“บิ๊กเสนา” เผย 3 ปัจจัยลบยังท้าทายรัฐบาลชุดใหม่ แนะเร่งกระตุ้นศก. หนุนดีมานด์เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่าย

เสนารอประเมินนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ หนุนสร้างกำลังซื้อที่อยู่อาศัย บนปัจจัยที่ยังเป็นอุปสรรค ทั้งดอกเบี้ย รายได้ และภาระหนี้ครัวเรือน หวังรัฐบาลแก้ทั้ง 3 เรื่อง เพื่อให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เตรียมแผนเคลื่อนปี 67 เพิ่มกลยุทธ์นอกเหนือจากการขายโครงการ เน้นการนำนวัตกรรมการเงิน หวังเข้าถึงที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน ) หรือSENA เปิดเผยถึงภายหลังที่รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศอย่างเป็นทางการว่า ในส่วนการเดินหน้าของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะได้รับผลในด้านบวกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจของกำลังซื้อที่จะเกิดขึ้น โดยต้องดูที่ภาระหนี้ของครัวเรือน อัตราดอกเบี้ย และเงินกู้เป็นองค์ประกอบด้วยเช่นกัน บนพื้นฐานที่เชื่อว่าทุกคนต้องการเป็นเจ้าของในที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังซื้อก็ยังลดลงอยู่ เป็นผลมาจากความสามารถในการสร้างรายได้ไม่เพียงพอต่อภาระต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการซื้ออสังหาฯ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยในเรื่องของราคาที่อยู่อาศัยโตเกินกว่ารายได้ และยังต้องเผชิญกับภาวะดอกเบี้ยที่สูงกว่า ความสามารถในการชำระหนี้ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว  ดังนั้นต้องดูปัจจัยเหล่านี้เป็นองค์ประกอบในทิศทางการเติบโตของอสังหาฯ 

ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยของไทยมีทิศทางขาลง แต่ก็ต้องพิจารณาต่อเนื่องไปยังแผนการกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ของประชาชนด้วย ดังนั้นการมีรัฐบาลใหม่จะเป็นจุดเริ่มต้นต่อการสร้างความมั่นใจมากขึ้น ต่อนโยบายที่รัฐบาลจะมาช่วยผลักดันและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนอกจากสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในระบบแล้ว ยังมีผลต่อการลงทุนในระยะยาว ซึ่งคงต้องใช้เวลาของผลที่เกิดขึ้นจากการใช้มาตราการกระตุ้นในรูปแบบต่างๆ ของรัฐบาล ยกเว้นแต่ว่ารัฐบาลมีนโยบาย หรือมาตรการกระตุ้นระยะสั้นประกาศใช้ออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดภาษี หรือการอุดหนุน (Subsidy) ที่จะมาช่วยให้เกิดกำลังซื้อที่อยู่อาศัยได้เช่นกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คงเป็นผลทางบวกในระยะสั้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระยะยาว คงต้องมีกลไก (Mechanism) ในเรื่องมาตรการดูแลด้านภาระหนี้ในระยะ 30 ปี โดยเฉพาะเรื่องภาระดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ ไม่มีการลอยตัว จะเป็นได้หรือไม่ เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาระยะยาวได้   

สำหรับทิศทางของอสังหาฯในปี 2567 เสนาฯ ได้วางแผนพัฒนาธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแค่การขายอสังหาฯ อย่างเดียว ต้องเริ่มปรับกลยุทธ์ใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับเทรนด์ ของความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยที่ยากขึ้น โดยพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในรูปแบบอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภคที่มีความสามารถในการเป็นเจ้าของลดลง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการทำโครงการ

ในปีหน้าคงต้องหาแนวทางการเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาอสังหาฯ เพื่อการขาย มาเป็นรูปแบบใหม่ โดยมีอินโนเวชั่นทางการเงินมากขึ้น เรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับสถาบันในการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจของเสนาฯผศ.ดร.เกษรา กล่าว

ส่วนนโยบายรัฐบาลที่สำคัญอีกเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับการลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการโดยการประกาศลดราคาดีเซล มีผลต่อค่าขนส่งให้ลดลง เชื่อว่าเป็นผลต่อราคาสินค้าให้ลดลงมาในระยะหนึ่ง แต่ขณะที่มีปัจจัยในเรื่องของค่าแรงที่ทุกคนคาดว่าจะปรับขึ้น ซึ่งในส่วนผู้ประกอบการทุกเซกเตอร์ รวมถึงเซกเตอร์ในระบบซัพพลายเชนของอสังหาฯ ต้องมาคำนวณดูเหมือนกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้ส่งผลให้ราคาสินค้าลดลง ซึ่งปัจจุบันค่าแรงของอสังหาฯมีการคาดการณ์แล้วว่าค่าแรงจะปรับขึ้น ดังนั้นการปรับค่าแรงขั้นต่ำนั้นจะส่งผลไปยังตลาดแรงงานทุกพื้นที่อยู่แล้ว

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง