ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย EEC 9 เดือนแรกปี’68 แตะ3หมื่นยูนิตหดตัว 5.2%

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่าภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ชะลอตัวทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ส่วนอุปทานใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลงทั้งจำนวนโครงการและจำนวนหน่วย ขณะที่พื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามหากพิจารณารายไตรมาส พบว่า การโอนกรรมสิทธิ์ปรับตัวดีขึ้นทั้งด้านจำนวนหน่วย และมูลค่าส่วนหนึ่งเป็นผลแรงหนุนของมาตรการรัฐ อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือประเภทร้อยละ 0.01 รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ทุกระดับราคา ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาภาพรวมช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ยังคงปรับตัวลดลงทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

การออกใบอนุญาตจัดสรรทาวน์เฮ้าส์สูงสุด 3,262 ยูนิต

ภาพรวมช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจากกรมที่ดินจำนวน 87 โครงการ 6,478 ยูนิต จำนวนโครงการลดลง –26.3 % และจำนวนหน่วยลดลง –33.7 % ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมี 118 โครงการ 9,772 ยูนิต ประเภทที่อยู่อาศัยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทาวน์เฮ้าส์มากที่สุดจำนวน 3,262 ยูนิต มีสัดส่วน 50.4 % รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 1,787 ยูนิต มีสัดส่วน 27.6 % และบ้านแฝดจำนวน 1,278 ยูนิต มีสัดส่วน 19.7 % ส่วนที่เหลือเป็น ที่ดินจัดสรรและอาคารพาณิชย์ เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดใน EEC ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 จังหวัดที่มีใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุดเรียงลำดับได้ ดังนี้

จังหวัดระยอง มีจำนวน 3,585 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 55.3 % ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด และมีใบอนุญาตจัดสรรลดลง –14.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นใบอนุญาตจัดสรรประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุดจำนวน 1,894 ยูนิต เพิ่มขึ้น 64.0 % รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 945 ยูนิต ลดลง –55.9 % และเป็นบ้านแฝดจำนวน 686 ยูนิต ลดลง –21.9 %

จังหวัดชลบุรี มีจำนวน 2,305 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 35.6 % มีใบอนุญาตจัดสรรลดลง –51.5 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นใบอนุญาตจัดสรรประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุดจำนวน 937 ยูนิต ลดลง –65.6 % รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 723 ยูนิต ลดลง –44.0 % และเป็นบ้านแฝดจำนวน 554 ยูนิต ลดลง –21.5 %

จังหวัดฉะเชิงเทรา มีจำนวน 588 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 9.1 % มีใบอนุญาตจัดสรรลดลง –30.0 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นใบอนุญาตจัดสรรประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุดจำนวน 431 ยูนิต ลดลง –10.8 % รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 119 ยูนิต ลดลง –42.8 % และเป็นบ้านแฝดจำนวน 38 ยูนิต ลดลง –74.3 %

ส่วนในไตรมาส 3 ปี 2568 ที่ผ่านมา มีโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินจากกรมที่ดินจำนวน 33 โครงการ 2,440 ยูนิต จำนวนโครงการลดลง –31.3 % และมีจำนวนหน่วยลดลง–33.8 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวนโครงการ 48 โครงการ และจำนวนหน่วย 3,688 ยูนิต

พื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างแนวราบแตะ 2.4 ล้านตารางเมตร คิดเป็น 95% ของใบอนุญาตทั้งหมด

ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 มีพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยใน EEC ทั้งที่เป็นบ้านที่ประชาชนสร้างเอง บ้านในโครงการจัดสรร และอาคารชุด มีจำนวนประมาณ 2,525,151 ตารางเมตร ลดลง -7.3 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 แบ่งออกเป็นพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวนประมาณ 2,401,672 ตารางเมตร ลดลง -7.0 % และอาคารชุด จำนวนประมาณ 123,480 ตารางเมตร ลดลง -12.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ทั้งนี้เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดใน EEC 9 เดือนแรกปี 2568 จังหวัดที่มีพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยมากที่สุด เรียงลำดับได้ดังนี้

จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่จำนวน 1,495,700 ตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วน 59.2 % ของพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด มีพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างลดลง -12.7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 1,387,417 ตารางเมตร พื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง ที่อยู่อาศัยแนวราบส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 1,136,191 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 5.2 % รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์จำนวน 121,164 ตารางเมตร ลดลง -59.7 % และเป็นอาคารพาณิชย์จำนวน 65,080 ตารางเมตร ลดลง -10.7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ตามลำดับ ส่วนอาคารชุดมีจำนวน 108,284 ตารางเมตร ลดลง -9.5 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

จังหวัดระยอง มีพื้นที่จำนวน 704,420 ตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วน 27.9 % ของพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด มีพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้น 12.5 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 696,990 ตารางเมตร พื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง ที่อยู่อาศัยแนวราบซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 532,574 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 20.7 % รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์จำนวน 114,898 ตารางเมตร ลดลง -5.1 % และเป็นบ้านแฝดจำนวน 30,377 ตารางเมตร ลดลง -21.7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ตามลำดับ ส่วนอาคารชุดมีจำนวน 7,430 ตารางเมตร ลดลง -64.4 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่จำนวน 325,031 ตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วน 12.9 % ของพื้นที่ ที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด มีพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างลดลง -15.4 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 317,265 ตารางเมตร พื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 246,113 ตารางเมตร ลดลง -19.8 % รองลงมาเป็นบ้านแฝดจำนวน 28,635 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 145.2 % และเป็นทาวน์เฮ้าส์จำนวน 27,464 ตารางเมตร ลดลง -33.7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ตามลำดับ ส่วนอาคารชุด มีพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้นจำนวน 7,766 ตารางเมตร

ส่วนไตรมาส 3 ปี 2568 ที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยใน EEC ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยที่ปลูกสร้างเอง และที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรและอาคารชุด มีจำนวน 985,248 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 0.3 % แบ่งออกเป็นพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 922,980 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 0.2 % และอาคารชุดจำนวน 62,268 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 2.0 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงทั้งจำนวนยูนิต-มูลค่า ระยองโอนเพิ่ม 6.1%

สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2568 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน EEC จำนวน 32,868 ยูนิต มีมูลค่า 80,051 ล้านบาท ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า -5.4 % และ -7.2 % ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 มีจำนวน 34,730 หน่วย และมูลค่า 86,257 ล้านบาท มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบที่สุด จำนวน 22,805 ยูนิต ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ลดลง -3.7 % และมีมูลค่าลดลง -5.5 % หรือมีมูลค่า 57,220 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มีจำนวน 23,689 ยูนิต และมีมูลค่า 60,562 ล้านบาท ส่วนอาคารชุด มีจำนวน 10,063 ยูนิต ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด มีมูลค่า 22,831 ล้านบาท ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า -8.9 % และ -11.1 % ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 11,041 ยูนิต และมีมูลค่า 25,695 ล้านบาท

สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2568 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน EEC จำนวน 32,868 ยูนิต มีมูลค่า 80,051 ล้านบาท ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า -5.4 % และ -7.2 % ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 มีจำนวน 34,730 หน่วย และมูลค่า 86,257 ล้านบาท มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบที่สุด จำนวน 22,805 ยูนิต ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ลดลง -3.7 % และมีมูลค่าลดลง -5.5 % หรือมีมูลค่า 57,220 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มีจำนวน 23,689 ยูนิต และมีมูลค่า 60,562 ล้านบาท ส่วนอาคารชุด มีจำนวน 10,063 ยูนิต ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด มีมูลค่า 22,831 ล้านบาท ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า -8.9 % และ -11.1 % ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 11,041 ยูนิต และมีมูลค่า 25,695 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมากที่สุด โดยเรียงตามมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เรียงลำดับ ดังนี้

จังหวัดชลบุรี มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ 21,800 ยูนิต ลดลง –8.7 % และมีมูลค่า 56,178 ล้านบาท ลดลง –9.9 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 23,870 ยูนิต และมีมูลค่า 62,332 ล้านบาท เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 12,782 ยูนิต มีมูลค่า 35,133 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ทาวน์เฮ้าส์มากที่สุด จำนวน 5,350 ยูนิต มีมูลค่า 9,779 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 9,018 ยูนิต มีมูลค่า 21,045 ล้านบาท

จังหวัดระยอง มีจำนวน 8,355 ยูนิต เพิ่มขึ้น 6.1 % และมีมูลค่า 18,010 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 7,871 ยูนิต และมีมูลค่า 17,059 ล้านบาท เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 7,527 ยูนิต มีมูลค่า 16,497 ล้านบาท ในจำนวนนี้ เป็นการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 3,497 ยูนิต มีมูลค่า 8,989 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 828 ยูนิต มีมูลค่า 1,513 ล้านบาท

จังหวัดฉะเชิงเทรา มีจำนวน 2,713 ยูนิต ลดลง –9.2 % และมีมูลค่า 5,863 ล้านบาท ลดลง –14.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 2,989 ยูนิต และมีมูลค่า 6,865 ล้านบาท เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 2,496 ยูนิต มีมูลค่า 5,589 ล้านบาท ในจำนวนนี้
เป็นการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 1,063 ยูนิต มีมูลค่า 2,783 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 217 ยูนิต มีมูลค่า 274 ล้านบาท

นอกจากนี้ในไตรมาส 3 ปี 2568 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน EEC มีจำนวน 12,208 ยูนิต มีมูลค่า 29,407 ล้านบาท ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า –2.9 % และ –5.2 % ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีจำนวน 12,571 ยูนิต และมูลค่า 31,017 ล้านบาท โดยเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบมากที่สุดจำนวน 8,681 ยูนิต ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ลดลง –0.4 % และมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ 21,914 ล้านบาท ลดลง -1.9 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีจำนวน 8,720 ยูนิต และมูลค่า 22,339 ล้านบาท ส่วนอาคารชุด มีจำนวน 3,527 ยูนิต ลดลง -8.4 % และมีมูลค่า 7,493 ล้านบาท ลดลง –13.7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีจำนวน 3,851 ยูนิต และมูลค่า 8,678 ล้านบาท

โพสที่เกี่ยวข้อง