REIC ประเมินตลาดอสังหาฯปี’66 หลังหมดมาตรการ LTVชะลอเปิดโปรเจ็กต์ใหม่

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯประเมินแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2566 พื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล หลังหมดมาตรการ LTV  ผู้ประกอบการอาจชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ คาดมีเปิดตัวใหม่จำนวน 98,581 ยูนิต มูลค่า 513,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% และ 1.1% ตามลำดับ จากปี 2565 โดยสินค้าประเภทอาคารชุดเริ่มกลับมาเปิดตัวใหม่เพิ่มขึ้นถึง 4 หมื่นยูนิต

ดร. วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2566ว่า จะได้รับแรงกดดันจากการไม่ต่ออายุมาตรการ LTV (Loan to value) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป อาจส่งผลให้ดัชนีรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ (หมวดที่อยู่อาศัย)มีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงเหลือ 89.5 จุด ลดลง -1.1% จากปี 2565 โดยจะปรับตัวอยู่ในกรอบต่ำสุดที่  80.6 จุด หรือลดลง -11.0% (กรณี Worst Case) และมีกรอบสูงสุดที่ 98.5 จุด หรือ ขยายตัว 8.8% (กรณี Best Case)

นอกจากนี้อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล  โดยคาดว่าจะมีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่จำนวน 98,581 ยูนิต มูลค่า 513,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% และ 1.1% ตามลำดับ จากปี 2565 ประกอบด้วยโครงการแนวราบประมาณ 58,312 ยูนิต มูลค่า 367,363 ล้านบาท  และโครงการอาคารชุดประมาณ 40,270 ยูนิต มูลค่า 146,619 ล้านบาท

ส่วนการออกใบอนุญาตจัดสรรทั่วประเทศจะมีประมาณ 79,909 ยูนิตเพิ่มขึ้น 3.5% จากปีก่อน มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างประมาณ 294,019 ยูนิตลดลง -5.5% เมื่อเทียบกับปี 2565 และคาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนประมาณ 91,615 ยูนิต ลดลง -0.1%

ด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 2566 คาดว่าจะมีประมาณ 320,227 ยูนิต ลดลง -14.2% มูลค่า 953,404 ล้านบาท และจะมีจำนวนสินเชื่อปล่อยใหม่ประมาณ 614,764 ล้านบาท ลดลง -4.0% เมื่อเทียบกับปี 2565

ขณะที่อุปทานและอุปสงค์ที่อยู่อาศัยในปี 2565 นี้ ดร.วิชัยคาดว่าจะมีการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินประมาณ 77,221 ยูนิตเพิ่มขึ้น 12.7% และจะมีที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลประมาณ 96,803 ยูนิต มูลค่า 508,264 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 87.9% และ 132.1% ตามลำดับ แบ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 49,492 ยูนิต มูลค่า 336,008 ล้านบาท และโครงการอาคารชุดจำนวน 47,311 ยูนิต มูลค่า 172,256 ล้านบาท

ส่วนการออกใบอนุญาตก่อสร้างมีจำนวน 310,976 ยูนิต แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 264,031 ยูนิต และอาคารชุดพักอาศัย 46,945 ยูนิต

ด้านหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจะมีประมาณ 373,253 ยูนิต มูลค่า 997,471 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.59% และ 5.61% ตามลำดับ แบ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 279,447 ยูนิต และอาคารชุดพักอาศัยจำนวน 93,806 ยูนิต

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง