CIVIL เปิดแผนปี 66 ปักธงรายได้โต 20% จับมือพันธมิตร เพิ่มโอกาสรับงาน-ขยายธุรกิจใหม่

ซีวิลเอนจีเนียริงฯเผยทิศทางธุรกิจปี 66 ตั้งเป้ารายได้โต 20% ชูกลยุทธ์มุ่งเน้นเข้ารับงานโครงสร้างพื้นฐานทั้งภาครัฐและเอกชน ขยายฐานลูกค้ากลุ่มการก่อสร้างประเภทพลังงานทดแทน เตรียมหนุน Backlog แตะ 20,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพงานก่อสร้างเทคโนโลยีทันสมัย ควบคุมต้นทุน เล็งจับมือพันธมิตรเสริมแกร่ง แก้ไขปัญหาแรงงาน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข
งานนายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือCIVIL เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานปี 2566 ว่า บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตอย่างมีศักยภาพทั้งในส่วนของรายได้ และความสามารถในการทำกำไร โดยวางเป้าหมายรายได้เติบโต 20% หรือ 6,000-8,000 ล้านบาท ทั้งนี้แผนการดำเนินงานของบริษัท มุ่งเน้นสร้างการเติบโตจาก 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท และ 2. การเข้าลงทุนกับพันธมิตรใหม่ๆ ที่มีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับงานก่อสร้าง เทคโนโลยีและนวัตกรรมงานก่อสร้าง

ในส่วนของธุรกิจหลักมุ่งเน้นการเข้าประมูลและรับงานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ซึ่งถือเป็นงานหลักของบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ อาทิ ถนน, สนามบิน ขณะที่งานภาคเอกชนมีแผนขยายกลุ่มลูกค้าโครงการก่อสร้างประเภทพลังงานงานทดแทน เพื่อตอกย้ำความชัดเจนที่ปรับตัวเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างคุณภาพ และ ช่วงเสริมสร้างความแข็งแกร่ง รวมถึงการเป็นคู่ค้าที่ดีกับลูกค้าเอกชน โดยเน้นการส่งมอบงานที่รวดเร็ว และ เข้ารับงานใหม่ที่สะท้อนราคาต้นทุนใหม่และอัปเดต คาดว่าจะส่งผลให้มูลค่างานในมือ (Backlog) ของบริษัทเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้แตะที่ระดับ 20,000 ล้านบาท 

นอกจากนี้จะพัฒนางานก่อสร้างให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ส่งมอบงานได้เร็วตามกรอบเวลา เพื่อสร้างการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้างท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณความต้องการ และ ราคาวัสดุก่อสร้างที่ผันผวน

ส่วนแผนการเข้าลงทุนกับพันธมิตรใหม่ทางธุรกิจ มีแผนความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้ารับงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีหลากหลายมากขึ้น ควบคู่กับการมองหาโอกาสขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้นวัตกรรมก่อสร้างเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างยั่งยืน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และ สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการสร้างการเติบโตอย่างมีศักยภาพร่วมกันในอนาคต คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจจากการลงทุนในงานโครงสร้างพื้นฐานและโครงการก่อสร้างอื่นๆ ของภาครัฐ เพื่อรองรับการขยายตัวทั่วประเทศอีกทั้งการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มเติบโตขึ้น จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว การย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศ ส่งผลให้ความต้องการก่อสร้างเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC)

แม้ในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมก่อสร้างต้องพบกับปัจจัยลบทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการเมืองที่มีความผันผวน แต่ในภาพรวมเศรษฐกิจยังคงมีการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนอยู่ส่งผลให้บริษัทสามารถเข้ารับงานก่อสร้างได้ต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งในการดำเนินงานก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพและมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง คาดว่าในปีนี้ทิศทางอุตสาหกรรมจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงต้นปี ถือเป็นโอกาสของบริษัทที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีนี้ได้อย่างแน่นอนนายปิยะดิษฐ์ กล่าว

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนงานก่อสร้างแบ่งเป็น งานก่อสร้างทางรถไฟและทางรถไฟความเร็วสูง45%, งานก่อสร้างทางหลวง ทางต่างระดับ และทางพิเศษ 39%, งานก่อสร้างฟลัดเวย์ 12% งานก่อสร้างท่าอากาศยาน 1%, งานก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 1% และ งานประเภทอื่นๆ 2%

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง