“บริทาเนีย”ผนึก 6 บิ๊กแลนด์ลอร์ด พัฒนาแนวราบ 8 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 7 พันล้านบาท

บริทาเนีย สร้างรากฐานการเติบโต ไตรมาส 1/66 จับมือร่วมทุน 6 บิ๊กแลนด์ลอร์ด หัวเมืองใหญ่กรุงเทพฯนครราชสีมาขอนแก่นอุดรธานีชลบุรี เตรียมแผนพัฒนาบ้านจัดสรร 8 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,000 ล้านบาท พร้อมประเดิมผลงานกวาดยอดโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่องเกือบ 1,400 ล้านบาท รุกเดินหน้าต่อไตรมาส 2/66 จ่อเปิดอีก 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 3,800 ล้านบาท ก่อนโหมบุกเปิดโครงการจัดเต็มครึ่งปีหลัง  
นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์
นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือBRI เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/2566 ที่ผ่านมา บริษัทได้เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับเจ้าของที่ดิน (Landlord) รายใหญ่จำนวน 6 ราย ในหลากหลายทำเลศักยภาพทั่วประเทศ เพื่อร่วมทุนกันพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ในพื้นที่กรุงเทพฯนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และชลบุรี รวมทั้งสิ้นจำนวน 8 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 7,000 ล้านบาท

 

เราได้รับการตอบรับและการสนับสนุนที่ดีจากบรรดาเจ้าของที่ดิน หลังเปิดโมเดล Your Land to New Business พร้อมข้อเสนอแบบ Win-Win ความร่วมมือทั้งหมดที่เกิดขึ้น จะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้เรา 4 ด้าน 1.ช่วยให้บริษัทมีโอกาสเข้าถึงที่ดินทำเลศักยภาพมากขึ้น 2.ช่วยให้บริษัทมีความพร้อมพัฒนาโครงการใหม่ได้ทันทีในจังหวะเวลาที่เหมาะสม 3.ช่วยให้บริษัทขยายอาณาจักรการเติบโตของบริทาเนียได้อย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์  B to The Topโดยเฉพาะการขยายอาณาจักรในพื้นที่ต่างจังหวัด และ 4.ช่วยให้มีคู่คิดร่วมดำเนินธุรกิจที่มีความเข้าใจในท้องถิ่นและทำเลเหล่านั้นเพิ่มขึ้น โดยการร่วมทุนครั้งนี้ คาดว่าจะพัฒนาทุกแบรนด์เพื่อให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ตามความต้องการของตลาดไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ไบรตัน(Brighton) บริทาเนีย (Britania) แกรนด์ บริทาเนีย (Grand Britania) และเบลกราเวีย(Belgravia) ทั้งนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างพิจารณาโอกาสร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินเพิ่มเติมอีกหลายราย เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้นายสุรินทร์ กล่าว

 

นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันในช่วงไตรมาส 1/2566 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวใหม่จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการบริทาเนีย มะลิวัลย์ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังสามารถปิดการขาย (Sold Out) โครงการแกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม.12” อีกด้วยสำหรับผลการดำเนินงานบริษัทสามารถสร้างยอดขาย (Presale) ได้เท่ากับ 2,545 ล้านบาท และมียอดโอนกรรมสิทธิ์รวมกว่า 1,394 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปี 2565 ประมาณ 10% ทั้งนี้บริษัทยังมีส่วนรายได้ค่าบริหารโครงการ (Management Fee) จากโครงการร่วมทุนเท่ากับ 358 ล้านบาท มีรายได้รวมเท่ากับ 1,477 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 329 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 จะถือเป็นช่วงที่บริษัทให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งระยะยาวให้แก่บริษัท ได้แก่

1.การจับมือพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อเสริมแกร่งการเติบโตทางธุรกิจระยะยาว

2.การเดินหน้าดูแลสังคมตามกลยุทธ์ B The Goodness อาทิ การลงพื้นที่เดินหน้าโครงการCraft Park พัฒนาพื้นที่สีเขียวเพื่อชุมชน ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน การร่วมมือกับมูลนิธิบ้านนกขมิ้น จัดทีมงานสัญจร เดินทางไปรับสิ่งของที่ผู้บริโภคไม่ใช่แล้ว สู่โอกาสของน้องๆ เยาวชน

3.การเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มเติม มีแผนเปิดตัว 3 โครงการในไตรมาสที่ 2 มูลค่ารวม 3,800 ล้านบาท ได้แก่ บริทาเนีย อยุธยา มูลค่า 1,400 ล้านบาท, บริทาเนีย เทพารักษ์ ศรีนครินทร์มูลค่า 1,200 ล้านบาท และบริทาเนีย บางนา กม.39 มูลค่า 1,200 ล้านบาท 

ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลัง จะเป็นช่วงที่บริษัทเปิดตัวโครงการใหม่อย่างเต็มกำลังถึง 16 โครงการทั่วประเทศ คาดว่าภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปี จะยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง