ก.คลังชงมาตรการกระตุ้นอสังหาฯเข้าครม.อังคารนี้ จ่อขยายเพดานราคาบ้านเพิ่มเป็น7ล้าน

รอลุ้นทั้งฝั่งคนซื้อบ้านและผู้ประกอบการว่าเมื่อไหร่ภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภาคธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ถึง 10 % ของจีดีพี  แม้ในช่วง1-2ปีที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาฯจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ในปีนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ประเมินว่า ตลาดอสังหาฯในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เพราะยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจไทยที่อาจจะชะลอตัวลงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การยกเลิกมาตรการผ่อนปรน LTV ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงมีอัตราส่วนที่สูงกว่า 90% ของ GDP

ล่าสุดมีข่าวดีว่าในวันที่ 9 เมษายนนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นอสังหาฯเข้า ครม.โดยจะขยายวงเงินลดค่าโอน-จดจำนองที่อยู่อาศัยจากเดิมราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเพิ่มเป็น 7 ล้านบาท หลังจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวว่า นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้เตรียมพิจารณาทบทวนมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตขึ้น โดยกำลังพิจารณามาตรการลดค่าจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 1 %  และค่าจดจำนองจากเดิม 1% เหลือ 0.01 %  ซึ่งปัจจุบันมาตรการนี้ช่วยเหลือเฉพาะอสังหาฯ ที่ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยจะขยายให้ราคาซื้อขายเกิน 3 ล้านบาทมีสิทธิเข้าร่วมมาตรการด้วย แต่ให้สิทธิเฉพาะ 3 ล้านบาทแรก

ขณะที่รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 9 เมษายนนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ในการปรับปรุงมาตรการทางภาษีและค่าธรรมเนียม และมาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนภาคอสังหาฯ

โดยจะมีการลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาฯจากปกติ 2% เหลือ 0.01% และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาฯ ที่เป็นการจดทะเบียนโอนอสังหาฯในคราวเดียวกัน จากปกติ 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายอสังหาฯ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ ที่ดินพร้อมอาคาร และห้องชุดที่จดทะเบียนอาคารชุด โดยมีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา โดยไม่รวมถึงกรณีซื้อขายเฉพาะส่วน

ซึ่งมาตรการนี้เป็นการปรับปรุงมาตรการเดิมที่กระทรวงการคลังเคยมีมาตรการในการลดค่าจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม รวมทั้งการโอนและค่าจดจำนองให้กับอสังหาฯที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยให้มาตรการดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่กฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังได้ประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างกฎกระทรวงยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับการโอนและการจำนองจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการที่มีอยู่อาศัยของตนเอง พ.ศ.2566 พ.ศ. … จำนวน 1 ฉบับ

ร่างกฎกระทรวงยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับการโอนและการจำนองจากการซื้อขายห้องชุดเพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง พ.ศ.2566 พ.ศ. … จำนวน 1 ฉบับ

ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัย หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดจำนวน 1 ฉบับ

ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนและนิติกรรมตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด กรณีห้องชุด ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด จำนวน 1 ฉบับ

ทั้งนี้กระทรวงการคลังคาดว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่าประมาณ 799,374 ล้านบาทต่อปี เพิ่มการบริโภคในประเทศได้กว่า 118,413 ล้านบาทต่อปีหรือประมาณ 9,868 ล้านบาทต่อเดือน และเพิ่มการลงทุนได้ประมาณ 464,971 ล้านบาทต่อปี หรือ 38,748 ล้านบาทต่อเดือน และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)เพิ่มขึ้น 1.58% ต่อปี เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีมาตรการ

ขณะเดียวกันมาตรการนี้จะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สูญเสียรายได้จากค่าจดทะเบียนโอนอสังหาฯและค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาฯ จากปัจจุบันประมาณ 5,299 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 442 ล้านบาทต่อเดือน เป็นจำนวนประมาณ 23,822 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 1,985 ล้านบาทต่อเดือน

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง