ธนาคารเกียรตินาคินภัทรแนะผู้ประกอบการเลือกทำเลลงทุนตลาดบ้านหรูผิดอาจเป็น”ระเบิดเวลา”

กระแสการพัฒนาโครงการบ้านหรูระดับราคาตั้งแต่ 25–100 ล้านบาทกำลังขยายตัวในปี 2568–2569 เมื่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรพย์ขนาดกลางและผู้ประกอบการรายใหม่จำนวนมากหันมาเปิดตัวโครงการใหม่ลงสนาม ด้วยเหตุผลที่ว่าตลาดอสังหาฯระดับแมส (Mass Market) เริ่มอิ่มตัว กำลังซื้อถดถอย ขณะที่มาร์จิ้นของตลาดบ้านหรูสูงกว่ามาก และกลุ่มผู้ซื้อกลุ่มบนยังมีศักยภาพทางการเงินมั่นคง

สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร วิเคราะห์ตลาดบ้านหรูไม่ใช่ตลาดกว้าง หากแต่เป็นตลาดที่มีดีมานด์เฉพาะเจาะจงและจำกัด ยอดขายจริงของทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีอยู่เพียง 700–800 ยูนิตต่อปีเท่านั้น โดยกระจุกตัวอยู่ในช่วงราคา 25–50 ล้านบาทเป็นหลัก ดังนั้นการเปิดตัวบ้านหรูไม่ตรงทำเล การออกแบบหรือการตั้งราคาผิด ไม่ได้หมายถึงการขายช้าเท่านั้น แต่เสี่ยงต่อการสูญเสียสภาพคล่อง ต้นทุนจม และความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของผู้พัฒนาโครงการโดยตรง

ดังนั้นตัวตัดสินในการพัฒนาสินค้าบ้านหรูถือเป็นสมรภูมิที่ต้องมีความเข้าใจเชิงลึกและการวางแผนที่แม่นยำ ไม่ใช่เพียงแค่การลงทุนตามเทรนด์ ผู้พัฒนาโครงการที่ก้าวเข้าสู่ตลาดนี้โดยไร้กลยุทธ์ อาจจะต้องเผชิญความเสี่ยงเหมือนกับถือระเบิดเวลา แต่ผู้ที่มีความเข้าใจความต้องการจริงของลูกค้า และเลือกทำเลที่ตอบโจทย์อย่างเฉียบคม จะสามารถพลิกโอกาสให้กลายเป็นชัยชนะเหนือการแข่งขันได้

ตลาดบ้านหรู:กลยุทธ์หรือความเสี่ยง?

การพัฒนาโครงการบ้านหรูระดับราคา 25-100 ล้านบาทขึ้นไปอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในปี 2568-2569 เริ่มมีแนวโน้มที่นักพัฒนาอสังหาฯขนาดกลางและรายใหม่หลายรายเข้ามาลงสนามนี้มากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ตลาดแมสมีการแข่งขันสูง และมีกำลังซื้ออ่อนลง บ้านหรูมีมาร์จิ้นสูงกว่า ลูกค้ากลุ่มบนมีภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจดีกว่า แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าไม่วางแผนอย่างรอบคอบ บ้านหรูก็อาจกลายเป็น “กับดักของความหวัง” ที่ใช้ต้นทุนสูง เสี่ยงสูง และหมุนทุนได้ช้า

สะท้อนให้เห็นว่าบ้านหรูไม่ใช่ตลาดเปิดกว้างเหมือนกับบ้านระดับกลาง โดยดีมานด์มีลักษณะเฉพาะเจาะจง เช่น ผู้ซื้อส่วนใหญ่ซื้อด้วยเงินสด และมองหาคุณภาพชีวิต ไม่ใช่แค่ขนาดพื้นที่ แต่ต้องการความเป็นส่วนตัว และความมีเอกลักษณ์ แต่ในขณะที่ซัพพลายจากผู้ประอบการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายทำเล ทำให้เริ่มเกิดภาวะล้นตลาดเฉพาะจุด

ทั้งนี้จากข้อมูลของสายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร พบว่าปริมาณความต้องการบ้านหรูในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีระดับราคา 25-100 ล้านบาทขึ้นไป มียดขายอยู่ที่ประมาณ 700-800 ยูนิตต่อปี หรือเท่ากับ 8-10% ของยอดขายบ้านเดี่ยวทั้งหมด ซึ่งเมื่อพิจารณาในเชิงสัดส่วนตามระดับราคา สามารถจำแนกได้ดังนี้

  • ระดับราคา 25-50 ล้านบาท มีสัดส่วนสูงสุด9%
  • ระดับราคา 50-75 ล้านบาท อยู่ที่5%
  • ระดับราคา 75-100 ล้านบาท อยู่ที่4%
  • ระดับราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป มีเพียง3%

ทั้งนี้จากสัดส่วนความต้องการที่แตกต่างกันอย่างมากในแต่ละกลุ่มราคา โดยตลาดส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในบ้านหรูระดับ 25-50 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มบ้านราคาสูงเกิน 75 ล้านบาทขึ้นไปมีความต้องการค่อนข้างจำกัด ดังนั้นการเข้ามาผิดที่ผิดทางโดยไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการขายและผลตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามคาด ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

โดยหากพิจารณาในแต่ละระดับราคา พบว่า ความต้องการบ้านหรูมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยทำเลที่มียอดขายสูงสุดระดับราคา 25-50 ล้านบาท คือ โซนพุทธมณฑล,เพชรเกษม,กรุงเทพกรีฑา-พัฒนาการ และบางนา-ตราด  ส่วนทำเลที่มีสินค้าเหลือขายมากที่สุดคือ โซนตลิ่งชัน,คลองลัดมะยม,บางนา,วงแหวน และบางแวก

ส่วนสินค้าระดับราคา 50-75 ล้านบาท ทำเลที่มียอดขายสูง คือ โซนกรุงเทพกรีฑา,พัฒนาการ,พุทธมณฑล,เพชรเกษม และสาทร-พระราม 3 ด้านทำเลที่เหลือขายมากที่สุดคือ โซนบางนา ตราด.กรุงเทพกรีฑา-พัฒนาการ และดอนเมือง-วิภาวดี

ระดับราคา 75-100 ล้านบาท ทำเลที่มียอดขายสูง คือ โซนบางนา-ตราด,พัฒนาการ-พระราม 9  และสีลม-สาทร ส่วนทำเลที่ยังมีสินค้าเหลือขายมากที่สุด คือ โซนกรุงเทพกรีฑา-พัฒนาการ,บางนา-ตราด และดอนเมือง-วิภาวดี

และระดับราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป ทำเลที่มียอดขายสูง คือ โซนพัฒนาการ,กรุงเทพกรีฑา และเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ทำเลเหลือขายมากที่สุด คือ โซนราชพฤกษ์ และกรุงเทพกรีฑา

เลือกทำเลผิดอาจเป็นระเบิดเวลา

ทั้งนี้”ทำเล”ถือเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดของการพัฒนาบ้านหรู ซึ่ง“ทำเลดี”ไม่ได้แปลว่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือศูนย์การค้าเสมอไป แต่ต้องมีลักษณะพิเศษ เช่น อยู่ในซอยเงียบ มีความเป็นส่วนตัว วิวธรรมชาติ หรือมีพื้นที่สีเขียวมาก ใกล้โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลชั้นนำ ในขณะเดียวกันทำเลที่ถูกมองว่าดีสำหรับคอนโดมิเนียมหรือบ้านระดับกลาง เช่น ย่านแนวรถไฟฟ้าที่แออัด อาจกลับกลายเป็นทำเลที่แย่สำหรับบ้านหรู เพราะไม่ตอบโจทย์ความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวที่ลูกค้าต้องการ

บ้านหรูไม่ใช่สินค้าสำหรับตลาดแมส ดังนั้นการเลือกผิด เช่น ทำเลไม่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย แบบบ้านไม่แตกต่างจากบ้านทั่วไป หรือตั้งราคาสูงเกินคุณค่า จะกลายเป็นระเบิดเวลา เพราะอาจจะทำให้ปล่อยขายสินค้าไม่ได้ ทำให้ทุนจม สภาพคล่องหาย และภาพลักษณ์ของแบรนด์เสียหาย

อย่างไรก็ตามความหรูหราไม่ได้หมายถึงความงดงามภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงความมั่นใจว่าบ้านจะคงคุณค่าและปลอดภัยในทุกสถานการณ์ เช่น ระบบหลังคากันแรงลม (Impact-Resistant Roofing) ต้านทานพายุและฝนตกหนัก วัสดุกันน้ำและกันเชื้อรา (Waterproof & Anti-Mold Materials) ป้องกันน้ำท่วมขังและความชื้น กระจกนิรภัยหลายชั้น (Laminated & Tempered Glass) ลดความเสี่ยงการแตกกระจาย คอนกรีตเสริมใยแก้ว (Fiber Reinforced Concrete – FRC) เพิ่มความยืดหยุ่นและต้านแรงสั่นสะเทือน เป็นต้น

ดังนั้นผู้ประกอบการที่ลงทุนบ้านหรูให้ประสบความสำเร็จในปี 2568-2569 จะต้องไม่ใช่แค่ลงทุนตามเทรนด์ แต่ต้องมีความเข้าใจ ความต้องการเฉพาะของลูกค้าเฉพาะ อย่างลึกซึ้งในทุกมิติ รวมถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการอาจครอบคลุมตั้งแต่ออกแบบบ้านให้สามารถปรับแต่งได้ (Customizable) เพื่อตอบโจทย์รสนิยมเฉพาะของลูกค้า การใช้วัสดุหายากหรือการนำเข้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ รวมถึงการจัดตั้งทีมดูแลหลังการขายระดับพรีเมียมที่ให้บริการเหนือความคาดหมาย ตลอดจนการสร้างเรื่องเล่าของโครงการเพื่อสื่อสารถึงความเป็นเอกลักษณ์และคุณค่าของแบรนด์ และที่สำคัญคือ การเลือกทำเลเฉพาะที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เช่น ย่านที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ โซนใกล้สนามกอล์ฟ หรือพื้นที่ที่มีคุณค่าในฐานะที่ดินผืนหายาก ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ความพิเศษและเพิ่มมูลค่าให้โครงการในระยะยาว

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง