ใช้เวลานานมากเกือบ 20 ปี ในการดีลที่ดินแปลงนี้ ตั้งแต่สมัยเปิดตัวโครงการ City Home Thaphra คุยกับเจ้าของที่ดินมาตลอด และเพิ่งจบดีลไม่นาน สู่การเปิดตัวคอนโดฯใหม่“Supalai Loft Thaphra Interchange”
ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เล่าถึงความพยายามที่ต้องการได้มาซึ่งแปลงที่ดินของโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ (Supalai Loft Thaphra Interchange) ที่ใช้เวลาตามเจรจามานานเกือบ 20 ปี ตั้งแต่เปิดตัวโครงการ ซิตี้ โฮม ท่าพระ (City Home Thaphra) โดยเดิมทีตั้งใจจะพัฒนาเป็นโครงการเดียวที่มีขนาดใหญ่ แต่ติดปัญหาเรื่องของที่ดินที่ไม่สามารถเจรจาให้จบดีลได้ จวบจนกาลเวลาผ่านไปท้ายที่สุด…ศุภาลัย ก็คว้าที่ดินแปลงนี้มาครองได้สำเร็จ

วันที่ลูกค้าซื้อโครงการ ซิตี้ โฮม ท่าพระ วันนั้นยังไม่มีเส้นทางรถไฟฟ้าเปิดให้บริการมีเพียงแผนพัฒนา ลูกค้าบอกกับ ไตรเตชะ ว่า รถไฟฟ้าถือเป็นของแถม ที่ซื้อเพราะต้องการที่อยู่อาศัยแถวนี้ คุ้นทำเลในย่านนี้ต้องการใช้ชีวิตอยู่บนทำเลนี้ แต่แล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไป โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน (MRT Blue Line) ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการเดินรถครบวงจร เป็นเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ในระบบคมนาคมของกรุงเทพฯ สถานี “ท่าพระ” ได้กลายเป็นสถานีอินเตอร์เชนจ์ที่สำคัญ ที่เชื่อมโยงการเดินทางสู่ย่านธุรกิจสำคัญ (CBD) อย่างสาทร สีลม และย่านธุรกิจใหม่ (NEW CBD) พระราม 9 ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ส่งผลให้ทำเล “ท่าพระ” ในฝั่งธนบุรี ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในฐานะจุดเชื่อมต่อหลักของการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองและพื้นที่รอบนอกได้อย่างคล่องตัว ขณะที่ระดับราคาที่อยู่อาศัยยังคงเข้าถึงได้เมื่อเทียบกับทำเลชั้นในของกรุงเทพฯ สู่การพัฒนาโครงการ “ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” คอนโดมิเนียมแห่งแรกของศุภาลัย บนทำเลใกล้ Interchange Hub ฝั่งธนบุรี และเป็นอาคารที่สูงโดดเด่นในย่านท่าพระ
ด้วยข้อจำกัดของผังเมืองกรุงเทพฯ ที่ควบคุมความสูงของอาคารในพื้นที่ชั้นใน โครงการนี้จึงเป็นจุดแรกๆ ที่พ้นระยะกำหนดความสูง ทำให้สามารถสร้างอาคารสูงกว่า 70 เมตรขึ้นไปได้ และทำให้ ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ กลายเป็น Iconic Landmark ที่สูงที่สุดบนทำเลท่าพระ มอบวิวเมืองแบบพาโนรามา

โดยโครงการเจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม
1. คนทำงาน: ที่มองหาคอนโดมิเนียมในทำเลสะดวก เดินทางเข้าเมืองไปทำงานได้ง่าย ห่างจากสถานีท่าพระ เพียง 150 เมตร รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็น Cycle Line ที่สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าหลากสี และเชื่อมโยงย่าน CBD, NEW CBD ได้อย่างรวดเร็ว

2. กลุ่ม Young Family: กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยที่เอื้อต่อการเดินทางไปสถานศึกษาชั้นนำของบุตรหลาน จากสถิติคอนโดของศุภาลัยในทำเลฝั่งธนบุรี 1 ใน 5 มองหาประโยชน์นี้ อาจจะมากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดโดยรวม ด้วยเหตุผลเพราะ ศุภาลัย เป็นคอนโดที่มี Unit Type ใหญ่ และห้องแบบ 2 ห้องนอน มากกว่าตลาดโดยเฉลี่ย โดยโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ เป็นโครงการที่จับ Insight มาต่อยอด โดยห้องขนาดเริ่มต้น 33 ตารางเมตร


3. นักลงทุน: ท่าพระเป็นทำเลศักยภาพที่มีสถิติการค้นหาคอนโดให้เช่าติด Top 10 ในกรุงเทพฯ โดยสามารถรองรับกลุ่มนักศึกษากว่า 80,000 ราย ด้วยระยะเวลาเดินทางถึงจุดหมายราว 30-40 นาที มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยประมาณ 12,500 บาทต่อเดือน และให้ผลตอบแทน (Yield) ราว 5-7%


“ลูกค้าเริ่มใช้คอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวที่ใช้เวลากับครอบครัวร่วมกันมากขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ห้องแบบ 2 Bedrooms มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะราคาต่อตารางเมตรไม่แพง ส่วนใหญ่จะเห็นห้อง 2 Bedroomsในระดับราคา 150,000+ ต่อตารางเมตรขึ้นไป แต่ในระดับราคาต่ำกว่า 80,000 ลงมาค่อนข้างมีจำกัด โครงการนี้จะเป็น Supply ใหม่ที่นำมาเสนอให้กับลูกค้าบนทำเลท่าพระ เป็นคอนโดมิเนียมที่ครบทั้ง Location, Connection และ Price ตอบโจทย์ทั้งผู้อยู่อาศัยจริงและนักลงทุน” ไตรเตชะ กล่าว

ปัจจุบันราคาที่ดินในทำเลท่าพระมีอัตราการขายอยู่ที่ 300,000+ ต่อตารางวา และที่ผ่านมามีคอนโดฯเปิดตัวใหม่บนทำเลไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นคอนโดที่เปิดขายมานานแล้ว ปัจจุบันมีเพียง 3 โครงการที่ยังเหลือขายอยู่ จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีของการเติม Supply ใหม่ บนทำเล และมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ ด้วยราคาที่คุ้มค่าที่สุดในโซนท่าพระ ราคาเฉลี่ย 75,700 บาทต่อตารางเมตร หรือ เริ่มต้น 2.15 ล้านบาท โดย โครงการศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียม High Rise จำนวน 2 อาคาร ประกอบด้วย อาคาร A สูง 31 ชั้น และอาคาร B สูง 32 ชั้น รวมจำนวนห้องพักอาศัย 910 ยูนิต พร้อมพื้นที่ร้านค้า 3 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 33-67.5 ตารางเมตร


ถ่ายทอดแรงบันดาลใจถอดเสน่ห์ฝั่งธนบุรี สู่แนวคิด Old Town New Time ผสานกลิ่นอายความคลาสสิกของย่านเมืองเก่าเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว สะท้อนภาพลักษณ์ Loft & Modern Craft ที่โดดเด่นทั้งภายในและภายนอกอาคาร ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างครบทุกมิติ ด้วยการนำเสนออัตลักษณ์ของแบรนด์ “LOFT” ให้ความรู้สึกโล่ง โปร่งสบาย ด้วยเพดานสูง 2.7 เมตร ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 2 ไร่ พร้อม Sky Facility ส่วนกลางลอยฟ้า สัมผัสวิวเมืองแบบพาโนรามา รองรับระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างและการอยู่อาศัย เชื่อมั่นด้วยการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี และ ส่วนควบห้องชุดลูกค้า 3 ปี พร้อมเปิดเข้าเยี่ยมชมโครงการ 16 มกราคม 2569 นี้ และ กำหนดเปิดตัว Pre-Sales อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569










