“มหกรรมบ้านและคอนโด” ครั้งที่ 43 กวาดยอดขายในงานทะลุเป้ารวมกว่า 4 พันล้าน

3 สมาคมอสังหาฯปลื้ม งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 43 ปิดยอดขายในงานมากกว่า 4,000 ล้านบาท และที่คาดว่าจะตามหลังมาถึงกลางปีนี้ ทะลุกว่า 10,000 ล้านบาท เผยดีมานด์ด้านที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาสแรกทะยาน สะท้อนความมั่นใจต่อเศรษฐกิจโดยรวมและการบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวได้ดี ทั้งผู้ประกอบการได้เตรียมสินค้าโครงการต่างๆ มาตอบรับได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
นพ.วิเชียร แพทยานันท์
นพ.วิเชียร แพทยานันท์ ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 43 เปิดเผยว่า สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย การจัดงานดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากจำนวนบูธที่ขายได้เกือบ 100% ไปจนถึงจำนวนโครงการอสังหาฯ ที่มานำเสนอแก่ลูกค้า เกือบทะลุกว่า 1,000 โครงการ ซึ่งเป็นไปตามเป้า และที่สำคัญลูกค้าที่เข้าชมงานล้วนให้ความสนใจและมั่นใจในการจัดงานครั้งนี้  โดยตลอด 4 วันของการจัดงานฯ มียอดสัญญาจะซื้อจะขายทะลุกว่า 1,000 สัญญา คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 4,000 พันล้านบาท โดยทาง 3 สมาคมฯ เชื่อว่าจะมีการซื้อขายติดตามมาอีก 1.5 เท่า ไปจนถึงกลางปีนี้ คิดเป็นมูลค่าต่อยอดจากการจัดงานมากกว่า 10,000 ล้านบาท หรือสรุปได้ว่างานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 43 สามารถสร้างยอดขายได้ ซึ่งเป็นแรงผลักดันกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างความสำเร็จจากการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์ที่อยู่อาศัยในช่วงต้นปี 2566 นี้เติบโตได้ดี อันมีปัจจัยมาจากความมั่นใจในเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่กำลังฟื้นตัว เช่นเดียวกับการบริโภคของภาคเอกชน รวมถึงภาคการท่องเที่ยว

ทั้งนี้จากผลสำรวจภายในงาน พบว่ามียอดผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้น 20 % เมื่อเทียบกับงานครั้งที่ 42  โดยประเภทที่อยู่อาศัยที่ขายได้มากที่สุด ได้แก่ คอนโดมิเนียม คิดเป็น 36 % รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ 32 % บ้านเดี่ยว 19 % และบ้านแฝด 11 % ส่วนอสังหาฯ ประเภทอื่นๆ ที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ที่ดินเปล่า บ้านมือสอง ในส่วนของสินเชื่อบ้าน และรีไฟแนนซ์บ้าน มีผู้ยื่นขอใช้บริการคิดเป็นวงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท

ด้านรายละเอียดจากการการประมวลผลสำรวจผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าและหน้างาน ทางด้านต่างๆ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้เข้าชมงานมหกรรมฯ เป็นครั้งแรก 67.5% และอีกประมาณ 32.5% เป็นผู้ที่เคยมางานแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แสดงให้เห็นว่างานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ที่จัดโดยสามสมาคมอสังหาฯ สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น ผู้ลงทะเบียนมีระยะเวลาในการตัดสินใจซื้อภายใน 1 – 2 ปี มากที่สุด 22.2% รองลงมามีระยะเวลาในการตัดสินใจซื้อภายใน 6 – 12 เดือน 17.0% ส่วนตัดสินใจซื้อภายในงานเลยมีเพียง 5.6% ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการซื้อเพื่อต้องการมีที่อยู่อาศัยของตนเองมากที่สุด 40.5% รองลงมาซื้อเพราะต้องการความสะดวกในการเดินทาง 15.6% ส่วนซื้อเพื่อการลงทุนมีเพียง 7.3%

โดยผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y ในช่วงอายุ 21-30 ปี 35.2% รองลงมาอยู่ในช่วงอายุ 31-40 ปี 30.3% ขณะที่ 15.5% เป็นกลุ่ม Gen X ในช่วงอายุ 41-50 ปี ส่วนรายได้ส่วนตัวต่อเดือนชี้ว่าผู้เข้าชมงาน  37.2% มีรายได้อยู่ไม่เกิน 30,000 บาท ส่วน 29.5% มีรายได้อยู่ระหว่าง 30,000-50,000 บาท ในขณะที่ 33.2 % เป็นกลุ่มที่มีรายได้เกิน 50,000 บาท ส่วนในเรื่องความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย พบว่าเกินครึ่งของผู้เข้าชมงานมหกรรมฯ ที่เข้ามาชมงานและมีความต้องการซื้อ 58.3% และมีงบประมาณที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทอยู่ในช่วง 2 – 3 ล้านบาท มากที่สุด 28.9% รองลงมาอยู่ในช่วงไม่เกิน 2 ล้านบาท 22.4% และ  3 – 4 ล้านบาท 21.7% ในขณะที่บ้านในระดับราคาแพงที่เกินกว่า 15 ล้านบาทขึ้นไปมีเพียง 2.6% และโดยส่วนใหญ่ต้องเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ 86.5% บ้านมือสองมีความต้องการซื้อ 13.5%

สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 จะจัดขึ้นระหว่าง 2-5 พฤศจิกายน 2566 ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทาง 3 สมาคมยังคงเจตนารมณ์ที่จะสร้างงานนี้ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคในทุกๆช่วงวัย ให้เรื่องเป็นอยู่ เป็นเรื่องง่าย

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง