RT เผยทิศทางไตรมาส 2/66 แนวโน้มดี เข้ารับงานใหม่ 3 โครงการ รวม 1.1 พันล้านบาท หนุน Backlog โต

ไร้ท์ทันเน็ลลิ่งฯเผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/66 แนวโน้มดี เร่งส่งมอบงานก่อสร้างสะท้อนราคาต้นทุนเดิม เข้ารับงานใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 1,134.4 ล้านบาท หนุน Backlog 10,913.87 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพเข้ารับงานประเภทอุโมงค์ดินอ่อน เตรียมพัฒนาเทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการใช้ทรัพยากรก่อสร้าง มองครึ่งปีหลังพลิกมีกำไร ด้านงบไตรมาส 1/66 รายได้รวม 627.34 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 84.22% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน
นายชวลิต ถนอมถิ่น
นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชนหรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมโยธาและธรณีเทคนิค เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/2566 คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากการเร่งส่งมอบงานเดิมที่สะท้อนราคาต้นทุนเก่าด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การจัดการแรงงาน และ การบริหารต้นทุนก่อสร้างเพื่อสร้างอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเน้นการรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากการเข้ารับงานใหม่ โดยในช่วงไตรมาส 2/2566 บริษัทเข้ารับงานจำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 1,134.4 ล้านบาท ได้แก่ งานก่อสร้างเขื่อนหัวงานและอาคารประกอบพร้อมส่วนประกอบอื่น โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้จังหวัดระยอง มูลค่า 435.04 ล้านบาทงานก่อสร้างทำนบดินหัวงานและอาคารประกอบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง จังหวัดตราด มูลค่าสัญญา 678.85 ล้านบาทและ โครงการ Slope Protection ทางหลวงหมายเลข 1322 ช่วงแม่จารินหลวง 2 .เชียงใหม่มูลค่าสัญญา 20.55 ล้านบาท ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ปริมาณงานก่อสร้างในมือเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมียอดงานที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 10,913.87 ล้านบาท ( วันที่ 6 มิถุนายน 2566) จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2566-2570

ด้านสัดส่วนงานก่อสร้างของบริษัทแบ่งเป็น งานประเภทก่อสร้างอุโมงค์ 49.80%, งานสร้างเขื่อนและระบบชลประทาน 17.48%, งานท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน 9.63%, งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 0.21% และ งานก่อสร้างอื่นๆ อาทิ งานก่อสร้างถนน และ งาน Slope Protection 22.88%

บริษัทยังคงมุ่งเน้นการขยายศักยภาพการเข้ารับงานก่อสร้างให้มีความหลากหลาย ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่มีอยู่ อาทิ งานท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน และ งานอุโมงค์ดินอ่อนในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล นอกจากนี้บริษัทมุ่งมั่นในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีและพัฒนาให้เข้ากับเครื่องมือที่มีอยู่ โดยนำมาใช้ควบคู่กับการดำเนินงาน เพื่อเป็นการลดการใช้ทรัพยากร พลังงาน และ แรงงานก่อสร้าง แต่ยังคงก่อสร้างงานโครงการในมือให้เป็นไปตามแผน จากกลยุทธ์การดำเนินงานทั้งหมด บริษัทเชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตและพลิกกลับมามีกำไรในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไปนายชวลิตกล่าว

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2566 บริษัทมีรายได้รวม 627.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวม 357 ล้านบาท จำนวน 270.34 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 75.73% และ มีขาดทุนสุทธิ 38.19 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 242 ล้านบาทจำนวน 203.81 ล้านบาท หรือลดลง 84.22% จากแผนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการเร่งส่งมอบงานเก่าที่สะท้อนราคาต้นทุนเดิม การบริหารต้นทุนก่อสร้างที่ดีขึ้น รวมถึงปัจจัยด้านราคาวัสดุก่อสร้างที่เริ่มคลี่คลาย 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง