เมืองไทยประกันชีวิตเปิด “66 Tower”ออฟฟิศเกรดเอย่านสุขุมวิท

เมืองไทยประกันชีวิตเปิดตัวอาคารสำนักงานเกรดเอ “66 Tower” สูง 28 ชั้นย่านสุขุมวิท หลังสร้าง้สร็จและเปิดให้บริการเต็มรูปแบบมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ปัจจุบันมีอัตราการปล่อยเช่าอยู่ที่ระดับ 60%  ออกแบบภายใต้แนวคิด “Human Centric Living Workplace” ตอบโจทย์ออฟฟิศสำหรับคนยุคใหม่

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า อาคาร “66 Tower” เป็นสำนักงานให้เช่าเกรดเอ ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Human Centric Living Workplace  เน้นผู้ใช้งานอาคารเป็นศูนย์กลาง ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ใกล้ซอยสุขุมวิท 66 บนเนื้อที่กว่า 4ไร่ สูง 28 ชั้น พื้นที่เช่าทั้งหมด 30,000 ตารางเมตร  โดยได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีบริษัทซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนในการปล่อยเช่าพื้นที่สำนักงานหลักของโครงการ ปัจจุบันมีอัตราการปล่อยเช่าอยู่ที่ระดับ 60%

โดยอาคาร 66 Tower มีจุดเด่นด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เน้นความทันสมัยควบคู่ไปกับความยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์การใช้พื้นที่ของผู้เช่า เลือกใช้วัสดุที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและจัดให้มีพื้นที่สีเขียวในโครงการ ขณะที่ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนสุขุมวิท ใกล้ซอยสุขุมวิท 66 ทำให้สะดวกต่อการเชื่อมต่อย่านธุรกิจเศรษฐกิจชั้นใน โซนธุรกิจอุตสาหกรรม รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีกทั้งสะดวกต่อการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสที่มีการสร้างสะพานเชื่อมโดยตรงกับสถานีอุดมสุขเข้ามายังตัวออาคาร รวมถึงยังใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนทั้ง 3 สาย คือ ทางด่วนเฉลิมมหานคร,ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนบูรพาวิถี

ส่วนการออกแบบพื้นที่เช่าในรูปแบบ Column Free Design  หรือพื้นที่เช่าแบบเปิดโล่งไม่มีเสากั้นกลางระหว่างพื้นที่      ทำให้ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเกือบเต็ม 100% เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน และรองรับการเติบโตทางธุรกิจของผู้เช่า พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ที่มากกว่าอาคารสำนักงานทั่วไป     เช่น จำนวนห้องน้ำ จำนวนลิฟท์โดยสาร เป็นต้น เพื่อให้ผู้เช่าได้รับความสะดวก รวดเร็ว ลดความแออัดในการใช้สอยพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมพื้นที่ Co-Working Space และห้องประชุมให้เช่าไว้อำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ภายในอาคารยังได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย การจัดการพลังงาน และระบบการควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารทั้งการกรองฝุ่น PM 2.5 และการฆ่าเชื้อโรคด้วยเทคโนโลยี UVGI (Ultraviolet Germicidal Irradiation) ในระบบปรับอากาศ มาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในโรงพยาบาลชั้นนำ และสนามบิน

“เราเข้าใจพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใช้พื้นที่สำนักงาน ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายทั้งในแง่ของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบ hybrid-workplace และการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยในการทำงาน  การหาแนวทางในการประยุกต์ใช้ระบบบริหารอาคารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งยังปรับเงื่อนไขการให้บริการต่างๆ ให้มีความยืดหยุ่นเพื่อสอดคล้องกับความต้องการของผู้เช่ามากขึ้น เหมาะกับทุกขนาดธุรกิจ ตั้งแต่ Start Up ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการพื้นที่อาคารสำนักงานที่มีคุณภาพและใส่ใจในการออกแบบ”

นางสาวรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯเริ่มมีความคึกคักในปีที่ผ่านมา และคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีพื้นที่สำนักงานให้เช่าในตลาดเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 830,836 ตารางเมตร ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสของผู้เช่าในการเลือกสำนักงานที่ตอบโจทย์ความต้องการ อีกทั้งจะทำให้ผู้เช่าได้เปรียบเป็นอย่างมากในการต่อรองหาเงื่อนไขการเช่าที่ดี

อย่างไรก็ตาม อาคารสำนักงานยุคใหม่ที่ได้มาตรฐานระดับสากล คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 94% ของอาคารสำนักงานใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาเพื่อให้เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมถึงมุ่งเน้นสุขภาวะที่ดีของผู้เช่าพื้นที่สำนักงานและผู้ใช้อาคารเป็นสำคัญ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มแรงกระตุ้นไปยังอาคารสำนักงานเก่าที่มีอายุมากกว่า 25 ปี ที่มีอยู่มากกว่า 60%

โพสที่เกี่ยวข้อง