การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจำเป็นแค่ไหน?

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยโดยทั่วไปในระบบเศรษฐกิจให้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียว เพื่อสกัดภาวะเศรษฐกิจที่ร้อนแรงเกินไป และแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์หรือความต้องการมวลรวมมากเกินไป รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของประเทศผู้ผลิตน้ำมัน

ดร.ประศาสน์  ตั้งมติธรรม กรรมการที่ปรึกษา บริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อในประเทศ 4 ประเทศคือ ไทย สหรัฐอเมริกา จีน และออสเตรเลีย พบว่า อัตราเงินเฟ้อในไทยและสหรัฐอเมริกาขึ้นถึงจุดสูงสุดประมาณกลางปี 2565 และเริ่มลดลงมาตามราคาน้ำมันหลังจากนั้น  ส่วนประเทศจีนเป็นกรณีที่อัตราเงินเฟ้อลดลงมาแล้วสูงขึ้นไปอีก และออสเตรเลียยังไม่มีจุดสูงสุด

ทั้งนี้อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจรายไตรมาสของประเทศไทยค่อย ๆ สูงขึ้นตั้งแต่การเปิดประเทศในไตรมาส 4 ปี 2564 ที่เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์  ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยธนาคารกลางเริ่มปรับขึ้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 และปรับสูงทั้งหมดเพียง 0.75 % ในปีนี้ แสดงให้เห็รว่าการเปิดประเทศและระบบเศรษฐกิจของไทยเป็น dominating of factor ของเศรษฐกิจไทย  ราคาน้ำมันอาจสูงขึ้น  อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นไม่มากและมาช้าด้วยจึงอาจจะไม่ส่งผลกระทบหรือยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

ส่วนอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเริ่มฟุบด้วยภาวะโควิดในปี 2563 และเด้งกลับขึ้นในปี 2564 หลังจากนั้นเศรษฐกิจเริ่มทยอยขยายตัวลดลงด้วยอัตราที่ต่ำลงเรื่อย ๆ สอดคล้องกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นชัดเจนตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2564

ขณะที่ระดับการขาดดุลทางการคลังสำหรับปีงบประมาณ 2565 ของสหรัฐอเมริกามีระดับเพียง 1/3 ของการขาดดุลของ 2 ปีงบประมาณก่อนหน้านี้  โดยรวมแล้ว dominating of factor ต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเป็นการขาดดุลที่ลดลงหรือราคาน้ำมัน หรือการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เร็วกว่าและมากกว่าประเทศอื่น ๆ คือตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 และปรับทั้งหมด 3.5 %

เมื่อดูองค์ประกอบของจีดีพีจะพบว่าการบริโภคภาคเอกชนลดลงในไตรมาส 2-3 ประมาณ 1-2% แต่การบริโภคมีสัดส่วนถึง 70%ของจีดีพีจึงส่งผลกระทบมาก แต่การลงทุนภาคเอกชนลดลงมากที่สุดถึง 10% แม้ว่าจะมีสัดส่วนเพียง 20% โดยสรุปแล้วราคาน้ำมันและความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ยในอนาคตส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อจีดีพีโดยรวม

ส่วนของประเทศจีน จีดีพีได้รับผลกระทบหลักจากการล็อกดาวน์ทำให้การผลิตทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักลง  อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ไม่ได้ส่งผลอะไรที่ชัดเจนแม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ต่ำลงแต่ก็ไม่ได้ช่วยเศรษฐกิจแต่อย่างใด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงมีขนาดเพียง 0.20 %เท่านั้น  ส่วนอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นด้วยราคาน้ำมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแต่อย่างใด

ด้านเศรษฐกิจของประเทศออสเตรเลียได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มาตั้งแต่ปี 2563 และฟื้นกลับมาในปี 2564 ด้วยอัตราการขยายตัวที่สูงพร้อม ๆ กับความต้องการที่อยู่อาศัยที่อยู่ในระดับสูง แม้ว่าธุรกิจที่อยู่อาศัยเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันตั้งแต่ต้นปี 2565 และการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่เดือนพฤษภาคม  แต่ก็มีการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางในระดับสูงที่ช่วยชดเชยให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับ 3-4% และอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปีที่ 3% ทำให้การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงเท่าที่ควรจะเป็น

แสดงให้เห็นว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่ได้สัมพันธ์กับภาวะเงินเฟ้อที่สูงเสมอไป ในกรณีศึกษาทั้งหมดนี้ ภาวะเงินเฟ้อเกิดจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เมื่อเป็นเช่นนั้น การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นจึงไม่ได้ช่วยลดอัตราเงินเฟ้อ  ในกรณีของสหรัฐอเมริกาการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เร็วและรุนแรงดูเหมือนจะชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงที่มาคู่กับอนาคตทางเศรษฐกิจที่ผันผวน นำไปสู่ความชะงักงันของการบริโภคและการลงทุนมากกว่า

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง