ธปท.ประกาศ!ไม่ต่อมาตรการLTV ป้องกันกลุ่มเก็งกำไร-ส่งผลหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง

ธนาคารแห่งประเทศไทยเผย หลังเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณฟื้นตัว ภาพรวมตลาดอสังหาฯ-ธุรกิจเกี่ยวเนื่องปรับตัวดีขึ้นหลังรับผลกระทบจากโควิด-19 เห็นควรไม่ต่อมาตรการ LTV ระบุหากขยายระยะเวลาการผ่อนคลายอาจเอื้อให้เกิดการสะสมความเสี่ยงในระบบการเงิน  โดยเฉพาะการเก็งกำไรจากผู้มีรายได้ปานกลาง-สูง ส่งผลต่อระดับหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงในอนาคต
ดร.ชญาวดี ชัยอนันต์
ดร.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ เปิดเผยว่า จากการที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างชัดเจนและทั่วถึงมากขึ้น ขณะเดียวกันภาคอสังหาริมทรัพย์ก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งฝั่งของอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งการจ้างงานในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นมากแล้ว

ดังนั้น ธปท. จึงเห็นควรจะไม่ต่ออายุการผ่อนคลายมาตรการการกำหนดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value : LTV) จากที่กำหนดสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 31 ธันวาคม 65 นี้  จากที่ก่อนหน้านี้จำเป็นต้องผ่อนคลายมาตรการ LTV โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2664 – 31 ธันวาคม 2565 เนื่องจากเห็นว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 (ช่วงเมษายน2564) กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ฐานะการเงินในบางภาคธุรกิจและครัวเรือนยังเปราะบาง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและพยุงการจ้างงานเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ทั้งนี้เชื่อว่าการสิ้นสุดการผ่อนคลายมาตรการ LTV ไม่เป็นอุปสรรคต่อการซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากเกือบทั้งหมดกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่มูลค่า ต่ำกว่า 10 ล้านบาทซึ่งมาตรการ LTV ปัจจุบันสำหรับซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาทผ่อนคลายมากอยู่แล้ว (กำหนดไว้ที่ร้อยละ 100 แล้ว)

สำหรับตัวเลขการโอนอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2565 พบว่ามียอดการโอนขยายตัวสูงถึง 8.5% และจำนวนตัวเลขการเปิดโครงการใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 9,000 หน่วยต่อเดือนเทียบกับช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 9,200 หน่วยต่อเดือน

วัตถุประสงค์ของการผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราวนั้น เพื่อเติมเม็ดเงินใหม่ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก โดยการเพิ่มแรงจูงใจในการซื้อที่อยู่อาศัยให้กลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางขึ้นไปที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่มากนัก และมีความสามารถรองรับการก่อหนี้เพิ่มได้ ทั้งนี้มองว่า หากมีการขยายระยะเวลาการผ่อนคลายมาตรการอาจเอื้อให้เกิดการสะสมความเสี่ยงในระบบการเงินในระยะต่อไปได้ เช่น การเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์โดยผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงและส่งผลต่อระดับหนี้ครัวเรือนให้เพิ่มสูงขึ้นในอนาคตดร.ชญาวดี กล่าวในที่สุด

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง