่มคลังสินค้าและอุตสาหกรรม ที่มีปัจจัยสนับสนุนความแข็งแรง และโดดเด่นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการที่มีทรัพย์สินในทำเลศักยภาพที่เป็นศูนย์กลางจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ ของประเทศไทย ความมั่นคงทางรายได้จากสัญญาเช่าระยะยาว เนื่องจากคลังสินค้าที่ WHART ลงทุนส่วนใหญ่เป็นคลังสินค้าประเภท Built-to-Suit อีกทั้งผู้เช่าพื้นที่ในทรัพย์สินของกองทรัสต์ เป็นผู้เช่าชั้นนำในกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโต ซึ่งความแข็งแกร่งเหล่านี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นจากประวัติการจ่ายผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอมาตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์ และทรัพย์สินที่กองทรัสต์ WHART จะลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ ทั้ง 5 โครงการจะมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งเดิมให้กับกองทรัสต์ WHART ได้มีประมาณการจ่ายประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ภายหลังการลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมครั้งที่ 8 เท่ากับ 0.80 บาทต่อหน่วย สำหรับรอบประมาณการณ์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2566 เพิ่มขึ้นจากประมาณการจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากทรัพย์สินเดิมของกองทรัสต์ WHART สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกัน ซึ่งเท่ากับ 0.78 บาทต่อหน่วยภายหลังการเข้าลงทุนในทรัพย์สิน เพิ่มเติมครั้งนี้

สำหรับการเพิ่มทุนของกองทรัสต์ WHART ครั้งนี้จะเสนอขายให้แก่ ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์ที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ วันที่ 20 ต.ค.2565 และประชาชนทั่วไป (Public Offering) ซึ่งเป็นบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ทั้งนี้ คาดว่าการเสนอขายหน่วยทรัสต์จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 โดยราคาเสนอขายจะประกาศให้ทราบผ่านเว็บไซต์ของทางตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง