ทอสเท็ม เผยวิสัยทัศน์ประกาศทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในระดับภูมิภาค ผ่าน 3 แกนกลยุทธ์ เพื่อขยายการเติบโตในเอเชีย และตะวันออกกลาง ครอบคลุมการขยายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์, การขยายพื้นที่ตลาดใหม่ และการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมชูประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนาที่สำคัญของภูมิภาค ตอกย้ำบทบาทแบรนด์ที่ผสานความคิด “นวัตกรรม–ดีไซน์–ความยั่งยืน”
ซาโตชิ โยชิดะ เจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่ง เทคโนโลยี, บริษัท ลิกซิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีที่อยู่อาศัย ซึ่งทำภายใต้แบรนด์ TOSTEM เป็นอีกหนึ่งในธุรกิจหลักของ ลิกซิล ที่ยังคงทำรายได้ และเติบโตอย่างแข็งแกร่งในญี่ปุ่น และมีสัดส่วนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศแถบเอเชีย โดยทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในระดับภูมิภาค บริษัทวางแผนพร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการปฎิวัติพื้นที่อยู่อาศัยทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ในเอเชีย และก้าวสู่ตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง ภายใต้จุดยืนของแบรนด์ที่ยึดมั่นในคุณภาพ ความสวยงาม และการออกแบบในสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสานฟังก์ชันเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

อิจิโระ มุราโคชิ เจ้าหน้าที่บริหาร ภูมิภาคเอเชีย กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่ง เทคโนโลยี, บริษัท ลิกซิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จากความสำเร็จในการวางกลยุทธ์การตลาดในภูมิภาคเอเชียตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้สร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับ TOSTEM และวันนี้บริษัทฯ พร้อมยกระดับสู่การขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตขึ้นไปข้างหน้าพร้อมเปิดโอกาสในการนำคุณภาพและดีไซน์แบบญี่ปุ่นของ TOSTEM ไปสู่ลูกค้าและตลาดใหม่ทั่วโลก
วิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่งเทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย TOSTEM Thailand ทำหน้าที่เป็นฐานยุทธศาสตร์สำคัญของ TOSTEM ในการผลิตและกระจายสินค้าสู่ตลาดเอเชีย ซึ่งบริษัทฯมีทั้งโรงงาน ศูนย์วิจัยพัฒนา และสำนักงานใหญ่ด้านการตลาดในภูมิภาค เพื่อเสริมแกร่งของแบรนด์ให้ตอบโจทย์ดีไซน์ ฟังก์ชัน และความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น โดยยังคงเดินหน้าขยายศักยภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่อยู่อาศัยทุกระดับ และพร้อมขับเคลื่อนไปกับนโยบายของทางบริษัทโดยมี 3 ทิศทางสำคัญ อาทิ เพิ่มกำลังการผลิตและกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ, เร่งทำตลาด IN16 Series ในประเทศไทย และเจาะทุกเซ็กเมนต์ของตลาดที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ระดับกลางถึงบน ทั้งกลุ่มลูกค้าโครงการ B2B และกลุ่มลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยด้วยตนเอง B2C เพิ่ม Product line ใหม่ เพื่อขยายไปยังกลุ่มลูกค้า Retail เพิ่มขึ้น รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรในวงการออกแบบและก่อสร้าง นักออกแบบ สถาปนิก และอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ ที่มองหาโซลูชันที่ผสมผสานระหว่างความสวยงามและประสิทธิภาพ ผ่านเครือข่ายโชว์รูม TOSTEM Studio ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 15 แห่งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย และจะขยายเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

3 แกนกลยุทธ์ที่ TOSTEM ขับเคลื่อนเพื่อการเติบโตระดับภูมิภาค
- Category Expansion การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นผู้ให้บริการโซลูชันที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร โดยล่าสุด แบรนด์ TOSTEM เปิดตัว IN16 Series ผลิตภัณฑ์ชุดประตูและฉากกั้นอะลูมิเนียมภายในรุ่นใหม่ ที่ออกแบบโดยทีม LIXIL Global Design จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับความงามและฟังก์ชันของพื้นที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม ถือเป็นการก้าวข้ามขอบเขตจาก “ประตูและหน้าต่าง” สู่ “Interior Living Series” ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ IN16 ได้รับรางวัล GOOD DESIGN AWARD 2024 จากประเทศญี่ปุ่น และได้เปิดตัวในประเทศไทย ในงานสถาปนิกเมื่อเดือนเมษายน และจำหน่ายให้กับเจ้าของบ้านเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในฐานะผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนดีไซน์แบบญี่ปุ่นที่ร่วมสมัยและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
- Area Expansion ขยายพื้นที่สู่ตลาดตะวันออกกลาง หลังจากประสบความสำเร็จในเอเชีย TOSTEM เตรียม “เปิดประตูสู่ตลาดใหม่” ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ใน ดูไบ ในเดือนตุลาคม 2025 และเข้าร่วมงาน Big 5 Global Exhibition ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งนับเป็นการเปิดเวทีให้แบรนด์ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก และพันธมิตรระดับนานาชาติ การขยายสู่ตลาดตะวันออกกลางถือเป็นหมุดหมายสำคัญของทอสเท็ม ในการก้าวสู่การเป็น Global Premium Housing Solution Brand ที่นำคุณภาพและดีไซน์ญี่ปุ่นออกสู่เวทีโลกอย่างเต็มรูปแบบ
- Segment Expansion การขยายกลุ่มลูกค้า เจาะตลาดอาคารสูงระดับลักชัวรี จากเดิมที่ TOSTEM มุ่งเน้นตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ในปีนี้บริษัทเตรียมขยายเข้าสู่ตลาดอาคารสูงระดับลักชัวรี ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย โดยได้จัดตั้งทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรในภาคอสังหาริมทรัพย์ พร้อมเดินหน้าในหลายโครงการแลนด์มาร์กสำคัญทั่วภูมิภาค






