ออริจิ้น ขายบิ๊กล็อตครั้งใหญ่พันล้าน มองกลยุทธ์ B2B ดันยอดขาย-โอน โตเร็ว

ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ปิดดีลขายบิ๊กล็อต 2 คอนโดมิเนียม ให้ “เดลต้า” รวม 415 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้าน รับเงินแล้วกว่า 80% พร้อมทยอยโอนกรรมสิทธิ์ใน Q2-3/2567 หลังเดลต้ามองโอกาสได้ที่พักฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่ม Expat เข้าพักระหว่างทำงานระยะสั้น-กลางในไทยเดินหน้าโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่อง พร้อมลุยคว้าบิ๊กล็อตโซนแหล่งงาน-นิคมกับหลากบริษัทเพิ่มเติม

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า บริษัทสามารถปิดดีลขายคอนโดมิเนียมโซน BTS สายสีเขียวฝั่งสมุทรปราการ แบบบิ๊กล็อต จำนวน 2 โครงการ 415 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 1,023 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ผู้นำโซลูชันการจัดการพลังงานและความร้อนและผู้นำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยโครงการที่ขายบิ๊กล็อตในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ไนท์บริดจ์ สุขุมวิท-เทพารักษ์ (Knightsbridge Sukhumvit-Thepharak) โครงการคอนโดมิเนียม พร้อมอยู่ จำนวน 137 ยูนิต มูลค่ารวม 368 ล้านบาท และ 2.ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ สายลวด สเตชั่น (Origin Plug & Play Sailuat Station) จำนวน 278 ยูนิต มูลค่า 655 ล้านบาท

“นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการเดินหน้าธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ เราไม่ได้จำกัดแค่การขายคอนโดฯให้แก่ผู้อยู่อาศัยเองทั่วไป แต่เรามองตลาดให้กว้างขึ้น ด้วยการขายคอนโดฯให้แก่บริษัทที่มีความมั่นคง มีฐานการผลิตในประเทศไทย และต้องการที่อยู่อาศัยให้พนักงานจำนวนมาก ดีลนี้สะท้อนถึงความไว้วางใจของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเดลต้าที่มีต่อเครือออริจิ้น และสะท้อนถึงโอกาสของเราต่อตลาดที่อยู่อาศัยติดรถไฟฟ้าใกล้แหล่งงาน” นายพีระพงศ์ กล่าว

ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ สายลวด สเตชั่น

การขายบิ๊กล็อตให้กับกลุ่มเดลต้าในครั้งนี้ บริษัทได้รับเงินมาแล้วกว่า 80% แบ่งเป็น ยอดโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการพร้อมอยู่ไนท์บริดจ์ สุขุมวิท-เทพารักษ์ และเงินรับล่วงหน้าโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ สายลวด สเตชั่น ก่อนที่โครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2568 เพื่อเป็นสวัสดิการให้กลุ่ม Expat ของ DELTA ที่เข้ามาประจำการทำงานระยะสั้น-กลางในไทย

นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า โมเดลการขายแบบบิ๊กล็อตนั้น ถือเป็นโมเดลที่ช่วยสร้างทั้งยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่บริษัทได้อย่างรวดเร็ว เช่น กรณีโครงการออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ สายลวด สเตชั่น นั้น ยอดขายแบบบิ๊กล็อตคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 25% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด และยังช่วยให้บริษัทได้รับยอดโอนกรรมสิทธิ์เข้ามารวดเร็วกว่าการขายในรูปแบบปกติ ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการสภาพคล่อง ช่วยให้รอบของการใช้เงินทุนสั้นลง

ไนท์บริดจ์ สุขุมวิท-เทพารักษ์

ที่ผ่านมา นอกเหนือจากการพัฒนาสินค้าให้มีฟังก์ชันใหม่ๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของผู้บริโภคแล้วนั้น บริษัทยังมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมทางการตลาดใหม่ๆ ควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีโมเดลการขายสินค้ากับทั้งกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง กลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวภายใต้ Origin Investment Property Program ตลอดจนกลุ่มลูกค้าต่างชาติ การเปิดตลาดกลุ่มลูกค้าแบบ B2B ที่ซื้อสินค้าแบบบิ๊กล็อต จะเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่บริษัทเดินหน้าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าบริษัทที่ต้องการที่พักที่มีฟังก์ชันการอยู่อาศัยครบวงจร

“เรายังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าแบบ B2B ได้อีกหลายแห่ง ทั้งในแถบ BTS สายสีเขียวฝั่งสมุทรปราการ ซึ่งใกล้แหล่งภาคการผลิตและโลจิสติกส์ แถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ใกล้นิคมอุตสาหกรรม พร้อมตอบโจทย์หลากหลายกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรม” นายพีระพงศ์ กล่าว

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง