PRI โชว์ผลประกอบการ Q2/68 รายได้ 433 ล้านบาท กำไร 52 ล้านบาท เตรียมจัดทัพบุกภูเก็ตรับตลาดอสังหาฯโต

พรีโม เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2568 มีรายได้กว่า 433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% กำไรสุทธิ 52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% (QoQ) ดันรายได้ครึ่งปีแรกแตะ 785 ล้านบาท ยกระดับแผนกลยุทธ์ “Focus On Core” Optimize for Sustainable Growth สร้างความเข้มแข็งผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ Engineering – Living Service – Brokerage จับตา! เตรียมบุกตลาดอสังหาฯภูเก็ต ให้บริการครอบคลุมธุรกิจบริหารการขาย ฝากขาย-ปล่อยเช่า อสังหาฯ บริหารนิติบุคคลโครงการ รับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนอสังหาฯ ตอบโจทย์บริการครบวงจรแบบ All-in-One Services ครอบคลุมทุกด้านของความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น เคียงข้างทุกช่วงชีวิตส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าซึ่งเป็นหัวใจของงานบริการตามหลัก Happy Maker for All

สุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด หรือ PRI ผู้นำธุรกิจการให้บริการเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่แบบครบวงจร เปิดเผยว่า จากผลการดำเนินงาน ในไตรมาส 2/2568 (เม.ย.-มิ.ย.) บริษัทฯมีรายได้ 433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และมีกำไรสุทธิรวม 52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากไตรมาสก่อน (QoQ) จากผลประกอบการดังกล่าว บริษัทมุ่งเน้นนำเสนอแพ็คเกจบริการลูกค้าครบวงจรแบบ All-in-One Services เคียงข้างทุกช่วงชีวิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่ครอบคลุมทุกด้านของความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ผลักดันให้ผลประกอบการของบริษัทในครึ่งปีแรก 2568 (ม.ค. – มิ.ย.) มีรายได้รวม 783 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 91 ล้านบาท

ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีความท้าทาย บริษัทยังคงเชื่อมั่นในกลยุทธ์ “Focus On Core” Optimize for Sustainable Growth ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน สำหรับครึ่งปีหลัง PRI เดินหน้า ปรับโครงสร้างองค์กร แบ่งการบริหารออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ Brokerage, Living และ Engineering โดยหวังว่าโครงสร้างใหม่จะช่วยให้แต่ละกลุ่มธุรกิจมีความคล่องตัว โฟกัสการดำเนินงานเชิงลึก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในครึ่งปีหลัง คือการ ขยายธุรกิจฝากขาย-ปล่อยเช่า และบริหารนิติบุคคลโครงการไปยังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยมีดีมานด์จากทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ รองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนอสังหาฯ ในพื้นที่ พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงมองหาโอกาสจากโครงการใหม่ๆ ในพื้นทีต่างจังหวัดเพื่อเจาะตลาดที่มีศักยภาพด้านการลงทุนและการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย ซึ่งคาดว่าจะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ในระยะกลางถึงยาว

“จุดแข็งของ PRI คือการดำเนินธุรกิจภายใต้คอนเซ็ปต์ “All in One Service” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ การบริหารนิติบุคคลโครงการ ไปจนถึงการให้บริการด้านงานก่อสร้างและซ่อมบำรุง ทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร และรักษาการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าซึ่งเป็นหัวใจของงานบริการตามหลัก Happy Maker for All ทั้งนี้ โมเดลธุรกิจแบบครบวงจรยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในหลายมิติ” สุรินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ PRI เชื่อมั่นว่าแผนการปรับโครงสร้างและการขยายตลาดครั้งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายรายได้และกำไรทั้งปี ซึ่งบริษัทได้ตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านขนาดธุรกิจ ส่วนแบ่งตลาด และการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น PRI ขอขอบพระคุณความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจมาโดยตลอด และเชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นของทีมงาน รวมถึงแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน จะสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง และสร้างผลลัพธ์ที่ดีอย่างยั่งยืนเพื่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง