นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานเสวนา “เดลินิวส์ ทอล์ก 2024” หัวข้อ โจทย์ใหญ่ !! อสังหาริมทรัพย์ไทยฟื้นอย่างไรให้ยั่งยืน จัดโดยหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ว่า รัฐบาลมองว่าการดูแลเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตในช่วงที่งบประมาณปี 2567 ยังไม่ออกมาใช้ คือ การใช้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาภาครัฐได้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยบางมาตรการเป็นมาตรการเดิมที่นำมาใช้กันต่อเนื่อง และมีการออกมาตรการใหม่เข้ามาเพิ่ม เช่น มาตรการปรับราคาบ้านจากเดิม 3 บ้านบาทเพิ่มเป็น 7 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยระบายสต็อกสินค้าที่มีอยูในตลาดจำนวนมากพอสมควรออกไปได้ รวมทั้งการเปิดตัวโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไป
ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือ งบประมาณปี 2567 ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ ทำให้ยังไม่มีการลงทุนของภาครัฐออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คาดว่าในช่วงไตรมาส 2และ3นี้จะมีมาตรการอื่นๆทยอยออกมาเป็นระยะๆ โดยมีบางมาตรการที่อาจจะเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจอสังหาฯออกมาด้วย

ส่วนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งถือเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการและประชาชนที่ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน ปัจจุบันมีการใช้ภาษีตัวนี้มาครบ 5 ปีแล้ว ซึ่งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องมีการทบทวนว่าในช่วง 5ปีที่ผ่านมาภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับนี้ทำได้จริงหรือไม่ มีอะไรบ้างที่ควรต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อทำให้การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ดีขึ้น
“ในมุมมองของกระทรวงการคลังการจะออกมาตรการภาษีฉบับใหม่เป็นเรื่องที่ยากมาก โดยก่อนที่จะมีการประกาศใช้ภาษีที่ดินและสสิ่งปลูกสร้าง ภาษีล่าสุดที่กระทรวงการคลังนำออกมาใช้ คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่นำออกมาใช้ตั้งแต่ปี 2535 และปี 2561 ก็ได้ออกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้ เพื่อทดแทนภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี2475 และภาษีบำรุงท้องที่ ที่ถูกประกาศออกมาใช้ตั้งแต่ปี 2508”

โดยข้อดีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ ท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บภาษีทั้งหมด เพื่อนำรายได้ไปใช้บำรุงท้องถิ่นตามความต้องการของผู้บริหารท้องถิ่น เช่น การสร้างถนน ประปา ไฟฟ้า การจัดเก็บขยะ เป็นต้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือช่วงที่ประกาศใช้จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2562 ได้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจัดเก็ยภาษีที่ดินเต็ม 100%ไม่ได้ ต้องมีส่วนลดเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยมีลดอัตราการจัดแก็บภาษีถึง 90% เก็บภาษีจริงแค่ 10% เท่านั้นมาจนถึงปี 2565 และเริ่มจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มอัตรา 100% เมื่อช่วงปี 2566 ที่ผ่านมา
โดยจัดเก็บภาษีทั่วประเทศได้รวม 35,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2562 จัดเก็บภาษีได้ 36,000 ล้านบาท ส่วนปี 2567 ตั้งเป้าการจัดเก็บภาษีที่ดินไว้ที่ 43,000 ล้านบาท โดยในปี 2564 มีประชาชนถูกจัดเก็บภาษีประมาณ 7ล้านคน และในปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 16 ล้านคน
ขณะที่มีกรุงเทพมหานครเป็นฐานการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างงที่ใหญ่ที่สุด โดยมีการจัดสำรวจที่ดินทั่วกทม.แล้วเสร็จไปแล้วประมาณ 99.4% มีแปลงที่ดินที่ผ่านการสำรวจแล้วจำนวน 2.1ล้านแปลง มีสิ่งปลูกสร้างจำนวน 2.2ล้านหลัง และเป็นคอนโดมิเนียมอีกประมาณ 1ล้านหลัง
ปัจจุบันภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1เมษายนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 รวม 45 วัน โดยมีจำนวนผู้ที่แสดงความคิดเห็นและให้ข้อคิดเห็นกว่า 500 ราย หลังจากนี้จะนำข้อมูลทั้งหมดไปทำแผนประมวลความสำเร็จของกฎหมาย คาดว่าในช่วงปลายปี 2567นี้จะแล้วเสร็จ





