กลุ่มดุสิตธานี พร้อมขับเคลื่อนแผนเติบโตต่อเนื่องปี 2569 ปักหมุดเปิดให้บริการโรงแรมใหม่จำนวนกว่า 1,400 ห้อง ในหลายประเทศทั่วโลกทั้งเอเชีย ตะวันออกกลางและตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ หลังสร้างสถิติพัฒนาโครงการโรงแรมในปี 2568 ด้วยการลงนามในสัญญาบริหารโรงแรมใหม่รวม 24 แห่ง ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ล่าสุดมีโรงแรมที่ได้ลงนามในสัญญาและอยู่ระหว่างดำเนินการอีกกว่า 50 แห่งทั่วโลก ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายใน 5 ปีข้างหน้า

ชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผนต่อยอดความสำเร็จจากผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงการโรงแรมในปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ลงนามสัญญารับจ้างบริหารโรงแรมใหม่รวม 24 แห่งครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ดังนั้นในปี 2569 จะเป็นปีที่กลุ่มดุสิตธานีพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ในหลายประเทศทั่วโลกกว่า 1,400 ห้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านยุทธศาสตร์ในการทำตลาดของบริษัททั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ ญี่ปุ่น เมียนมา ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก ความผันผวนทางการเมือง กระบวนการด้านกฎระเบียบ ความพร้อมด้านการก่อสร้าง ตลอดจนปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ในแต่ละประเทศ

ทั้งนี้แม้จำนวนการเซ็นสัญญาจะทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่กลุ่มดุสิตธานียังคงใช้หลักความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับคุณภาพของโครงการมากกว่าการมุ่งขยายจำนวนโรงแรมเพียงอย่างเดียว โดยได้ปรับแผนกลยุทธ์หันไปมุ่งเน้นโครงการปรับปรุงอาคารเดิม (Conversion) และโครงการบราวน์ฟิลด์ (Brownfield) ซึ่งมีระยะเวลาการพัฒนาสั้น สามารถสร้างผลตอบแทนได้เร็วกว่าโครงการกรีนฟิลด์ (Greenfield) แบบดั้งเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ และการควบคุมคุณภาพการดำเนินงานในแต่ละตลาด
โดยแนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านหลายโครงการที่มีทั้งการลงนามสัญญาและเปิดให้บริการภายในปี 2568 อาทิ ดุสิต โฮเทล เอจี พาร์ค (Dusit Hotel AG Park) เมืองเฉิงตู ประเทศจีน, ดุสิตดีทู เฟย์ดู มัลดีฟส์ (dusitD2 Feydhoo Maldives) และทานตะวันเต็นท์แคมป์ (Tantawan Tented Camp) จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของดุสิตธานีในการดำเนินโครงการได้อย่างรวดเร็วควบคู่กับการรักษามาตรฐานแบรนด์ และการสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ขณะเดียวกันกลุ่มดุสิตธานียังได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ในกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ แบรนด์เดวาราณา-ดุสิต รีทรีตส์ (Devarana – Dusit Retreats) แบรนด์ดุสิต คอลเลคชั่น (Dusit Collection) และแบรนด์ดุสิต โฮเทลส์ (Dusit Hotels) ที่ช่วยขยายการเข้าถึงตลาดตั้งแต่กลุ่มลักชัวรีด้านสุขภาพ โรงแรมลักชัวรีที่มีเอกลักษณ์ ไปจนถึงกลุ่มลูกค้าระดับบน ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวและพันธมิตรด้านการลงทุนได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการขยายฐานในตลาดสำคัญหลายแห่งของกลุ่มดุสิตธานี ไม่ว่าจะเป็นการลงนามในสัญญารับจ้างบริหารคาลิวาตู วิลล่าแอนด์เรสซิเดนซ์ – ดุสิต คอลเลคชั่น (Kaliwatu Villas & Residences – Dusit Collection) ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของกลุ่มในประเทศอินโดนีเซีย, การต่อยอดความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่นด้วยการลงนามสัญญารับจ้างบริหาร วี โฮเทล – ดุสิต คอลเลคชั่น (WE Hotel – Dusit Collection) โรงแรมภายใต้แบรนด์ ดุสิต คอลเลคชั่น แห่งแรกในญี่ปุ่น
ในขณะที่ประเทศอินเดียกลายเป็นหนึ่งตลาดในการสร้างการเติบโตหลักของดุสิตธานี โดยมีการลงนามสัญญารับบริหารโรงแรมใหม่รวม 6 แห่ง ครอบคลุมทั้งแบรนด์ดุสิต คอลเลคชั่น และดุสิต ปริ้สเซสในหลากหลายพื้นที่ เช่นเดียวกับมัลดีฟส์ ที่สามารถขยายแบรนด์เดวาราณา-ดุสิต รีทรีตส์ ซึ่งเป็นแบรนด์เวลเนสรีสอร์ทแบบครบวงจรระดับเรือธง เน้นเรื่องการดูแลด้านสุขภาพ ด้วยการลงนามสัญญารับจ้างบริหารเดวาราณา มัลดีฟส์ – ดุสิต รีทรีตส์ (Devarana Maldives – a Dusit Retreat)

รวมถึงในตะวันออกกลางที่ขยายการดำเนินงานสู่ประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นครั้งแรก ด้วยการลงนามสัญญารับจ้างบริหาร ดุสิตโฮเทล อัลอาฮซา (Dusit Hotel Al Ahsa) ภายในโอเอซิสอัลอาห์ซา พร้อมกับการขยายธุรกิจในฟิลิปปินส์ที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องผ่านโครงการอาศัย คามายา โคสต์ (ASAI Camaya Coast) และดุสิต กรีนฮิลส์ มะนิลา (Dusit Hotel Greenhills Manila)
ส่วนในประเทศไทย บริษัทได้ลงนามสัญญารับจ้างบริหารดุสิต สวีท ศรีราชา (Dusit Suites Sriracha) และเปิดให้บริการ ทานตะวันเต็นท์แคมป์ (Tantawan Tented Camp) จังหวัดเชียงราย ซึ่งสะท้อนกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกลุ่ม ภายใต้แนวคิดทรี ออฟ ไลฟ์ท (Tree of Life) และล่าสุดได้ลงนามสัญญารับจ้างบริหารเดอะ สแตรนด์ โฮเทล – ดุสิต คอลเลคชั่น (The Strand Hotel – Dusit Collection) และอาศัย ย่างกุ้ง (ASAI Yangon)
ล่าสุดกลุ่มดุสิตธานีมีโรงแรมที่ได้ลงนามในสัญญาและอยู่ระหว่างดำเนินการอีกกว่า 50 แห่งทั่วโลก ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในระยะ 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ปัจจุบันมีโครงการในความดูแลทั่วโลกจำนวน 296 แห่งใน 18 ประเทศ แบ่งเป็นโรงแรมและรีสอร์ท 58 แห่ง และวิลล่าหรูเพื่อการเช่า 238 แห่ง ครอบคลุม 9 แบรนด์ ตั้งแต่ระดับไลฟ์สไตล์ไปจนถึงลักชัวรีเฉพาะตัว





