ชาวกรุงเทพฯ ที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรักฟังทางนี้! กรุงเทพมหานครเข้าใจดีว่า “สัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัว” แต่เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและเป็นระเบียบในสังคมเมือง กทม. จึงได้ออก “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567” ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ล่าสุดที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2569 นี้ โอกาสที่จะยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ในบ้าน ให้เพื่อนบ้านยิ้มได้ และที่สำคัญคือน้อง ๆ จะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด!
3 สิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องรู้และเตรียมตัว
1. เช็กจำนวนสัตว์เลี้ยงตามพื้นที่
กฎหมายใหม่นี้มีการกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมตามขนาดพื้นที่ เพื่อให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่รบกวนเพื่อนบ้าน เจ้าของจึงควรตรวจสอบขนาดพื้นที่ของตัวเองและจำนวนสัตว์เลี้ยงที่สามารถเลี้ยงได้ตามข้อบัญญัติอย่างเคร่งครัด (เช่น หากมีพื้นที่จำกัด อาจต้องจำกัดจำนวนน้องหมา/น้องแมว ไม่ให้มากเกินไป เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกฝ่าย)
ประเภทสัตว์ที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดควบคุม
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
- สัตว์ปีก
- สัตว์น้ำ
- สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
- สัตว์เลื้อยคลาน
- สัตว์มีพิษหรือสัตว์อันตราย
การควบคุมสัตว์เลี้ยงตามประเภทและขนาดพื้นที่
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น โค กระบือ ม้า กวาง หรือสัตว์ที่มีขนาดเดียวกัน เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์ พื้นที่ 50 ตารางวา
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น แพะ แกะ สุกร ม้าแคระ หรือสัตว์ที่มีขนาดเดียวกัน เลี้ยงได้ไม่เกิน 3 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์ พื้นที่ 50 ตารางวา
- สัตว์ปีก
- ไก่ เป็ด ห่าน เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์ พื้นที่ 4 ตารางเมตร
- นกขนาดใหญ่ เช่น นกกระจอกเทศ หรือนกที่มีขนาดเดียวกัน เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์ พื้นที่ 50 ตารางเมตร
- นกขนาดเล็ก เลี้ยงได้ไม่เกิน 5 ตัว ต่อสถานที่เลี้ยงสัตว์ พื้นที่ 1 ตารางเมตร
กรณีเลี้ยงสัตว์เกินกว่าจำนวนที่กำหนดเพื่อประกอบกิจการที่เป้นอันตรายต่อสุขภาพให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ข้อยกเว้น เกี่ยวกับ การห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ควบคุมในพื้นที่สาธารณะ
- เพื่อการรักษาโรคเจ็บป่วยหรือสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของสัตว์
- เพื่อกิจกรรมใดๆของ กทม.ประกาศกำหนดเพื่อส่วนหนึ่งส่วนใดให้เลี้ยงสัตว์โดยมีระยะเวลาที่แน่นอนเป็นการเฉพาะ
- การย้ายที่อยู่ของเจ้าของ
- การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ของทางราชการ และการปล่อยสัตว์เพื่อการกุศล หรือจารีตประเพณี
การควบคุมสุนัข และแมว
- พื้นที่อาคารชุด หรือห้องเช่า
- ตั้งแต่ 20 ตารางเมตร แต่ ไม่เกิน 80 ตารางเมตร เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว
- 80 ตารางเมตรขึ้นไป เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 2 ตัว
- เนื้อที่ดินไม่เกิน 20 ตารางวา เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 2 ตัว
- เนื้อที่ดินตั้งแต่ 20 ตารางวา แต่ ไม่เกิน 50 ตารางวา เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 3 ตัว
- เนื้อที่ดินตั้งแต่ 50 ตารางวา แต่ ไม่เกิน 100 ตารางวา เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 4 ตัว
- เนื้อที่ดินตั้งแต่ 100 ตารางวา เลี้ยงจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 6 ตัว
ห้ามเลี้ยงสุนัขและแมวในที่สาธารณะหรือในที่ของบุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอม เจ้าของสุนัขและแมวมีหน้าที่กำจัดสิ่งปฏิกูลอันเกิดจากสัตว์ของตนในที่สาธารณะหรือในที่อื่นในเขตกรุงเทพมหานคร หากเจ้าของสุนัขและแมว ประสงค์จะมอบสัตว์ให้แก่เจ้าของใหม่ เจ้าของสัตว์ต้องยื่นคำขอตามแบบ คลส.4 พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของคนใหม่ และทะเบียนบ้านที่เป็นสถานที่เลี้ยงแห่งใหม่ พร้อมทั้งเอกสารประกอบ คือ บัตรประจำตัวสุนัข และแมว ตามแบบ คลส.3 หนังสือยินยอมจากผุ้ให้เช่า (กรณีเป็นผู้เช่า) และ หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
2. วิธีปฏิบัติ และวิธีลงทะเบียนง่าย ๆ เพื่อสวัสดิภาพน้อง ๆ
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่น่ารักและมีความสุข แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบ เพื่อให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นทั้งกับน้องๆ และเพื่อนบ้าน ปรับมุมมองการดูแลให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์แบบมีความรับผิดชอบกันด้วยการ ออกแบบพื้นที่ให้น้องๆ เหมือนอยู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นกรงหรือพื้นที่ส่วนตัว ต้องมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย และเหมาะกับธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงของคุณ ต้องมีพื้นที่ให้เขาได้เคลื่อนไหวอย่างเพียงพอ พร้อมมุมอาหาร น้ำ แสงแดด และอากาศถ่ายเทสะดวก รวมทั้งระบบจัดการของเสียที่เป็นมิตรต่อทุกคน และต้องรักษาความสะอาดพื้นที่ของสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ จัดเก็บและทิ้งของเสีย (มูลสัตว์) อย่างถูกสุขลักษณะทันที เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่จะรบกวนความสุขของเพื่อนบ้านใกล้เคียง ดูแลสุขภาพ และความปลอดภัย คือกุญแจสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้น้องๆ ปลอดภัยจากโรค เหมือนกับการพาเขาไปโดยเลี้ยงน้องๆ ในพื้นที่ขอบเขตบ้านเสมอ ไม่ควรปล่อยให้เดินเตร็ดเตร่นอกบ้านโดยไม่มีการควบคุมดูแล หากน้องเป็นสัตว์ที่อาจมีนิสัยดุร้าย ให้จัดพื้นที่เฉพาะหรือกรงที่ปลอดภัยจนบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าใกล้ได้ และติดป้ายเตือนน่ารักๆ แต่ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยของทุกคน รวมทั้งความเข้าใจในธรรมชาติของพวกเขา ให้น้องๆ ได้แสดงพฤติกรรมตามสัญชาตญาณอย่างเหมาะสม เช่น การแทะ การเล่น การวิ่ง หรือการสำรวจ เพื่อให้เขามีความสุขและไม่เกิดความเครียด เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ควบคุมดูแลน้องๆ ไม่ให้สร้างความเดือดร้อน เช่น เสียงดัง หรือก่อเหตุอันตรายต่อผู้อื่น การควบคุมที่ดีคือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อถึงเวลาต้องจากลา ถือเป็นความรับผิดชอบสุดท้ายที่ต้องจัดการซากและของเสียต่างๆ อย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค โดยต้องไม่ใช้วิธีที่สร้างความรำคาญ (เช่น กลิ่น หรือควัน) ให้กับผู้อื่น หรือก่อให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ ตลอดจนทำตามกฎ ปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและคำสั่งท้องถิ่น รวมถึงกฎระเบียบของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ชุมชนของคนรักสัตว์เลี้ยงเป็นระเบียบและน่าอยู่สำหรับทุกคน
เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีหน้าที่ต้องลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงของตนเองกับหน่วยงานที่ กทม. กำหนด ซึ่งเป็นเรื่องง่ายและสำคัญมาก! การลงทะเบียนจะช่วยให้ กทม. มีข้อมูลในการบริหารจัดการด้านสาธารณสุข และการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงในภาวะฉุกเฉินได้ทันท่วงทีวิธีการลงทะเบียนจะมีการประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ กทม. ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ คลิก>>>>>ฐานข้อมูลทะเบียนสัตว์เลี้ยง
3. ผลของการไม่ปฏิบัติตาม (รักก็ต้องรับผิดชอบ!)
แน่นอนว่าทุกกฎหมายย่อมมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม เพื่อสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม หากเจ้าของสัตว์เลี้ยงฝ่าฝืนข้อกำหนด เช่น เลี้ยงสัตว์เกินจำนวนที่กำหนด หรือไม่ดำเนินการลงทะเบียน อาจต้องได้รับโทษตามที่ข้อบัญญัติกำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย โดยมีโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
อ่าน>>>>>ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567
ข้อบัญญัติใหม่นี้ไม่ใช่แค่การ “ควบคุม” แต่คือการ “ยกระดับ” การดูแลสัตว์เลี้ยงในเมืองใหญ่ ให้ทั้งคนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ลดปัญหาความขัดแย้งในชุมชน และสร้างมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์ให้ดียิ่งขึ้น นับถอยหลังสู่ 10 มกราคม 2569 เตรียมบ้าน เตรียมใจ และเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีความรับผิดชอบตามกฎหมายใหม่ของ กทม.








3. ผลของการไม่ปฏิบัติตาม (รักก็ต้องรับผิดชอบ!)





