5 แบงก์พาณิชย์นำร่องปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25%

อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในช่วงขาขึ้นและน่าจะยังยืนระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้  ขณะที่ภาวะหนี้ครัวเรือนก็ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้คาดการณ์กันว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลปี 2566 นี้น่าจะหดตัวลง เพราะกำลังซื้อชะลอตัวลงจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น

ล่าสุดสถาบันการเงินเริ่มทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากอีกรอบแล้ว หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบาย (กนง.)เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25%จากเดิม 2.25%เพิ่มเป็น 2.50%โดยให้มีผลทันที และปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือ GDP ในปี 2566 มาอยู่ที่ 2.8% จากเดิมอยู่ในระดับ 3.6% และปรับเพิ่ม GDP ในปี 2567 เพิ่มเป็น 4.4% จากเดิมที่ 3.8%

โดยมี 5 ธนาคารพาณิชย์ได้นำรองปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มอีก 0.25% หลังจากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยธนาคารกรุงเทพ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย MLR จากเดิม 6.85%เพิ่มเป็น 7.10% และอัตราดอกเบี้ย MRR จากเดิม 7.05% เพิ่มเป็น 7.30%

ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25%เช่นเดียวกัน โดยอัตราดอกเบี้ย MLR ขยับขึ้นจากเดิม 6.80% เป็น 7.05% และอัตราดอกเบี้ย MRR จากเดิม 7.05%เพิ่มเป็น 7.30% ขณะที่ธนาคารกสิกรไทยได้ปรับขึ้นดอกเบี้ย MLR จากเดิม 7.02% เป็น 7.27%และปรับขึ้นดอกเบี้ย MRR จากเดิม 7.05% เป็น 7.30%

ธนาคารยูโอบี ได้ปรับดอกเบี้ยเงินกู้ MLR เพิ่มเป็น 8.25%จากเดิม 8.00% และดอกเบี้ย MRR จากเดิม 8.55% เพิ่มเป็น 8.80% และธนาคารทหารไทยธนชาต ปรับขึ้นดอกเบี้ย MLR จาก7.475% เป็น 7.725% และดอกเบี้่ย MRR จากเดิม 7.58%เพิ่มเป็น 7.83%

ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์หรือ ธอส.ได้ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไปจนถึงสิ้นปีนี้เพื่อลดภาระรายจ่ายของผู้กู้  โดยนายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการธนาคาร และรักษาการกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผานมา  มีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี หรือจาก 2.25% ต่อปี เป็น 2.50% ต่อปี ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ พร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ในระดับปัจจุบันต่อไปจนถึงสิ้นปี 2566 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการชำระเงินงวดตามนโยบายของรัฐบาลให้กับลูกค้าเงินกู้ในปัจจุบันของธนาคารที่มีจำนวน 1.79 ล้านบัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อคงค้างมากกว่า 1.66 ล้านล้านบาท และเพื่อให้ลูกค้าได้มีเวลาในการปรับตัวรับกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง