ตลาดอาคารชุดปี’66 ยังเหนื่อย บ้านเดี่ยวเป็น “พระเอก”หนุนภาพรวมอสังหาฯโต

ศุภาลัยฯคาดภาพรวมตลาดอสังหาฯปี 66 ขยายตัวเท่าปี 65 มีปัจจัยเสริมจากการท่องเที่ยว-การลงทุนภาคเอกชน ขณะที่ยังเผชิญกับปัจจัยลบหลักจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง ส่งผลเกิดภาวะเงินเฟ้อ คาดความต้องการที่อยู่อาศัยโดยรวมอยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 120,000 หน่วย อาคารชุดยังเป็นตัวกดดันให้ผู้ประกอบการต้องโหมการตลาดเพื่อรักษาผลประกอบการ ขณะที่บ้านเดี่ยวจะเป็นพระเอกหนุนภาพรวมตลาดโต สินค้าที่เป็นประเภท Entry level สำหรับกลุ่มที่อายุมากกว่ากลุ่มเริ่มทำงาน ยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม
ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า จากสภาวะเศรษฐกิจในปี 2564 กระเตื้องขึ้นในครึ่งปีหลังด้วยการเปิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ  และในปี 2565 สภาวะเศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้นไปอีกจากการเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาในราชอาณาจักรได้ ภายใต้การควบคุมในครึ่งปีแรกและเป็นอิสระในครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจได้รับการกระตุ้นเพิ่มขึ้นใน 2 เดือนสุดท้ายของปี 2565 จากการจัดประชุม “APEC 2022” ของไทย

ข้อมูลที่ใช้ดูภาวะตลาดที่อยู่อาศัยมีหลายตัวและเป็นตัวชี้ที่แตกต่างกัน  ข้อมูลการขออนุญาตปลูกสร้างอาคารเป็นตัวชี้ล่วง ข้อมูลยอดทำสัญญาขายที่อยู่อาศัยเป็นตัวชี้ปัจจุบัน  และข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์เป็นตัวชี้ย้อนหลัง  ดังนั้น การดูภาวะตลาดปัจจุบันจึงต้องดูจากสภาวการณ์ขายเป็นหลัก ซึ่งยังคงมีตัวแปรที่ใช้ได้ 2 ตัวดังนี้

รูปที่แสดงกราฟ 2 เส้นคือ เส้นล่างแสดงจำนวนที่อยู่อาศัยที่ขายได้และเส้นบนแสดงยอด สัญญาของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 10 แห่ง  กราฟทั้งสองเส้นแสดง จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยที่ขายได้และยอดสัญญาเป็นตัวเงินที่ตกต่ำที่สุดในปี 2563 กระเตื้องในปี 2564 และขยายค่อนข้างชัดเจนในปี 2565  กล่าวคือ จำนวนหน่วยที่ขายได้โดยประมาณ 110,000 หน่วยในปี 2565 สูงขึ้นจากจำนวนประมาณ 75,000 หน่วยในปี 2564  ส่วนยอดขายเป็นตัวเงินของบริษัท จดทะเบียนสูงขึ้นจากประมาณ 220,000 ล้านบาทในปี 2564 เป็นประมาณ 260,000 ล้านบาทในปี 2565 แม้ว่าตัวเลขทั้งสองจะอยู่บนฐานที่แตกต่างกันแต่ก็แสดงทิศทางชัดเจน

ในด้านอุปทานนั้น ที่อยู่อาศัยใหม่ที่เปิดขายในปี 2565 เริ่มมีจำนวนกลับสู่ภาวะปกติคือ ที่อยู่อาศัยทุกประเภทรวมกันประมาณ 100,000 หน่วย โดยมีอัตราการขยายตัวในสินค้าประเภท อาคารชุดมากที่สุดจากประมาณ 20,000 ในปี 2564 เป็นประมาณ 54,000 หน่วยในปี 2565  สินค้าประเภทบ้านเดี่ยวก็มีการนำเสนอในจำนวนที่เพิ่มขึ้นที่ประมาณ 15,000 หน่วยจากปกติที่ 10,000-12,000 หน่วย ทั้งหมดนี้สะท้อนความมั่นใจของผู้ประกอบการที่ว่ากำลังซื้อในตลาดมีสูงขึ้น เพียงพอที่จะรองรับการทำตลาดตามปกติเช่นเมื่อก่อนโควิด สถิติรายละเอียดของที่อยู่อาศัยที่ใหม่ที่ เสนอขายในแต่ละประเภทและแต่ละปี แสดงไว้ในตารางที่ 1

 

ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับไปพิจารณายอดขายที่เป็นตัวเงินของบริษัทจดทะเบียน จะเห็นได้ว่าแม้แต่ผล กระทบจากการล็อกดาวน์อันเนื่องมาจากโควิดที่รุนแรงที่สุดในปี 2563 ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก กล่าวคือลดลงเพียงประมาณ 1% ของภาวะปกติเท่านั้น ถ้าหากไปดูในรายละเอียดแล้วจะพบว่า กลุ่มผู้บริโภคหลัก ๆ ที่กลายมาเป็นกลุ่มที่สนับสนุนไม่ให้ยอดขายที่อยู่อาศัยตกลงมาไม่มากนักจากผลกระทบต่อรายได้ของโควิด ได้แก่ กลุ่มที่มีอายุ 26-30 ปีแทนที่จะเป็น 36-40 ปีดังแต่ก่อน  กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เริ่มทำงานไม่นานและ ไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยลง  นอกจากนี้ระบบการเงินเคหการในปัจจุบันนี้ก็อำนวยให้สามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ไม่ยากด้วยเงินผ่อน ต่อเดือนที่ต่ำกว่าแต่ก่อนมาก

สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่จะเกี่ยวข้องกับตลาดที่อยู่อาศัยได้แก่ อัตราการขยายตัวโดยรวม ของระบบเศรษฐกิจในปี 2566 อย่างน้อยที่สุดน่าจะเท่ากับปี 2565 หรือ 3.4%  ปัจจัยบวกที่น่า จะเสริมไปจากปี 2565 น่าจะได้แก่ภาคท่องเที่ยวและการลงทุนของภาคเอกชน การบริโภคภาคเอกชน ยังคงขยายตัวในอัตราที่สูงในไตรมาส 3 ปี 2565 และควรจะคงระดับต่อไปในปี 2566 ปัจจัยด้านลบ คือราคาน้ำมันที่สูงทำให้ภาคการค้าต่างประเทศไม่มีดุลการค้าเป็นบวกอย่างเช่นในปีก่อน ๆ  ปัจจัยนี้ เป็นเรื่องเดียวกับที่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ แต่ว่าราคาที่อยู่อาศัยนั้นได้มีการปรับตัวจากราคาวัสดุและ ค่าแรงไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2565 ผลกระทบที่เหลือในปี 2566 จึงไม่น่าจะมาก อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอันเนื่องมาจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทั่วโลกในปี 2566 มีบ้างแต่ไม่มาก น่าจะน้อยกว่าครึ่งหน่วยเปอร์เซ็นต์สำหรับการผ่อน 3 ปีแรก

อย่างไรก็ตามเมื่อประมวลจากปัจจัยต่างๆ โดยรวมแล้ว ความต้องการที่อยู่อาศัยโดยรวมน่าจะรักษาไว้ได้ ในระดับไม่น้อยกว่า 120,000 หน่วยในปี 2566  ส่วนปัจจัยสนับสนุนจากด้านอุปทานได้แก่ การเสนอสินค้าใหม่ประเภทอาคารชุดออกสู่ตลาดจำนวนมาก คงจะเป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งที่ทำให้ ผู้ประกอบการต้องทำการตลาดอย่างหนักเพื่อรักษาผลการดำเนินงานให้ได้มากที่สุด  กลุ่มผู้บริโภค อายุน้อยน่าจะเป็นเป้าหมายของสินค้าประเภทนี้  บ้านเดี่ยวเป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งจากด้านอุปทาน ที่จะสนับสนุนตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมได้ดี  ในภาวะเศรษฐกิจที่อัตราการขยายตัวยังไม่สูง แต่อัตรา เงินเฟ้อสูง สินค้าที่เป็นประเภท Entry level สำหรับกลุ่มที่อายุมากกว่ากลุ่มเริ่มทำงานที่เคยเป็นความต้องการหลักจะยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง