นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญด้านการออกแบบด้วยหลักการ creative functional design ที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้งานของผู้อยู่อาศัยเป็นอันดับแรก ที่สำคัญจะต้องตอบโจทย์สมาชิกภายในครอบครัวทุกเจนเนอเรชันได้อย่างลงตัวควบคู่กันไป โดยใช้กลยุทธ์ data analysis เพื่อวิเคราะห์ให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริง และพัฒนาออกมาเป็นบ้านที่สามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในแบบ multi-generation living ได้อย่างลงตัว
“นอกเหนือจากการพัฒนาด้าน multi-function ที่หลากหลาย ปรับปลี่ยนพื้นที่เอนกประสงค์ให้มีความเหมาะสม กับทุกคนทุกวัยและเหมาะกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง การใส่ใจในเรื่อง space utilization หรือการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในแต่ละ function ให้มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุด ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักของบริษัทเช่นกัน”
โดยเฉพาะเทรนด์ multi-generation living เป็นอีกโจทย์ที่น่าจับตา แม้ว่ารูปแบบไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของโลกจะเปลี่ยนไป แต่สังคมไทยก็ยังคงให้ความสำคัญต่อการอยู่อาศัยในแบบครอบครัวขนาดใหญ่อยู่ และมีปริมาณเพิ่มขึ้นชัดเจนในช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา
ดังนั้นพื้นที่ส่วนต่างๆ ภายในบ้านจึงต้องได้รับการออกแบบบนพื้นฐานความเข้าใจในด้าน human scale และพฤติกรรมที่แตกต่างกันของคนแต่ละช่วงวัย ซึ่งทีม Product development (PD) ของบริษัทได้ศึกษาข้อมูลในส่วนนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านทุกหลังจะสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่สมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ multi-generation living ที่เน้นความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้เป็นห้องอเนกประสงค์ เพื่อรองรับกับชีวิตวิถีใหม่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาทิ ห้อง Work From Home, ห้อง Online Meeting & Study, ห้องสำหรับกลุ่มอาชีพอิสระหรือขายสินค้าออนไลน์, ห้องสำหรับกลุ่มเบบี้บลูม หรือห้องสังสรรค์พบปะของสมาชิกในครอบครัว เป็นต้น





