แบงก์ระบายสต๊อก NPA ขนทรัพย์มือสองลดราคาส่งท้ายปี’66

สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยเตรียมจัดอีเวนต์ใหญ่ “Home-Loan-NPA Grand Sale 2023 ครั้งที่ 20” ยกทัพทรัพย์มือสองจากธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทบริหารสินทรัพย์รวม 10 รายอัดโปรโมชันราคาพิเศษ พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หวังเร่งระบายสต๊อก NPA กว่า 1.6 แสนล้านส่งท้ายปี

 นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการและประธานกรรมการบริหาร สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า แนวโน้ม NPA ของสถาบันการเงินมีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าในช่วงปี 2561 ซึ่งเป็นปีก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 NPA ของธนาคารพาณิชย์มีมูลค่าทางบัญชีจำนวน 93,734 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขล่าสุด ณ เดือนสิงหาคม 2566 NPA ของธนาคารพาณิชย์มีมูลค่าทางบัญชีรวม 163,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 75% จากปี 2561

ทั้งนี้ยังไม่รวม NPA จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจและบริษัทบริหารทรัพย์สิน ซึ่งข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน NPA ของบริษัทบริหารทรัพย์สินอยู่ที่ 59,498ล้านบาท  ทำให้ประเมินกันว่า NPA ทั้งระบบจะมีมูลค่ารวม (ตามการประเมินราคา) อยู่ที่ประมาณ 4-5 แสนล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ และยังมีแนวโน้มที่ NPA จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สถาบันการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทยสิ้นสุดลง

ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้ NPA ปรับสูงขึ้นเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวมาตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก เกิดปัญหาการว่างงาน ประชาชนมีรายได้ลดลงส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ตามที่คาดหมายจากภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกระทบจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูง อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ประกอบกับภาวะสงครามที่เกิดขึ้นทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน และล่าสุดสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสซ้ำเติมให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้าลง รวมทั้งการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงินทำให้มี NPA เข้าสู่ระบบเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้สมาคมฯได้จัดกิจกรรมการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายทรัพย์สินรอการขาย (Non-Performing Asset: NPA) ของธนาคาร สถาบันการเงิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ภายใต้ชื่องาน Home-Loan-NPA Grand Sale 2023 มหกรรมสินเชื่อบ้านและบ้านมือสองแห่งปี ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายนนี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีทรัพย์สินรอการขายจากธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ รวมทั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์จำนวย 10 ราย อาทิ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน),ธนาคารออมสิน,ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน),ธนาคารกรุงเทพ  จำกัด (มหาชน),บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น นำอสังหาฯมือสองมาเสนอขายร่วมกันในราคาส่วนลด พร้อมโปรโมชัน รองรับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและการลงทุน

“บ้านมือสองมีราคาถูกกว่าบ้านใหม่ประมาณ 20-30% และอยู่ในทำเลที่ไม่สามารถสร้างบ้านใหม่ได้ในปัจจุบัน ที่สำคัญต้นทุนการก่อสร้างบ้านใหม่มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องจากราคาที่ดิน ราคาวัสดุและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารและสถาบันการเงินได้ขยายช่องทางการทำตลาดบ้านมือสองผ่านผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ เป็นการเพิ่มโอกาสในการขายและการเข้าถึงของผู้บริโภคมากขึ้น”

ขณะที่พฤติกรรมการซื้อบ้านมือสองของผู้บริโภคจากการเก็บข้อมูลของ Baania Marketplace ในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาพบว่า พื้นที่ที่ผู้บริโภคต้องการซื้อบ้านเดี่ยวมากที่สุด ได้แก่ เขตสายไหม บริเวณใกล้ทางด่วนพิเศษฉลองรัช และถนนจตุโชติ เขตคลองสามวา บริเวณใกล้ถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก และเขตบางขุนเทียน ใกล้ถนนกาญจนาภิเษกฝั่งใต้ โดยส่วนใหญ่ต้องการบ้านเดี่ยวขนาด 50-60 ตารางวา 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 3-5 ล้านบาท

ส่วนทาวน์โฮมที่ผู้บริโภคต้องการซื้อจะอยู่ในพื้นที่เขตสายไหม บริเวณถนนสายไหม และถนนสุขาภิบาล 5 เขตประเวศ บริเวณถนนสุขุมวิท 77 และถนนพัฒนาการ และเขตคลองสามวา บริเวณใกล้ถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก และติดถนนเลียบคลองสอง

โดยเฉพาะทาวน์โฮมขนาดพื้นที่ 16-25 ตารางวา 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทในเขตสายไหมและคลองสามวา และทาวน์โฮมขนาด 26-35 ตารางวา 3 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ในเขตประเวศ

สําหรับคอนโดมิเนียม ทำลที่ผู้บริโภคให้ความสนใจสูงสุดอยู่ในเขตจตุจักร บริเวณ MRT สถานีลาดพร้าว และสายสีเหลือง โดเฉพาะห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 31-50 ตารางเมตร ราคา 3-5 ล้านบาท เขตบางกะปิ บริเวณถนนลาดพร้าว และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง บริเวณสถานีลาดพร้าว 101 เป็นคอนโดมิเนียม 1 ห้องนอน ขนาด 31-50 ตารางเมตร ราคา 1-3 ล้านบาท และเขตห้วยขวาง บริเวณใกล้ทางด่วนศรีรัธ และ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีเพชรบุรี เป็นคอนโดมิเนียม 1 ห้องนอน ขนาด 31-50 ตารางเมตร ราคา 1-3 ล้านบาท

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะกรรมการที่ปรึกษาสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ตลาดบ้านมือสองมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญมาตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากรัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ซื้อบ้านมือสองได้รับสิทธิ์ในการลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือ 1% และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายบ้านมือสองราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งจะหมดอายุมาตรการในสิ้นปีนี้

ขณะที่บ้านใหม่ในทำเลที่ต้องการมีราคาแพงขึ้น หรือไม่สามารถหาซื้อได้แล้ว บ้านมือสองจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมของประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัย เนื่องจากราคาที่ต่ำกว่าบ้านใหม่ในทำเลเดียวกันถึง 20-30% ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการซื้อบ้านมากขึ้น

จะเห็นได้จากสัดส่วนจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองจากต้นทางที่เป็นบุคคลธรรมดาทั่วประเทศมีสัดส่วนประมาณ 60% ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศหรือประมาณ 240,000 ยูนิต มูลค่า 300,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 100,000 ยูนิต มูลค่า 200,000 ล้านบาท

สอดคล้องกับผลการสำรวจประกาศขายบ้านมือสองทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ตลาดนัดบ้านมือสองของ REIC และเว็บไซต์ที่สำคัญ พบว่า ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีการประกาศขายบ้านประมาณ 144,000 ยูนิต มูลค่า 987,000 ล้านบาท เพิ่มสูงกว่าไตรมาสที่ผ่านมาประมาณ 1.5% และ 3.1% ตามลำดับ โดยประเภทบ้านมือสองที่มีการประกาศขายมากที่สุด คือ บ้านเดี่ยว  40% ห้องชุด 30% และทาวน์เฮาส์ 25%

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง