REIC เผยยอดขายบ้าน-คอนโดฯปี’66ลด- 22.5% ดันสต๊อกเหลือขายค้าง 2.2แสนยูนิต

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยปี 2566 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลมีจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่เข้าสู่ตลาดลดลง -11.9% ขายได้ใหม่ลดลง -22.5% ที่อยู่อาศัยเหลือขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 เมื่อเทียบกับปี 2565 ขณะที่ปี 2567 REIC คาดการณ์จะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้ามาในตลาด103,019 ยูนิต เพิ่มขึ้น 7% และมีโครงการที่อยู่อาศัยเหลือขาย232,216 ยูนิต เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับปี 2566

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมทั้งปี 2566 ของตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล จากการสำรวจของ REIC พบว่า มีจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่เข้าสู่ตลาดทั้งสิ้น 96,278 ยูนิต ลดลง-11.9% ประกอบด้วย โครงการบ้านจัดสรร 48,923 ยูนิต โครงการอาคารชุด 47,355 ยูนิต ขณะที่จำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่อยู่ที่ 73,703 ยูนิต  ลดลง- 22.5% ประกอบด้วย โครงการบ้านจัดสรร 43,229 ยูนิต โครงการอาคารชุด 30,474 ยูนิต

ส่งผลให้มีที่อยู่อาศัยเหลือขายจำนวนมากถึง 209,894 ยูนิต  เพิ่มขึ้น 13.7% ประกอบด้วย บ้านจัดสรร 126,247 ยูนิต และอาคารชุด 83,647 ยูนิต โดยอัตราดูดซับลดลงจากร้อยละ 3.8 ในปี 2565 เป็นร้อยละ 2.7 ในปี 2566

ส่วนทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่กรุงทพ-ปริมณฑลปี 2567 REIC คาดการณ์ว่าหากปัจจัยทางเศรษฐกิจสามารถบรรลุตามเป้าหมาย จะส่งผลให้ มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปใกล้สถานการณ์ในปี 2565 มากขึ้น ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดหลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 โดยคาดว่าที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเข้ามาในตลาดจำนวนทั้งสิ้น 103,019 ยูนิต เพิ่มขึ้น 7% มูลค่ารวม 651,377 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการบ้านจัดสรร 50,882  ยูนิต มูลค่า 425,415 ล้านบาท โครงการอาคารชุด จำนวน 52,137 ยูนิต มูลค่า 225,965 ล้านบาท

ส่วนจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ประมาณ  91,869 ยูนิต เพิ่มขึ้น 24.6% มูลค่า 486,084 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านจัดสรรจำนวน 52,647 ยูนิต มูลค่ารวม 333,868 ล้านบาท และอาคารชุดจำนวน 39,222 ยูนิต มูลค่า 152,216 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่ายอดขายของอาคารชุดอาจจะต่ำกว่ายอดเปิดตัวใหม่ อาจส่งผลให้ภาพรวมโครงการที่อยู่อาศัยเหลือขายจำนวน 232,216 ยูนิต มูลค่า 1,296,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น10.6% เทียบกับปี 2566 ประกอบด้วย โครงการบ้านจัดสรร 135,654 ยูนิต มูลค่า 866,755 ล้านบาท และโครงการอาคารชุด 96,562 ยูนิต มูลค่า 429,621 ล้านบาท

“ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยปี 2567 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล  มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจไทยที่อาจจะชะลอตัวลงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การยกเลิกมาตรการผ่อนปรน LTV ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงมีอัตราส่วนที่สูงกว่า 90% ของ GDP”

ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยและการขอสินเชื่อ ทำให้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้น้อยลง เนื่องจากสถาบันการเงินมีเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งคาดว่าอาจส่งผลกระทบต่อยอดการโอนกรรมสิทธิ์ได้ แต่หากมีการออกมาตรการเพิ่มความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ก็มีโอกาสที่ตลาดจะปรับตัวดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้

ไตรมาส 4ปี’66โครงการเปิดตัวใหม่เข้าสู่ตลาด 31,363 ยูนิต มูลค่า 240,006 ล้านบาท

ส่วนผลการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาส 4 ปี 2566 โดยภาพรวม พบว่าการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานไม่สอดคล้องกัน โดยมีอุปทานเพิ่มเข้ามาในตลาดจำนวนถึง 31,363 ยูนิต หรือเพิ่มขึ้น 13% ในขณะที่อุปสงค์หรือยอดขายใหม่ในตลาดมีจำนวน 18,208 ยูนิต ลดลง – 14.5% ส่งผลต่อจำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขายทำให้มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้น 13.7% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 ไตรมาส และมีผลให้อัตราดูดซับโดยเฉลี่ยลดลงอยู่ที่ 2.7%

โดยมีโครงการเปิดตัวใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 31,363 ยูนิต มูลค่า 240,006 ล้านบาท จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 13% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 49.2% ในจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการอาคารชุด 15,593 ยูนิต มูลค่า 95,611 ล้านบาท โดยมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงถึง 111.2% และโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 15,770 ยูนิต มูลค่า 144,395 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 6,917 ยูนิต ทาวน์เฮาส์  5,510 ยูนิต และบ้านแฝด 3,306 ยูนิต โดยระดับราคาที่มีการเปิดขายใหม่มากที่สุดอยู่ในกลุ่มราคา 2.01 – 3ล้านบาท มีจำนวนมากถึง 6,588 ยูนิต และระดับราคา 3.01 – 5 ล้านบาทจำนวน 6,056 ยูนิต

ขณะที่ด้านอุปสงค์พบว่ายอดขายใหม่ลดลงต่อเนื่อง 4 ไตรมาส โดยในไตรมาส 4 มีจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ 18,208 ยูนิต มูลค่า 94,793 ล้านบาท จำนวนหน่วยลดลง -14.5% แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการบ้านจัดสรร 11,228 ยูนิต มูลค่า 69,654 ล้านบาท โครงการอาคารชุดจำนวน 6,980 ยูนิต มูลค่า 25,139 ล้านบาท

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง