ย่านสุขุมวิทตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่อโศก-พร้อมพงษ์-ทองหล่อ ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯที่เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการเป็นศูนย์กลางย่านธุรกิจ CBD, อาคารสำนักงาน, แหล่งช็อปปิ้งระดับโลก, โรงพยาบาล,Wellness Center,ที่อยู่อาศัยระดับหรู และโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มีการเชื่อมต่อการเดินทางครบวงจรทั้ง BTS และ MRT ส่งผลให้ย่านสุขุมวิทตอนกลางเป็น International Address ที่มีโครงการระดับ Super Luxury เริ่มเปิดตัวในย่านนี้มากขึ้น

โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในย่าน Super Prime Area ของกรุงเทพฯ เช่น ทองหล่อ–พร้อมพงษ์–เอกมัย, วิทยุ–หลังสวน–ลุมพินี และสาทร ซึ่งเป็นพื้นที่ทำเลทองคำที่หายากและมีอุปสงค์สูงทั้งจากชาวไทยฐานะดีและนักลงทุนต่างชาติ เพราะสะดวกต่อการใช้ชีวิต ใกล้ย่านธุรกิจ โรงแรมหรู ร้านอาหารชั้นนำ และแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับโลก
นอกจากนี้คอนโดฯระดับ Ultra Luxury ที่เปิดขายกันในย่านสุขุมวิทตอนกลางยังมาพร้อมกับมาตรฐานระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมและดีไซน์เฮาส์ระดับโลก เช่น Aman หรือ Porsche Design ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าเชิงแบรนด์ ทำให้โครงการเหล่านี้ไม่ได้ขายเพียงแค่พื้นที่อยู่อาศัย แต่ขายประสบการณ์และไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ที่ตอบโจทย์กลุ่ม Ultra High Net Worth Individuals (UHNWI) ได้อย่างตรงจุด


ทั้งนี้จากข้อมูลของ CBRE ระบุว่า ซัพพลายของคอนโดฯระดับ Ultra Luxury ในรูปแบบ Branded Residence คิดเป็นเพียง 1% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดในกรุงเทพฯ โดยปัจจุบันมีคอนโดฯ Branded Residence ระดับ 5 ดาวในกรุงเทพฯที่อยู่ระหว่างการขายและกำลังจะเปิดตัวใหม่ทั้งหมด 11 แบรนด์ แบ่งเป็น 9 โครงการที่เป็น Hotel Brand และอีก 2 โครงการเป็น Lifestyle Brand (Non-hotel) ในกลุ่ม Hotel Branded Residence
และในจำนวนนี้มีเพียง 3 โครงการเท่านั้นที่เป็น ที่ดินแบบ Freehold ซึ่งเป็น “Rare Item” ที่มีความต้องการสูงมาก มียอดขายสูงถึง 93% ปัจจุบันมีห้องชุดเหลือขายอยู่ในตลาดประมาณ 30 ยูนิตเท่านั้น
ทั้งนี้จากการสำรวจของทีมงาน Prop2morrow ในพื้นที่ย่านสุขุมวิทตอนกลางตั้งแต่ BTS สถานีอโศกไปจนถึงสถานีทองหล่อ พบว่า มีโครงการเปิดตัวใหม่ทั้งในรูปแบบคอนโดฯไฮไรส์ Ultra Luxury Branded Residence และโรงแรมมากกว่า 10 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกันมากกว่าหลายหมื่นล้านบาท
“ย่านอโศก”ประตูสู่ใจกลางธุรกิจหลักและศูนย์กลางการเชื่อมต่อ (The Strategic Gateway & Business Nexus)

โดยเฉพาะในพื้นที่โดยรอบย่านอโศก ซึ่งเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจสำคัญและเป็นจุด Interchange มีการเดินทางเชื่อมต่อกันระหว่างบีทีเอสสถานีอโศกและ MRT สถานีสุขุมวิท ย่านนี้รายล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานชั้นนำ โรงแรม ศูนย์การค้า และคอนโดฯรูปแบบไฮไรส์ โดยแหล่งงานขนาดใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 21หรือถนนอโศกมนตรี ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักเชื่อมต่อจากต้นสุขุมวิทไปจนถึงปลายสุขุมวิท ตัดผ่านแยกอโศก-สุขุมวิท และถนนเพชรบุรี มีอาคารสำนักงานทั้งใหม่และเก่าตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งถนนหลายโครงการ


ส่วนพื้นที่โดยรอบ BTS อโศก จะเป็นศูนย์รวมของโรงแรมชั้นนำ ได้แก่ The Westin Grande Sukhumvit Bangkok, Sheraton Grande Sukhumvit Hotel Bangkok,โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 และ Sofitel Bangkok Sukhumvit นอกจากนี้ยังมีอาคารตึกไทมส์สแควร์, อาคาร Korea Town, ห้างสรรพสินค้า Robinson และห้างเทอมินอล 21 ซึ่งเป็นห้างที่เชื่อมต่อกับ BTS อโศก และมีทางเชื่อม Skywalk ต่อไปยังพื้นที่ที่ต่างๆในโซนนั้น
ล่าสุดมีโครงการที่กำลังก่อสร้างในย่านสุขุมวิทซอย 10 คือ โครงการ Tenth Avenue ซึ่งเป็นโปรเจกต์ Mixed-Use ของกลุ่มยักษ์ใหญ่จาก Davis Corporation ที่พัฒนาบนพื้นที่สวนชูวิทย์เดิม โดยได้ผ่านการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ไปแล้วเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา


นอกจากนี้ยังมีโรงแรมของกลุ่ม บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ที่ได้รับการอนุมัติจากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ให้ทำสัญญาเช่าสัญญาที่ดินระยะยาวขนาด 2-0-41.8 ไร่กับบริษัทอัครศราภา จำกัด ตั้งอยู่บริเวณใกล้สถานี BTS อโศก ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีที่ดินแปลงว่าง 2 แปลงที่รองรับการพัฒนาโครงการดังกล่าวได้ คือ แปลงที่ดินอยู่ติดกับโรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit Hotel Bangkok และอีกแปลงอยู่ปากซอยสุขุมวิท 12 ปัจจุบันเปิดให้เช่าเป็นตลาด SW1 Market


ส่วนบริเวณแยกอโศกมนตรีที่ติดกับอาคาร Interchang 21 CITI Bank กับ Exchang Tower ในบริเวณซอยสุขุมวิท 16 ปัจจุบันมีโครงการคอนโดฯระดับ Ultra Luxury ที่ชื่อว่า InterContinental Residences Bangkok Asoke หรือ 16 Residence เป็นคอนโด Branded Residence ใหม่ พัฒนาโดยกลุ่มซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จำกัด (CG CAPITAL) บริษัทผู้บริหารกองทุน Private Equity ในกลุ่มธุรกิจ Real Estate and Hospitality ที่ใหญ่ที่สุดในไทยภายใต้เซ็นทรัล กรุ๊ป และกลุ่ม Koon Estate ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฟู๊ดแลนด์

ออกแบบเป็นคอนโดฯไฮไรส์สูง 32 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน 6 ชั้น จำนวน 88 ยูนิต มูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท เฉลี่ยต่อชั้นมีจำนนวน 4 ยูนิตแบบ Corner Unit ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 139–547 ตารางเมตรแบบ2-3 ห้องนอน และห้องเพนท์เฮ้าส์ 2 ยูนิต ขนาด 453 ตารางเมตร และ ขนาด 547 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้น 40.8 ล้านบาทหรือเฉลี่ยประมาณ 3 แสนบาทต่อตารางเมตร จะเปิดขายรอบ VIP ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างหลังจากได้ผ่านการายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)แล้ว โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ของปี 2572
ส่วนอีกเป็นของบริษัทไซมิส เอสเตท ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 2ไร่ มีทั้งโรงแรมและห้องชุดพักอาศัย ใช้ชื่อโครงการว่า The Collection Sukhumvit 16 พัฒนาเป็น Branded residence โดยอยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงแบรนด์โรงแรมพูลแมน หลังจากที่โครงการได้ผ่านการอนุมัติ EIA แล้ว

ขณะที่ในซอยสุขุมวิท 19 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นย่านร้านอาหาร สปา อาคารสำนักงาน และสถานศึกษาชั้นนำ ปัจจุบันมีงานก่อสร้างโรงแรม Atmind Sukhumvit 19 สูง 26 ชั้นตั้งอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 17 กับซอย 19 ดำเนินการโดยบริษัทกรองทอง วิลล่า จำกัด มีจำนวนห้องพักรวม 224 ห้อง เดินทางได้จากปากซอยสุขุมวิท 19 ระยะทางแค่ 260 เมตรเท่านั้น


ส่วนบริเวณปากซอยสุขุมวิท 20 เป็นที่ตั้้งของของคอนโดฯ High-Rise ซูเปอร์ลักชัวรี” Still Sukhumvit 20″ ของ SC Asset ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง BTS อโศกและพร้อมพงษ์ ห่างจากห้าง EmSphere ประมาณ 200 เมตร อาคาร สูง 30 ชั้นมีจำนวน 124 ยูนิต ห้องเป็น Private Lift พร้อม ที่จอดรถกทั้งหมด 175% มูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท ขนาดห้องชุดเริ่มต้น 2 bedroom85 ตารางเมตร ถึง 3 ห้องนอน 235 ตารางเมตร และห้องPenthouseขนาด 4 bedroom พื้นที่ใช้สอย 439-484 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นประมาณ 30 ล้านบาท จะเปิดตัวภายในช่วงต้นปี 2569 นี้



ซอยสุขุมวิท 23 แน่นอนครับว่าหลายๆคน ต้องคุ้นชินกับซอยนี้แน่นอน เพราะว่านี้คือเส้นทางที่จะไปซอย ถนนประสานมิตร ซึ่งในซอยนี้ค่อนข้างมีหลายโครงการดังเลยทีเดียว จากหน้าปากซอยเดินเข้ามาฝั่งซ้ายจะเห็น โครงการ Muniq Sukhumvit 23 จากนั้นตรงไปอีกประมาณ 300 เมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ซอยประสานมิตร เข้ามาจะเห็นโครงการที่กำลังก่อสร้างคือ SCOPE Prasanmitr 23 เป็นคอนโดฯ High-Rise สูง 24 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่กว่า ได้ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะมีจำนวนเพียง 74 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งปัจุบันได้หยุดขายแโครงการที่กำลังก่อสร้างอีกอย่างนึงคือ Cloud Residence 23 ที่กำลังใกล้จะเสร็จไปแล้วกว่า 97% ซึ่งเป็นคอนโดฯ High-Rise สูง 43 ชั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2568 นอกจากนี้ยังมีคอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมอยู่ของกลุ่ม ฮาบิแทท กรุ๊ป ชื่อว่า Walden Asoke ซึ่งเหลือขายอยู่เพียง 10 ยูนิต ตกแต่งพร้อมอยู่ ราคาเริ่มต้น 5.49 ล้านบาท
ซอยสุขุมวิท 24 กำลังจะมีคอนโดฯ Branded Residence ภายใต้แบรนด์ “SLS Residences” คือโครงการ SLS Residences Bangkok Sukhumvit 24 ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท 24 พัฒนาโดยกลุ่มบริษัท วาลันที จำกัด และ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด ประกาศความร่วมมือกับ เอ็นนิสมอร์ (Ennismore) แห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มูลค่าโครงการโดยประมาณ 4,900 ล้านบาท เตรียมเปิดขายในปี 2569 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2572
พร้อมพงษ์ ยานศูนย์กลางค้าปลีกหรู-ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ (The Epicenter of Luxury Retail & Affluent Living)


ทำเลพร้อมพงษ์เป็นย่านไฮเอนด์ & International Hub ที่รวมความหรูหราและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันของกรุงเทพฯ โดยมีกลุ่ม EM District เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งประกอบด้วยห้าง Emporium, Emquartier และ Emsphere ที่เชื่อมต่อกันทั้งหมดด้วย Skywalk จาก BTS พร้อมพงษ์ และก็ปัจจุบันห้าง Emsphere สร้างทางเชื่อมกับโรงแรมใหม่ที่กำลังก่อสร้างคือ โรงแรม CONRAD Bangkok Sukhumvit Queens Park เป็นอาคารสูง 37 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ พัฒนาโดยบริษัท เบญจสิริ อัลไลแอนซ์ จำกัด และบริษัทที่เกี่ยวข้องในเครือ Benchasiri Group คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ปี 2569

ส่วนบริเวณปากซอยสุขุมวิท 30 เดิเป็นที่ตั้งของอาคารพาณิชย์และบ้านพักอาศัย ล่าสุดกลุ่มโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ได้รวบรวมซื้อที่ดินกว่า 3 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดฯไฮไรส์สูง 55 ชั้น พร้อมชั้นลอย 1 ชั้น และชั้นใต้ดิน 2 ชั้น จำนวน 358 ยูนิต และอาคารจอดรถ 325 คัน ภายใต้ชื่อโครงการ Noble Sukhumvit 30 ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอ EIA คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างปี 2570 และจะมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2573



และในบริเวณท้ายซอยสุขุมวิท 36 กำลังจะมีคอนโดฯใหม่ และแบรนด์ใหม่ของกลุ่มแสนสิริ เตรียมเปิดตัวโดยใช้ชื่อโครงการว่า XELF by Sansiri เป็นคอนโดฯไฮไรส์สูง 37 ชั้น จำนวน 946 ยูนิต และ 3 ร้านค้า พร้อมที่จอดรถแบบ Conventional Parking 44.5% กำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2570

ส่วนบริเวณซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งเป็นทำเล Prime CBD ของย่านพร้อมพงษ์ เดินทางสะดวกด้วย BTS ใกล้ห้างหรู ทำให้ที่ดินหายาก และมีราคาสูง ปัจจุบันมีโครงการคอนโดฯหรู และบ้านเดี่ยว ที่เปิดขายไปแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนเป็นโครงการระดับลักชัวรีเพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์และกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ ล่าสุดบริเวณปากซอยกำลังจะเจอกับโครงการ Muniq Phrom Phong เป็นอาคารไฮไรส์สูง 34 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น พัฒนาโดยบริษัท เอมเจวี 3 จำกัด ในเครือ Major Development โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2570 ติดกับโครงการ Marque ซึ่งเป็นคอนโดฯระดับ Super Luxury

และเข้าไปในซอยอีกประมาณ 190 เมตร จะเป็นที่ตั้งของโครงการ Mavista Phrom Phong ซึ่งเป็นโครงการของกลุ่ม Major Development เช่นเดียวกัน ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการรื้อถอนอาคาร 4 ชั้น เพื่อพัฒนาเป็นคอนโด Ultra Luxury High Rise สูง 32 ชั้น แต่มีจำนวนยูนิตจำกัดเพียง 45 ยูนิต ราคาขายเริ่มที่ 70 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ปี 2029 และเดินเข้ามาประมาณ 200 เมตร เจอกับโครงการ The Diplomat 39 อีกหนึ่งโครงการที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของทำเล
“ทองหล่อ”ทำเลพรมแดนแห่งไลฟ์สไตล์และที่อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury

จากการสำรวจของทีม Prop2morrow พบว่าบริเวณปากซอยสุขุมวิท 51 บนทำเลไพร์มใกล้ BTS ทองหล่อ ซึ่งเป็นที่ดินแปลงสามเหลี่ยมคางหมู กำลังจะมีคอนโดฯระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่แบรนด์ Sansiri Luxury Collection ของกลุ่มแสนสิริเปิดตัวใหม่ เป็น “All Penthouse” ทั้งโครงการ จำนวนจำกัดเพียง 11 ยูนิต มีมูลค่าโครงการกว่า 2,800 ล้านบาท คาดว่าราคาขายต่อยูนิตจะสูงถึง 500 ล้านบาท โดยมีแผนสร้างเสร็จปี 2570 และในบริเวณใกล้เคียงกับโครงการนี้ยังมีที่ดินเปล่าแปลงใหญ่อยู่อีก 1 แปลง ที่ยังไม่ได้ถูกพัฒนา รอจับตาดูว่าที่ดินแปลงนี้จะถูกพัฒนาเป็นอะไร


ถัดออกไปอีกประมาณ 500 เมตร ติด BTS ทองหล่อเพียงแค่ 0 เมตร จะมีโรงแรมหรูที่กำลังก่อสร้างคือ Hotel Indigo Thonglor ในเครือ IHG Hotels & Resorts สูง 37 ชั้น ซึ่งมีรูปแบบอาคารดีไซน์โดดเด่นมีลักษณะบิดเกลียว มีห้องพักทั้งหมด 250 ห้อง กำหนดเปิดให้บริการปี 2569-2570 พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ถือเป็นการตอกย้ำสถานะของย่านทองหล่อในฐานะจุดหมายปลายทางที่ไม่ใช่แค่สำหรับคนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักธุรกิจชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวด้วย

ทั้งนี้จากการพัฒนาโครงการที่ไม่หยุดนิ่งทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และคอมมูนิตี้มอลล์ ถือเป็นการยืนยันสถานะของสุขุมวิทตอนกลางในฐานะทำเลทองอันดับต้นๆของกรุงเทพฯที่ยากจะหาทำเลไหนมาเทียบเคียงได้ ทำให้ยังมีการลงทุนที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้สร้างทั้ง “โอกาส” สำหรับธุรกิจที่สามารถเข้ามาตอบสนองความต้องการของตลาดระดับบน และในขณะเดียวกันยังสร้าง “ความท้าทาย” จากการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของมหานครกรุงเทพฯ





