เปิดโผ 5 ทำเลทองคอนโดฯปล่อยเช่าผลตอบแทนสูงสุด5%ค่าเช่าแตะหลักแสนต่อเดือน

โปรสเปค แอพเพรซัลเปิด 5 ทำเลทองคอนโดฯเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า “คลองเตย-วัฒนา-สาทร-ปทุมวัน-บางรัก” ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3-5% ต่อปี อัตราค่าเช่า 40,000-150,000 บาทต่อเดือน โฟรซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ และเดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้ ค่าเช่าสูงสุด 250,000 บาทต่อเดือน

ปริสุทธิ์ รอดจากภัย ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจวิจัย บริษัท โปรสเปค แอพเพรซัล จำกัด เปิดเผยว่า จากการสำรวจอัตราค่าเช่าอาคารชุดในพื้นที่กรุงเทพฯจำนวน 419 โครงการในช่วงต้นปี 2568 ในแบบการปล่อยเช่าระยะยาว มีระยะเวลาในการปล่อยเช่าตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป พบว่าอัตราค่าเช่าอาคารชุดในทำเลคลองเตย,วัฒนา,สาทร,ปทุมวัน และบางรัก มีจำนวนอาคารชุดเปิดตัวมากที่สุด และมีอัตราค่าเช่าอยู่ระหว่าง 40,000-150,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน 3-5% ต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดของห้อง, ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณูปโภคในโครงการ

โดยเฉพาะทำเลอยู่ในแนวรถไฟฟ้ารัศมีไม่เกิน 500 เมตร และติดถนนใหญ่ อัตราค่าเช่าและอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนจะสูงกว่าทำเลที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าเกิน 500 เมตร หรืออยู่ในซอย  แสดงให้เห็นว่า ผู้เช่าจะเลือกทำเลที่อยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า และ ใกล้กับแหล่งงาน เพื่อให้สามารถเดินทางได้สะดวก และลดค่าใช้จ่ายเดินทาง  ซึ่งผลการสำรวจใน 5 ทำเลนี้ มีอัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90% ของห้องชุดที่มีการปล่อยเช่า

ส่วนทำเลในย่านธุรกิจใหม่หรือ New Central Business Districts (New CBDs) เป็นอีกทำเลที่ได้รับความนิยมสำหรับการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า  มีอัตราการเช่าสูง ปล่อยเช่าได้ง่าย  แต่ผลตอบแทนไม่สูงมาก  โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4% โดยเฉพาะในทำเลที่ใกล้ถนนและเข้าซอยไม่เกิน 500 เมตร หรือติดแนวรถไฟฟ้า  ได้แก่ ทำเลจตุจักร บริเวณตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว และถนนพหลโยธิน,ทำเลห้วยขวาง บริเวณสองฝั่งของถนนรัชดาภิเษก ถนนสุทธิสารวินิจฉัย ถนนประชาสงเคราะห์, ทำเลพญาไท บริเวณถนนพหลโยธิน,ทำเลคลองสาน บริเวณถนนกรุงธนบุรี ถนนเจริญนคร และทำเลบางซื่อ บริเวณถนนประชาราฏร์สาย 1-2และถนนกรุงเทพ-นนทบุรี

โดยใน 5 ทำเลที่เป็นย่านธุรกิจใหม่ มีอัตราการปล่อยเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 75-80% แม้จะต่ำกว่าย่านธุรกิจหลัก แต่ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพ  มีแนวโน้มดี และมีราคาขายที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับทำเลที่เป็นย่านธุรกิจหลัก แต่สามารถปล่อยเช่าได้ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน

สอดรับกับผลการสำรวจของ SCB EIC ที่ระบุว่า คน Generation Y (อายุ 28-44 ปี) และคนGeneration Z (อายุ 15-27 ปี) ซึ่งเป็นคนในวัยเพิ่งจะเริ่มทำงาน ชอบที่จะเช่ามากกว่าซื้อ เนื่องจากอาจจะมีการเปลี่ยนงาน และย้ายที่ทำงานบ่อย ประกอบกับรายได้ยังไม่เพียงพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัย เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง การเช่าจึงเป็นทางเลือก ดังนั้นการลงทุนซื้ออาคารชุดเพื่อปล่อยเช่า จึงยังเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุน เพียงแต่ต้องเลือกทำเลที่เหมาะสม เช่น ทำเลที่ติดแนวรถไฟฟ้า เดินทางสะดวก  และตรงกับความต้องการของตลาด โดยห้องชุดที่ได้รับความนิยมจะเป็นห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนขนาด 30-60 ตารางเมตร

อย่างไรก็ตามอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของอาคารชุดในปัจจุบันลดลงลงกว่าในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากการแข่งขันที่สูงมาก  มีห้องชุดปล่อยให้เช่าจำนวนมาก  และมีปัจจัยเลือกในโครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกๆปี  ประกอบกับราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะย่านธุรกิจ  ทำให้ราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรของห้องชุดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ขณะที่ผู้เช่าอาจมีขีดจำกัดของการยอมรับที่จะจ่ายค่าเช่าได้  ทำให้อัตราผลตอบแทนต่ำลงโดยรวมแล้วไม่ถึง 5% แตกต่างจากเมื่อก่อนที่ผลตอบแทนค่าเช่าสูงถึง 7-10%

นอกจากนี้ผลการสำรวจอาคารชุดในย่านอื่นๆ ทั่วไปที่มีการปล่อยเช่า พบว่าห้องชุดที่มีระดับราคาไม่สูงกลับสามารถปล่อยเช่าได้ในราคาที่ดีและให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า 5% ขึ้นไป โดยทั่วไปพบว่าผู้เช่าส่วนใหญ่พร้อมจ่ายค่าเช่าในอัตรา 12,000-18,000 บาทต่อเดือนมากที่สุด  ดังนั้นถ้าห้องชุดราคา 2-3 ล้านบาท จะได้รับผลตอบแทนประมาณ 5- 7%

โฟรซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ-เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้ ค่าเช่าสูงสุด 250,000 บาทต่อเดือน

สำหรับอาคารชุดที่มีราคาค่าเช่าสูงสุดจากการสำรวจทั้ง 211 โครงการในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า ห้องชุดในโครงการโฟรซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ ที่พัฒนาโดยบริษัทคันทรี กรุ๊ป ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด บนถนนเจริญกรุง ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และโครงการเดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้ ของบริษัท สยามสินธร จำกัด ทำเลหลังสวน มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยสูงสุดที่ 250,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ย 5% ต่อปี

รองมาเป็นโครงการอมัน นายเลิศ เรสซิเดนเซส กรุงเทพ พัฒนาโครงการโดยบริษัทนายเลิศ ปาร์ค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บนถนนวิทยุ และเดอะ เรสซิเดนเซส แอท วัน แบงค็อก อาคาร 187 และ 189 พัฒนาโครงการโดยบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยสูงสุดที่ 200,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยที่ 4.8% ต่อปี

ส่วนอันดับ 3 คือ โครงการสโคป หลังสวน พัฒนาโดยบริษัท สโคป จำกัด ทำเลที่ตั้งซอยหลังสวน มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยที่ 150,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ย 3.06% ต่อปี

อันดับ 4 ได้แก่ โครงการคิว วัน สุขุมวิท พัฒนาโครงการโดยบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) บนถนนสุขุมวิท มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 130,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ย 3.06%

และอันดับ 5 คือ โครงการเดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ พัฒนาโดยบริษัท วันพ้อยซิกซ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด อยู่ในซอยสุขุมวิท 55 และโครงการลา ซิตต้า เดลเร่ ทองหล่อ 16 พัฒนาโดยบริษัทหงษ์นคร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในซอยสุขุมวิท 24 มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 80,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนโดยเฉลี่ย 3.29% และ 3.84% ตามลำดับ

สำหรับแนวโน้มของการปล่อยเช่าอาคารชุดภายหลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ปริสุทธิ์ให้ความเห็นว่า ตลาดอาคารชุดการปล่อยเช่าอาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ในเรื่องของความเชื่อมั่น แต่เชื่อว่าจะเป็นผลกระทบในระยะสั้น เพราะจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาคารชุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับความเสียหายไม่มากนัก และเป็นความเสียหายที่ไม่กระทบกับโครงสร้างหลักของโครงการ ประกอบกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้ออกมาเร่งดำเนินการซ่อมแซม และเยียวยาเจ้าของห้องชุดและผู้พักอาศัยอย่างทันท่วงที

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง