The Strand Thonglor ทุบห้องทำยูนิต Combined พิเศษ ขนาด 111-198 ตร.ม. สตาร์ท 3.4 แสนบาทต่อตร.ม.

บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จํากัด ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นํารายแรกในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบ Ultra-Luxury Low-Density เผยความต้องการห้องชุดหรูย่านสุขุมวิทโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะย่านทองหล่อ – เอกมัย ตั้งแต่ต้นซอยทองหล่อ และระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีทองหล่อและสถานีเอกมัย ลูกค้าส่วนใหญ่โฟกัสโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีถึงซูเปอร์ลักชัวรี เฉพาะในปี 2567 มีความต้องการห้องหรูขนาดใหญ่มากกว่า 80 ตารางเมตร ในโครงการ The Strand Thonglor พุ่งสูงถึง 83% พร้อมเดินหน้าตอบสนอง Real Demand ของลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ ชู “Combined Unit” นำเสนอ 9 ยูนิตที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ 111 – 198 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 340,000 บาทต่อตารางเมตร ตอบรับการใช้ชีวิตระดับอัลตร้าลักชัวรี ในทำเลสุดฮิปย่านทองหล่อ

นางสาวธัญทิพ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จํากัด เผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักชัวรีในไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการเก็บข้อมูลและศึกษาพฤติกรรมลูกค้าที่สนใจโครงการ The Strand Thonglor พบว่า ส่วนใหญ่เน้นซื้อเพื่อการลงทุน 51% และซื้อเพื่ออยู่อาศัย 49% โดยห้องชุดขนาด 2 ห้องนอน ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 80 ตารางเมตร ได้รับความนิยมสูงถึง 83% โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่มองหาพื้นที่สำหรับการพำนักระยะยาว (Long Stay) หรือประกอบธุรกิจในไทย 91% ขณะที่เป็นคนไทย 9% สะท้อนให้เห็นถึง Real Demand ที่มีต่อห้องชุดขนาดใหญ่ในย่านทองหล่อ กำลังเป็นที่ต้องการและเติบโตอย่างสูงในตลาดคอนโดมิเนียมมิกซ์ยูสระดับอัลตร้าลักชัวรี ประกอบกับจำนวนยูนิตที่มีขนาดใหญ่ในย่านทองหล่อ – เอกมัย หาได้ยากมากขึ้น ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้เล็งเห็นโอกาสและช่องว่างในการเติมเต็มความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ จึงได้นำเสนอห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ในรูปแบบ Combined Unit เพื่อเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และตรงกับความสนใจของลูกค้าผู้ที่ต้องการที่พักอาศัยที่มีพื้นที่กว้างขวางและมีความเป็น ส่วนตัวสูงอยู่ท่ามกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย และเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายชั้นเลิศสำหรับคนเมือง

ทั้งนี้ โครงการ The Strand Thonglor คอนโดมิเนียมมิกซ์ยูสระดับอัลตร้าลักชัวรี ออกแบบด้วยการผสานสมดุลแห่งรูปลักษณ์และฟังก์ชันการใช้งานที่มาพร้อมความเรียบหรู ภายใต้แนวคิด ‘Essentially More’ โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Minimal Luxury ประณีตดุจงานฝีมือชั้นสูง และ Timeless คงความหรูหรา สง่างามเหนือกาลเวลา ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการสัมผัสสีสันชีวิตในเมืองอย่างมีระดับที่แท้จริง พร้อมทำเลที่โดดเด่น เพียง 5 นาทีจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีทองหล่อ ย่านทำเลหรูของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ โครงการ The Strand Thonglor ยังถือเป็นโครงการที่รองรับความเป็น Pet-Friendly สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่อสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก

Combined Unit เติมเต็มเรียลดีมานด์ของตลาดอัลตร้าลักชูรี

Combined Unit ในโครงการ The Strand Thonglor นำเสนอพื้นที่ห้องที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 111 ถึง 198 ตารางเมตร รูปแบบขนาด 2 – 4 ห้องนอน กับไฮไลท์อย่าง ห้องมุมคู่ (Double Corners) ที่รับวิวได้สองทิศทาง ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถชมพาโนรามิควิวชั้นสูงของทองหล่อได้อย่างเต็มตา มอบประสบการณ์อยู่อาศัยแบบเพนต์เฮ้าส์หรู โดดเด่นด้วยการออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนเลย์เอาท์ได้ตามความต้องการเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย เน้นความยืดหยุ่นในการออกแบบพื้นที่ใช้สอยและรองรับทุกรูปแบบฟังก์ชันการใช้งาน แตกต่างด้วยการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย อาทิ กระจกที่มีความสูงจรดเพดาน (Full Height) ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติ และวัสดุคุณภาพพรีเมี่ยมที่สะท้อนถึงความหรูหราในทุกรายละเอียดของห้อง โครงการนี้ยังคงความเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดขายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการให้พื้นที่อยู่อาศัยรองรับความต้องการที่อยู่ร่วมกันได้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รวมถึงจุดเด่นในเรื่องของทำเลที่ตั้งที่อยู่ ต้นซอยทองหล่อที่สะดวกต่อการเดินทางทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเชื่อมต่อกับย่านต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ได้อย่างง่ายดาย โดย Combined Unit มีจำนวน 9 ห้อง ราคาเริ่มต้นที่ 340,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับห้องเพนต์เฮ้าส์ในหลายโครงการภายในย่านนี้ ซึ่งมีระดับราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 300,000 ถึง 400,000 บาทต่อตารางเมตร

ทองหล่อ อัตราผลตอบแทน (Rental Yield) สูงเฉลี่ย 3.9% – 5.8% ต่อปี

โอกาสกับการลงทุนคอนโดมิเนียมย่านทองหล่อ – เอกมัย สามารถสะท้อนด้วยความต้องการของผู้เช่าที่มีเสมอมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากข้อมูลของ TERRABKK ระบุไว้ว่าตัวเลขผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า Rental Yield ของคอนโดมิเนียม ในย่านนี้ เฉลี่ยประมาณ 3.9% – 5.8% ต่อปี ค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 620 – 950 บาทต่อตารางเมตร อัตราค่าเช่า 1 ห้องนอน พื้นที่ 30 – 60 ตารางเมตร อยู่ที่ 21,000 – 50,000 บาทต่อเดือน และ 2 ห้องนอน พื้นที่ 55 – 95 ตารางเมตร ประมาณ 48,000 – 85,000 บาทต่อเดือน และ 3 ห้องนอน พื้นที่ขนาด 90 – 160 ตารางเมตร ค่าเช่าอยู่ที่ 80,000 – 120,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ รูปแบบห้องที่ได้รับความนิยมและสร้างผลตอบแทนได้สูง คือ ห้องประเภท 2 ห้องนอน ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% – 6.5% ต่อปี รองลงมา คือ 1 ห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ ผลตอบแทนอยู่ที่ 3.99% – 6.1% ต่อปี เพราะกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ Expat ที่เข้ามาทำงานในไทย และกลุ่มผู้เช่าอีกส่วนหนึ่งมักนิยมอาศัยรวมกันเป็นครอบครัว ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ต้องการห้องขนาดใหญ่ โดยโครงการ The Strand Thonglor สามารถสร้าง Rental Yield เฉลี่ยสูงกว่า 5% ต่อปี ในทุกยูนิต

โครงการ The Strand Thonglor ถือเป็นโครงการที่เชื่อมต่อชีวิตไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจร ทั้งทำงาน กิน เที่ยว ปาร์ตี้ที่มีสีสันทั้งกลางวันและกลางคืน เสมือนสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและรสนิยมเหนือระดับ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือกว่าให้กับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างมีระดับใจกลางมหานครแห่งนี้ และยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ บริษัทฯ ในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรีที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัวตลอดเวลา

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง