บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) หรือ ORIGIN HOTEL เดินหน้าสานต่อกลุ่มธุรกิจสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income Business) ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality & Tourism), กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า (Office Building Business) และกลุ่มธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Development Business) พร้อมมุ่งขยายธุรกิจขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างผลตอบแทนในอนาคตตามเป้าตในฐานะ Flagship Company ของเครือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ไต่ระดับพัฒนา และบริหารพอร์ตธุรกิจที่มีมูลค่าสะสมกว่า 58,000 ล้านบาท สู่เป้าหมาย 33 โครงการ ภายในปี 2573
ชาญชัย พันธุ์โสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มโรงแรม และการบริการที่สร้างรายได้ประจำ (Hospitality & Tourism) ในเครือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรเพื่อพัฒนา และสร้างสรรค์โครงการโรงแรมใหม่ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นคง รวมทั้งเสถียรภาพทางการเงิน และผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน มีกระบวนการจัดการทรัพย์สินที่ชัดเจน ตั้งแต่ Build – Operate – Exit – Re Investment เพื่อสร้างเสถียรภาพทางธุรกิจอย่างมั่นคง กระแสเงินสดที่ได้จากการ Exit นำมาสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ เป็น Cycle เพื่อมุ่งมั่นสร้างโอกาสเติบโตแบบคู่ขนานอย่างต่อเนื่องทั้งผ่านการพัฒนาโครงการเอง และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อมุ่งหวังให้โครงการเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตและส่งมอบผลประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักลงทุน ชุมชนท้องถิ่น และการพัฒนาของเมืองที่มีการเติบโต
ผนึกพันธมิตรทางธุรกิจมุ่งสู่ NEXT LEVEL
ทั้งนี้ภายใต้กลยุทธ์การเติบโตในกลุ่มธุรกิจ Recurring Income Business มุ่งสู่ NEXT LEVEL โดยบริษัทได้เดินหน้า Business Expansion แบบ Open Platform จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศเพื่อพัฒนาโรงแรมร่วมกัน ปัจจุบันแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม Development Partners, กลุ่ม Landlord Partners และ กลุ่ม Investment Partners
ดึงเชนดังระดับโลกเสริมแกร่งธุรกิจ

สำหรับกลุ่มธุรกิจ Hospitality & Tourism บริษัทได้วางโมเดลการพัฒนา และบริหารร่วมกับเชนเครือโรงแรมระดับโลกร่วมพัฒนา และบริหารอย่างแบรนด์ในกลุ่ม Marriott, IHG Hotels & Resorts และ Accor ด้วยจุดแข็งของแบรนด์โรงแรมระดับโลกผสานกับการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้ง 3 กลุ่มหลักดังกล่าว จะช่วยเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขัน และช่วยให้ ขยายการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตในระยะยาวทั้งในแง่รายได้และมูลค่าบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
กางแผน 5 ปี ดันพอร์ต Recurring Income Business รวม 33 โครงการ มูลค่ากว่า 58,000 ล้านบาท
ส่วนแผนงานในอนาคตวางแผนจะขยายพอร์ตเพิ่มในอีก 5 ปีข้างหน้า (2569 – 2573) คาดมีพอร์ตโฟลิโอสะสมเพิ่มเป็น 33 โครงการ* ในจำนวนนี้เป็นโรงแรม จำนวน 29 โครงการ จำนวน 7,799 ห้อง และมีพื้นที่เชิงพาณิชย์ และอาคารสำนักงานรวม 4 โครงการ พื้นที่ทั้งสิ้น 52,358 ตร.ม. รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 58,000 ล้านบาท
โดยในปี 2568 บริษัทสามารถปิดการขายโรงแรม 2 แห่ง คือ โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ (Staybridge Suites Bangkok Thonglor) ให้กับบริษัท ตันบุญ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจโรงแรมในเครือครอบครัวของคุณตัน ภาสกรนที ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดรับสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 500 ล้านบาท พร้อมสามารถบันทึกกำไรได้ในไตรมาส 4 ปี 2568 ทันที ส่วนโรงแรมอีก 1 แห่งที่ได้ปิดดีลขายหุ้นไปก่อนหน้าคือ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก สุขุมวิท ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดรับสุทธิ เพิ่มขึ้นกว่า 800 ล้านบาท และสามารถรับรู้กำไรได้ในรอบไตรมาส 3 ปี 2568

การขาย Asset ในกลุ่มธุรกิจ Recurring Income Business หรือการขายหุ้นในโรงแรมหลังเปิดดำเนินงานนั้นอยู่ในแผนตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว โดยบริษัทยังมีโรงแรมอีกหลายแห่งที่มีแผนจะขายออกหรือนำเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในอนาคต รวมถึงแผนที่จะระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ให้กับนักลงทุนในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้มีกระแสเงินสดเข้ามาเพื่อรองรับแผนการเติบโตในอนาคต
ออริจิ้น โฮเทล มีธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ประกอบด้วย (ข้อมูล ณ ไตรมาส 3/2568)
1. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hotel Business) พัฒนาและเปิดให้บริการ จำนวน 9 แห่ง จำนวน 2,306 ห้องพัก มูลค่า 13,370 ล้านบาท อาทิ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก สุขุมวิท*, โรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ*, โรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท, โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา แหลมฉบัง , โรงแรม ฮอลิเดย์อินน์ เอกเพรส ระยอง, และ โรงแรมไอบิส หัวหิน, ภูเก็ต, กระบี่ และเวลล์เนส สเตย์ แอนด์ โฮเทล สุขุมวิท 107 เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งหัวเมืองท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ และชลบุรี
2. ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า (Office Building Business) ปัจจุบันเตรียมเปิดให้บริการอาคารสำนักงานให้เช่า 1 แห่ง คือ Origin Complex Sanampao มีพื้นที่รวม 32,200 ตารางเมตร
3. ธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Development Business) ปัจจุบันมีรวม 2 แห่ง พื้นที่รวม 6,659 ตารางเมตร อาทิ พอร์โทเบลโล มอลล์ ศรีราชา และ Neighbor 24 นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 3 แห่ง ในกรุงเทพ และ EEC






