ไซมิส แอสเสทจัดโปรแกรม”Investment Program”การันตีผลตอบแทน 5% นาน 5 ปีพร้อมรับประกันซื้อห้องชุดคืนราคาเดิม

ไซมิส แอสเสทจัดโปรแกรม”Investment Program”รองรับโมเดลลงทุนในโรงแรม–เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ยังร้อนแรงต่อเนื่อง ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลงทุนอสังหาฯเพื่อปล่อยเช่า ลดความเสี่ยงหาผู้เช่าไม่ได้ รายได้ผันผวน รวมถึงค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาที่คาดเดาได้ยาก ในทำเลศักยภาพย่านสุขุมวิทและพระราม 9

ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA เปิดเผยว่า  ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยจริงในกลุ่มเรียลดีมานด์ในปี 2568 ยังไม่ดี และคาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงปี 2569 ดังนั้น ในปี 2569 บริษัทจึงมีแนวทางลดหนี้ โดยจะลดการออกหุ้นกู้ แต่จะรุกแผน Investment Program หรือการขายสินทรัพย์ให้ลูกค้าเพื่อปล่อยเช่า เพื่อระดมทุนแทน เนื่องจากเห็นว่าตลาดของกลุ่มนักลงทุนยังคงมีทิศทางที่ดี และสถาบันการเงินยังคงให้การสนับสนุนในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าในกลุ่มนี้

โดยคาดว่าพอร์ตโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ในปี 2568 จะมี EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ประมาณ 500 ล้านบาท ส่วนปี 2569 คาด EBITDA กลุ่มนี้จะเพิ่มเป็น 600 ล้านบาท

ดังนั้นบริษัทจึงได้จัด Investment Program สำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างรายได้แบบ Passive Income โดยมี Yield Guarantee ผลตอบแทน 5% ต่อปีตลอด 5 ปี โดยเฉพาะทำเลสุขุมวิท และพระราม 9 ซึ่งมีดีมานด์ปล่อยเช่าจากต่างชาติสูง และเป็นทำเลที่มียอดการปล่อยเช่าคงที่ตลอดปี ขณะเดียวกันโมเดลบริหารแบบโรงแรมและ Serviced Apartment ของบริษัทยังช่วยตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ ทำให้ผู้ลงทุนมีสภาพคล่องจากค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง

โดยโครงการที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษภายใต้โปรแกรม Investment Program จะมีประมาณ 40 ยูนิต ได้แก่ โครงการWyndham Garden Bangkok Sukhumvit 42, Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48, Wyndham Bangkok Queen Convention Centre, Blossom Condo @Sathorn-Charoenrat, Ramada By Wyndham Bangkok Sukhumvit 87 และ Landmark At MRTA Station เป็นต้น โดยทั้งหมดอยู่บนทำเลเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า และมีความต้องการเช่าสูงจากผู้เช่าต่างชาติ

ลดความเสี่ยงจากการการันตีค่าเช่าและผลตอบแทน (Financial Obligation Risk)

ทั้งนี้บริษัทจะเน้นจุดแข็งของโครงการ ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ดูแลโดยโรงแรม ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุงห้องพัก หรือการหาผู้เช่า เพราะมี โปรแกรมการันตีค่าเช่า 5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งลูกค้าจะได้รับค่าเช่าจากกองกลาง (rental pool) ที่รวมรายได้จากห้องเช่าทั้งหมดไว้ นอกจากนี้ โปรแกรมดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องการหาผู้เช่าเองหรือค่าคอมมิชชั่นต่างๆ

พร้อมทั้งมีทางเลือกในการขายคืนหลังจากครบ 5 ปีในราคาเต็ม ทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงต่ำกว่าการซื้อหุ้นกู้ทั่วไป   และช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกหลากหลาย ทั้งการขายต่อ การต่อสัญญาเช่า หรือการรับเงินต้นคืน ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการดูแลทรัพย์สินและการหาผู้เช่าที่มักเป็นปัญหาคลาสสิกของคอนโดมิเนียมทั่วไป

นอกจากนี้บริษัทยังมีคุณสมบัติพิเศษและแตกต่างจากอสังหาฯทั่วไป อาทิ การบริหารจัดการและบำรุงรักษาในรูปแบบโรงแรม (Hotel Management) โดยสามารถจัดการปัญหาได้ทันที เนื่องจากโครงการมีการบริหารจัดการโดยโรงแรม เมื่อเกิดปัญหา เช่น น้ำรั่ว ห้องเสียหาย โรงแรมจะสามารถเข้าแก้ไขได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากการจัดการทั่วไปของคอนโดมิเนียมที่เจ้าของห้องจะต้องรอการจัดการจากนิติบุคคลของโครงการ

รวมทั้งยังมีการบำรุงรักษาเชิงรุก โดยห้องพักที่เข้าร่วมโปรแกรมจะได้รับการดูแลรายวัน มีการส่งแม่บ้านทำความสะอาดประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือประมาณวันเว้นวัน ทำให้สามารถเห็นสภาพห้องพักได้ตลอดเวลา และหากมีรอยเสียหายเล็กน้อยก็จะทำการซ่อมแซมทันที ไม่ปล่อยให้ลุกลามใหญ่โต ซึ่งแตกต่างจากสัญญาเช่าทั่วไป 1 ปี ที่ห้องอาจจะทรุดโทรมลงมากเมื่อครบกำหนดสัญญา รวมทั้งทางโครงการจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมภายในห้องพัก

“โปรแกรม Investment Program จะเป็นการปล่อยเช่าแบบรวมกลุ่ม (Rental Pool Program) ซึ่งโครงการนี้ใช้ระบบ Rental Pool โดยการนำห้องพักที่เข้าร่วมโปรแกรมมาเข้ากองกลางรวมกัน รายได้จากค่าเช่าที่ได้รับจะถูกนำมาเฉลี่ยแบ่งปันให้กับเจ้าของห้องทั้งหมดใน Pool โดยที่เจ้าของห้องชุดไม่ต้องเสียเวลาในการวิ่งหาผู้เช่าเอง รวมทั้งไม่ต้องเสียค่าส่วนกลาง เนื่องจากทางโครงการจะเป็นผู้จ่ายให้”

ที่สำคัญเจ้าของห้องชุดไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชันในการหาผู้เช่า ซึ่งปกติอาจจะต้องจ่ายสูงถึง 1-1.5 เดือนของค่าเช่า หรือเกือบ 10% ต่อปี) นอกจากนี้การการันตีผลตอบแทนค่าเช่า 5% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารในช่วง 3 ปีแรก เฉลี่ยไม่เกิน 3% รวมทั้งมีการรับประกันการซื้อคืน (Buy-back Guarantee) ด้วยราคาเงินต้นเดิมที่ซื้อไป เมื่อครบกำหนด 5 ปี อาทิ โครงการในกลุ่ม Serviced Apartment อย่าง Wyndham Garden Bangkok Sukhumvit 42 ปัจจุบันห้องชุดแบบ 2 ห้องนอนมีค่าเช่าในระดับ 70,000–90,000 บาทต่อเดือน  ซึ่งสูงกว่าค่าเช่าคอนโดฯทั่วไปในทำเลเดียวกันที่อยู่ในระดับ 50,000– 70,000 บาทต่อเดือนอย่างมีนัยสำคัญ

พร้อมเพิ่มทางเลือกหลังครบ 5 ปีให้กับลูกค้า 3 ทางเลือก คือ

  1. ขอเงินต้นคืนทั้งหมด
  2. ต่อสัญญาเช่า ซึ่งทางโครงการคาดว่าค่าเช่าในอนาคตจะสูงขึ้น
  3. ขายห้องในตลาดทั่วไปเพื่อทำกำไรส่วนต่างของราคาที่ดินและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น

“โมเดลนี้ลูกค้าหรือนักลงทุนถูกเปรียบเทียบว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่าการซื้อหุ้นกู้ เนื่องจากทรัพย์สินถูกโอนเป็นชื่อของลูกค้าตั้งแต่วันแรก แต่ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ การบำรุงรักษา และความผันผวนของตลาดเช่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ จะถูกโอนย้ายมายังผู้ประกอบการที่รับประกันผลตอบแทนและการรับซื้อคืนแทน เปรียบเทียบเสมือนผู้ประกอบการเป็นผู้รับประกันภัยทางการเงิน (Financial Underwriter) ที่รับประกันว่าผลตอบแทนของนักลงทุนจะไม่ต่ำกว่าที่กำหนด และเงินต้นจะไม่สูญหาย โดยแลกกับการได้สิทธิ์ในการบริหารจัดการและควบคุมกระแสรายได้จากค่าเช่าทั้งหมด

วางแผนลงทุนโปรเจ็กต์หรูใหม่ทั้งกทม.และเมืองภูเก็ต

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา ในเบื้องต้นบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 2 แปลง โดยวางแผนจะร่วมทุนกับพันธมิตรในการพัฒนาโครงการ คาดว่าจะมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 9,000 ล้านบาท ประกอบด้วย พื้นที่ในทำเลหาดบางเทาขนาดประมาณ 10 ไร่ มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท และในโซนหาดกมลา ขนาดเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 7,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีการปรับแผนการพัฒนาคอนโดฯไฮไรส์ย่านรัชดา ซึ่งเคยเปิดพรีเซลล์ไปแล้วก่อนช่วงโควิด และทำยอดขายไปได้ประมาณ 30-40% แต่เมื่อเกิดโควิด-19 ทำให้ต้องตั้งลำใหม่และมีการคืนเงินดาวน์ให้กับลูกค้าจนครบทุกราย ล่าสุดได้มีการปรับแบบและได้รับ EIA อนุมัติแล้ว ในรูปแบบ Wellness ทั้งหมดและเน้นห้องชุดขนาดใหญ่ ราคาขายประมาณ 230,000 บาทต่ตรางเมตร เน้นเป้าหมายกลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก มูลค่าโครงการประมาณ 4,500 ล้านบาท เบื่องต้นอยู่ระหว่างประเมินสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงรอดูทิศทางหลังการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่าแนวโน้มทางเศรษฐกิจจะเป็นบวกหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีแผนจะเปิดตัว Wellness Center ย่านตลิ่งชัน บนที่ดินขนาดประมาณ 6 ไร่ ตั้งอยู่ห่างจากศิริราช ปิยมหาราช ประมาณ 5 นาที และยังมีสถานีรถไฟฟ้า BTS สายสีส้มส่วนต่อขยายที่กำลังก่อสร้าง ภายในโครงการประกอบด้วย 2 ตึก คือ ตึกด้านหน้าสูง 6ชั้นเป็นโรงพยาบาลผู้เชี่ยวชาญผู้สูงอายุประมาณ 59 เตียง โดยบริษัทตั้งใจให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกับโรงพยาบาลกรุงเทพฯ หรือบำรุงราษฎร์ โดยได้เซ็น MOU กับศูนย์ศรีพัฒน์ โรงพยาบาลเอกชนของจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นต้นแบบของ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ส่วนอีก 1อาคารจะเป็นคอนโดมิเนียมสูง 20กว่าชั้น ขนาดห้องชุด 40-70 ตารางเมตร โดยห้องชุดประมาณ 40-50% จะเป็นรูปแบบ Investment และเป็นคอนโดฯ Leasehold หรือการซื้อสิทธิ์การเช่าคอนโดมิเนียมระยะยาว 30 ปีต่อสัญญา 30ปี พร้อมอยู่ระหว่างงการเจรจากับแบรนด์ โรงแรม Accor

ส่วนอีกโครงการเป็น Branded residence ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 16  โดยอยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุนต่างชาติ หลังจากที่โครงการได้ผ่านการอนุมัติ EIA แล้ว เป็นอาคารไฮไรส์ 2อาคารตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 2ไร่ มีทั้งโรงแรมและห้องชุดพักอาศัย

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง