เปิดโฉมสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงสะพานพระปกเกล้า-สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

การขยายตัวของกรุงเทพฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้จำนวนประชากรและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกระจายไปทั่วเมือง โดยเฉพาะพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญปัญหาการเดินทางระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ เนื่องจากข้อจำกัดในการเชื่อมต่อ ช่องทางข้ามส่วนใหญ่เป็นสะพานสำหรับรถยนต์ หรือเรือข้ามฟากที่ให้บริการในช่วงเวลาจำกัด ส่งผลให้การสัญจรระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไม่สะดวกและล่าช้า ทำให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

ล่าสุดกรุงเทพมหานครได้เปิดโฉมรูปแบบจำลองสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงระหว่างสะพานพระปกเกล้าถึงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ของสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร  หลังจากเมื่อช่วงต้นปี 2568 ธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า  สำนักการโยธา (สนย.) ได้ใช้งบประมาณวงเงิน 25 ล้านบาท จ้างศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาดำเนินการสำรวจ ออกแบบบรายละเอียดด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อสร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงระหว่างสะพานพระปกเกล้าถึงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บริเวณท่าวัดทองธรรมชาติ – ท่าสวัสดี ระยะทาง 300 เมตร เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ตอบสนองความต้องการของประชนในพื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ประชาชนใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และราบรื่น

โดยพื้นที่ศึกษาครอบคลุมในรัศมี 500 เมตรรอบพื้นที่โครงการ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ 2 เขต คือ แขวงเขตคลองสาน และแขวงตลาดน้อย แขวงสัมพันธ์วงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งมีชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ศึกษารวม 13 ชุมชน โดยเบื้องต้นที่ปรึกษาจะใช้เวลาในการจัดทำ EIA ระยะเวลา 12 เดือน แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2568 คาดว่าจะใช้เวลาการก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 24 เดือน

ทั้งนี้ปัญหาและอุปสรรคที่เจอระหว่างทาง คือ พื้นที่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยามีโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจหนาแน่น การใช้พื้นที่มีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งถนนสายหลักที่มีปริมาณจราจรสูง และอาคารพาณิชย์ดั้งเดิมที่เรียงราย ทำให้การเข้าถึงและการเวนคืนที่ดินเพื่อติดตั้งโครงสร้างสะพานทำได้ยาก

ส่งผลให้การวางฐานรากหรือเสาสะพานในแม่น้ำอาจขัดขวางเส้นทางเรือโดยสาร เรือสินค้า และเรือท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องพิจารณารูปแบบโครงสร้างที่ไม่ลงเสากลางน้ำ ซึ่งส่งผลต่อทางเลือกด้านวิศวกรรม นอกจากนี้การเวนคืนที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างทั้งสองฝั่งของแม่น้ำมีความซับซ้อน ทั้งในเชิงกรรมสิทธิ์ กฎหมาย และการยอมรับของประชาชน

โพสที่เกี่ยวข้อง