ประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง กรมที่ดิน ได้กำหนดนโยบายการจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น ในการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม การจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม (ฉบับที่ 8) ปี 2568 และประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง เรื่องกำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม (ฉบับที่ 13) ปี 2568 ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1มกราคม 2569 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 เพื่อให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคำขอทำการจัดสรรที่ดินให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้จังหวัดแจ้งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องพราบเพื่อถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย
ข้อกำหนดนโยบายการจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น ในการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม การจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรม (ฉบับที่ 8) ปี 2568 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
บ้านจัดดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย-พาณิชยกรมขนาดเล็กไม่ต้องตั้งนิติบุคคลในหมู่บ้าน
ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 คณะกรรมการจัดสรรกลางจึงกำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเกี่ยวกับคำขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน ดังนี้
-กำหนดนโยบายการจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นในการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม การจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม ลงวันที่ 22พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
“ข้อ 3 โครงการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรมขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล หรือเมืองพัทยา ที่มีจำนวนแปลงย่อยไม่เกิน 32 แปลง และเนื้อที่เพื่อการจำหน่ายไม่เกิน 2 ไร่ เว้นแต่เป็นการจัดสรรที่ดินเพื่อการจำหน่ายพร้อมอาคารประเภทอาคารพาณิชย์ให้มีจำนวนแปลงย่อยไม่เกิน 20 แปลง และเนื้อที่เพื่อการจำหน่ายไม่เกิน 2 ไร่
ส่วนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีจำนวนแปลงย่อยไม่เกิน 40 แปลงและเนื้อที่เพื่อการจำหน่ายไม่เกิน 4 ไร่ให้โครงการจัดสรรที่ดินดังกล่าว ผู้ขออนุญาตทำกาการจัดสรรที่ดินไม่ต้องจัดพื้นที่ให้เป็นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือนิตินิติบุคคลตามกฎหมายอื่น
ทั้งนี้โครงการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมดังกล่าว ต้องไม่ใช่โครงการต่อเนื่องเป็นหลายโครงการ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนแปลงหรือเนื้อที่เกินกว่าที่กำหนดไว้” ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จนถึงวันที่ 31ธันวาคม 2571
ยกเว้นสร้างสาธารณูปโภคส่วนกลาง
นอกจากนี้ยังมีประกาศข้อกำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม (ฉบับที่13) ปี 2568 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางได้กำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารมาเกี่ยวกับคำขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน ดังนี้
ข้อ 1 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 8 ของประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง เรื่องกำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม ลงวันที่ 25 มกราคม 2544
“ข้อ 8 โครงการจัดสรรที่ดินที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบลหรือเมืองพัทยา ที่มีจำนวนแปลงย่อยไม่เกิน 32แปลง และเนื้อที่เพื่อการจำหน่ายไม่เกิน 2 ไร่ เว้นแต่เป็นการจัดสรรที่ดินเพื่อการจำหน่ายพร้อมอาคารประเภทอาคารพาณิชย์ให้มีจำนวนแปลงย่อยไม่เกิน 20 แปลง และเนื้อที่เพื่อการจำหน่ายไม่เกิน 2 ไร่
ส่วนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีจำนวนแปลงย่อยไม่เกิน 40 แปลงและเนื้อที่เพื่อการจำหน่ายไม่เกิน 4 ไร่ให้โครงการจัดสรรที่ดินดังกล่าวทำการจัดสรรที่ดินได้โดยไม่ต้องกันพื้นที่ไว้เพื่อจัดทำสาธารณูปโกคประเภทสวน สนามเด็กเล่นหรือสนามกีฬา
ด้านขนาดของถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อย ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า 8 เมตร โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า 6 เมตร
ส่วนในกรณีที่ดินจัดสรรตั้งอยู่ในบริเวณที่การประปานครหลวง การประปา ส่วนภูมิภาค หรือการประปาส่วนท้องถิ่น ไม่สามารถให้บริการได้ ให้ผู้จัดสรรที่ดินใช้ระบประปาอื่นได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน
ทั้งนี้ โครงการจัดสรรที่ดินดังกล่าวต้องไม่ใช่โครงการต่อเนื่องเป็นหลายโครงการ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนแปลงหรือเนื้อที่เกินกว่าที่กำหนดไว้
ส่วนในกรณีที่ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินของจังหวัด ได้กำหนดมาตรฐานของสาธารณูปโภคต่าง ๆ ไว้สูงกว่าที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางประกาศ หากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง
คลิกอ่าน>>>>ด่วนที่สุด ที่ มท 0517.2-ว31 ลว. 5 ม.ค. 69 เรื่้อง การจัดสรรที่ดินขนาดเล็ก(พิเศษ)






