ซีคอนปิดยอดจองรับสร้างบ้านปี’68จำนวน122 ยูนิตมูลค่ากว่า 400ล้านบาท

ซีคอนเผยภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านปี’69 โตต่อเนื่อง แม้ต้นทุนผันผวน เดินหน้าขยายฐานลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพงานก่อสร้าง ยกระดับงานดีไซน์ และรุกตลาดเศรษฐกิจใหม่ในพื้นที่ EEC ชูกลยุทธ์หลักดันยอดขายผ่าน ‘Your Home Series – ปลูกเรือน Series – SEACON ID’ ตั้งเป้าถึงสิ้นปีนี้ปิดยอดจองรับสร้างบ้านจำนวน122 ยูนิตมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

มนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัทซีคอน จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วง 1–2 ปีข้างหน้ายังคงมีความต้องการสร้างบ้านคุณภาพของผู้บริโภคหลายกลุ่ม ตั้งแต่คนวัยทำงานและกลุ่มครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่ม ไปจนถึงผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการบ้านผสมสำนักงาน รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้บ้านต้องตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชัน คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน

ส่วนภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านในปี 2569 จะเป็นปีที่ผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้านต้องบริหารความผันผวนอย่างรอบคอบ แต่ก็เป็นปีแห่งโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ และความต้องการบ้านคุณภาพที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง        ทำให้บริษัทเดินหน้าพัฒนาทั้งด้านนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบ และมาตรฐานงานก่อสร้าง เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคใหม่

“แม้ตลาดก่อสร้างยังมีแรงกดดันจากวัสดุบางประเภทที่มีการปรับราคา รวมถึงค่าแรงงานขั้นต่ำที่เพิ่มปรับขึ้นเป็น 400 บาทในช่วงกลางปี 2568 และค่าจ้างช่างฝีมือในเขตเมืองใหญ่ที่อยู่ในระดับสูง แต่ผู้ประกอบการที่มีระบบบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยังสามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประอบการที่พัฒนาเทคโนโลยีงานก่อสร้างและระบบโครงสร้างสำเร็จรูป ซึ่งเป็นหนึ่งในความได้เปรียบของซีคอนที่ใช้โรงงานผลิตโครงสร้างพรีคาสท์ในการสร้างบ้านมาตรฐานให้คงที่อยู่เสมอ”

รวมถึงแบบบ้าน “Your Home Series 1 & 2” ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้บริษัทมียอดจองรับสร้างบ้านรวม 122 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 408,212,000 บาท และยังได้รับความสนใจจากลูกค้าในตลาดต่างจังหวัด อาทิ ชลบุรี ลพบุรี กาญจนบุรี สระบุรี เขาใหญ่ นครราชสีมา และสุพรรณบุรี สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการบ้านคุณภาพกำลังขยายตัวสู่จังหวัดโดยรอบของกรุงเทพฯ ขณะที่แบบบ้าน “ปลูกเรือน Series” ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเดือนกันยายนที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นกัน ปัจจุบันมียอดจองในหลายจังหวัด อาทิ ชลบุรี ชัยนาท สมุทรสาคร และนนทบุรี

นอกจากนี้บริษัทยังได้เดินหน้าบุกตลาด EEC แบบเต็มรูปแบบ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ผ่านบริการออนไลน์และการปรับดีไซน์บ้านให้เหมาะกับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนระดับประเทศ บริษัทจึงมีเป้าหมายในการนำบริการงานก่อสร้างที่มีระบบควบคุมคุณภาพและบริการครบวงจรเข้าไปในพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและมาตรฐานการก่อสร้างในโซนภาคตะวันออกให้สูงขึ้นในระยะยาว

ส่วนการออกแบบบ้านดีไซน์พิเศษในกลุ่ม SEACON ID ยังคงเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญที่ช่วยเสริมรายได้ของบริษัท โดย SEACON ID จะเป็นงานสั่งสร้างบ้านต่อหลังในระดับราคาประมาณ 20-40 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 30,000 บาทต่อตารางเมตร โดยมีลูกค้าที่ต้องการบ้านระดับพรีเมียมติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกากนี้บริษัทยังได้จัดแคมเปญ SEACON Affiliate “Everyone Can Sell”  เพื่อให้ผู้คนในหลากหลายอาชีพสามารถสร้างรายได้เสริมจากการแนะนำลูกค้าเข้ามาจองสร้างบ้านกับบริษัท โดยมีค่าตอบแทนสูงสุดล้านละ 5,000 บาท พร้อมระบบติดตามผลผ่าน Line Official ที่พัฒนาเพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น และช่วยให้ผู้ที่เข้าร่วมสามารถสื่อสารข้อมูลได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ

โพสที่เกี่ยวข้อง