“อัลฟาแคปปิตอลฯ”เจาะธุรกิจบริหารสินทรัพย์ครบวงจรทั้ง NPA-NPL

อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป  หรือ ACPG เปิดโมเดลธุรกิจบริหารสินทรัพย์ครบวงจร ทั้งธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่อยู่ในพอร์ตของธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ ครองแบ่งตลาด 2.1%จากมูลค่าตลาดรวม 2.7 แสนล้านบาทที่อยู่ในพอร์ตของบริษัทรับบริหารสินทรัพย์ทั้งหมด 62 บริษัท   อัพเดท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเป็น 6,350.6 ล้านบาท  

นายไมเคิล บีแคว๊ท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACPG เปิดเผยว่า บริษัทประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ครบวงจร ทั้งธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA)โดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) และดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัทบริหารสินทรัพย์อัลฟาแคปปิตอล จำกัด (ALPHA) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ไวร์เลส จำกัด (WAMC)  โดยในปี 2565 ที่ผ่านมาได้ซื้อสินทรัพย์หรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารรวมมูลค่า 1,500 ล้านบาท ส่วนในปีนี้รับซื้อสินทรัพย์เข้ามาในพอร์ตแล้วกว่า 1,200 ล้านบาท

โดยเฉพาะธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ทรัพย์สินรอการขายส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากการประมูลซื้อหลักประกันสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากการขายทอดตลาด หรือการตีทรัพย์ชำระหนี้ของลูกหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพของบริษัท โดยจะเน้นสินทรัพย์ที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันและพิจารณาความต้องการของตลาด เพื่อให้จำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวได้ในมูลค่าที่เหมาะสม

ทั้งนี้บริษัทจะมุ่งสร้างการเติบโตโดยใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ เพื่อรองรับโอกาสในการเติบโตจากอุปทานของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา โดยจากรายงานการประเมินอุตสาหกรรม ณ เดือนสิงหาคม 2566 ที่จัดทำโดยบริษัทอิปซอสส์ จำกัด คาดการณ์ว่าภายหลังจากที่มาตราการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของธนาคารแห่งประเทศไทยสิ้นสุดลงในปี 2566 จะมีปริมาณสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบเพิ่มขึ้น

โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 2.1%จากมูลค่าตลาดรวม 2.7 แสนล้านบาทที่อยู่ในพอร์ตของบริษัทที่รับบริหารสินทรัพย์ทั้งหมด 62 บริษัท   ขณะที่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมาบริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,919.8 ล้านบาท และ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเป็น 6,350.6 ล้านบาท  สินทรัพย์หลักในส่วนที่เป็น NPL ประมาณ 55%จะเป็นทรัพย์เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกับสินทรัพย์ NPA ที่มีพอร์ตที่อยู่อาศัยประมาณ 60%

“บริษัท มีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบส่งผลให้สามารถจัดหา บริหารจัดการ และสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของทีมผู้บริหารและบุคลากรหลักที่ผ่านการร่วมงานกับ Joint Venture ระหว่าง General Electric Capital และ Goldman Sachs[1] ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงระดับโลก ประกอบกับบริษัทฯ มีกลยุทธ์การปรับโครงสร้างหนี้ที่หลากหลาย สามารถปรับให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้”

โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิเท่ากับ 3,383.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% เมื่อเทียบกับ ช่วงสิ้นปี 2565 และมีทรัพย์สินรอการขายสุทธิเท่ากับ 1,982.3 ล้านบาท ลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2565 ขณะที่ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 728.0 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 223.4 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 311.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 138.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.95% และ  26.9% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้บริษัทประเมินว่าหลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอันเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของธนาคารแห่งประเทศไทยสิ้นสุดลงในช่วงสิ้นปี 2566นี้ จะมีปริมาณสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบเพิ่มขึ้น โดยประเมินได้จากการคาดการณ์ยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษของธนาคารพาณิชย์โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีจำนวน 1,123,485 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีจำนวน 436,238 ล้านบาท และคาดว่ายอดคงค้างสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 จะมีจำนวน 492,303 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 ซึ่งมีจำนวนเท่ากับ 465,026 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในประเทศไทยจากอุปทานของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง