ดีไซน์ที่สร้าง ‘คุณค่า’ แสนสิริ ชวนค้นหาความหมายของบ้านที่เติมเต็มชีวิต ผ่าน 33 โครงการใหม่ ในปี 2569

ในยุคที่การใช้ชีวิตถูกเร่งเร้า บ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่พักอาศัย แต่คือจุดเริ่มต้นของ “คุณภาพชีวิตที่ดี” และเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่แท้จริง แสนสิริ เชื่อมั่นในแนวคิดนี้ และได้ถ่ายทอดความตั้งใจผ่านกระบวนการออกแบบในทุกรายละเอียด จนกลายเป็นแนวคิดที่ว่า “บ้าน” คือสถานที่ที่ดูแลทุกคน เป็นพื้นที่ส่วนตัว ที่ทำให้ไม่ต้องพยายามที่จะเป็นใคร บ้านที่ดีจะทำให้คุณรู้สึกอยากกลับมาทิ้งตัวลงนอนและใช้ชีวิตในทุกวัน เป็นพื้นที่ที่อยู่แล้ว “สบาย” และเป็น “comfortable space” สำหรับทุกคน

นี่คือหัวใจสำคัญที่ แสนสิริ ยึดถือในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านแนวราบ หรือ คอนโดมิเนียม เพราะสำหรับแสนสิริแล้ว ดีไซน์ที่ “สวย” หรือ “ออกแบบแพง” อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่คือ “ดีไซน์” ที่ถูกคิดมาพร้อมกับความมีคุณค่าของการใช้ชีวิต ความรู้สึก และความสำคัญของทุกชีวิตภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ที่อยู่อาศัยยังคงความสบายและมีคุณค่าแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

ยกระดับ ‘Best-in-Class สู่มาตรฐานแห่งความใส่ใจในทุกโครงการ

แสนสิริให้ความสำคัญกับการออกแบบในทุกดีเทลอย่างแท้จริง ทุกวินาทีที่คุณสัมผัสจะเห็นเรื่องราวการออกแบบที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างตั้งใจ วัสดุที่ใช้ในทุกโครงการถูกเลือกมาด้วยคุณภาพ รวมถึงการใช้ Green Material เพื่อความยั่งยืน สิ่งนี้สะท้อนผ่านแนวคิด Best-in-Class ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำงานของแสนสิริ ที่มุ่งมั่นดูแลและใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุ ตลอดจนการส่งมอบงานที่มีคุณภาพภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการระดับ Luxury หรือโครงการที่มีราคาเข้าถึงง่าย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าทุกเม็ดเงินที่จ่ายไปนั้น “คุ้มค่า” และเป็นบ้านในฝันที่ตอบโจทย์ชีวิตอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ แสนสิริไม่ได้ออกแบบแค่บ้าน แต่คือการออกแบบ “เรื่องราวของการใช้ชีวิต” ที่พร้อมจะดูแลในระยะยาว ทั้งในด้าน Service, ความปลอดภัย, และความอุ่นใจ ด้วยทีมงานมืออาชีพจาก บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และ LIV-24 ที่จะอยู่ดูแลทุกคนตลอดไป เพราะเชื่อว่า สิ่งแวดล้อมดี จะทำให้ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ของคนดีตามไปด้วย

สร้าง ‘Sansiri Community’ สังคมแห่งความยั่งยืน

นอกเหนือจากบ้านที่แสนสิริพัฒนาแล้ว แสนสิริยังมุ่งสร้าง Community หรืออาณาจักรเมืองของการอยู่อาศัย โดยชูความสำคัญของ Biodiversity หรือการสร้างระบบนิเวศที่เกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้าง Sustainable Design ที่เชื่อมโยงพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำ (Blue & Green) เข้าไว้ด้วยกัน การจัดวาง Master Plan จึงคำนึงถึงทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น ทิศทาง แดด ลม ฝน และพื้นที่ Open Space รวมถึงการวางต้นไม้และพรรณไม้แต่ละต้นที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพราะบรรยากาศเหล่านี้จะส่งผลต่อการใช้ชีวิต สร้างทัศนียภาพที่ดีต่อทั้งลูกบ้านและเมือง และที่สำคัญที่สุดคือ อนาคตของการออกแบบที่ถูกจัดวางไว้จะต้องสร้างมูลค่าตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป และคู่ควรต่อการส่งมอบเป็น มรดกสู่รุ่นลูกหลาน

เดินหน้าแผนปี 2569 ตอกย้ำรากฐานความมั่นคง

จากแนวคิดการใช้ชีวิตและการออกแบบที่ใส่ใจ แสนสิริได้วางแผนการพัฒนาโครงการใหม่ในปี 2569 ทั้งสิ้น 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท โดยเน้นสัดส่วนกลุ่ม Premium และ Medium สูงถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 16 โครงการ มูลค่า 26,000 ล้านบาท โครงการแนวราบ (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม) 17 โครงการใหม่ มูลค่า 25,000 ล้านบาท ปรับกลยุทธ์ส่งดีไซน์ใหม่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์

เพื่อรองรับการเติบโตและรับมือกับเศรษฐกิจที่ผันผวน แสนสิริได้ ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1 รุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium): เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ในสัดส่วนสูงถึง 80% ในทำเลที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของผู้บริโภค

2 ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับ 1: ขยายส่วนแบ่งการตลาดด้วยจุดแข็งด้านการออกแบบ คุณภาพโครงการ บริการหลังการขาย และความยั่งยืน

3 ปั้น New S-Curve: เร่งขยายฐานรายได้ใหม่ผ่านธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อเสริมเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

4 ขยายการร่วมทุน (Joint Venture): เสริมความแกร่งโครงสร้างทางการเงิน ด้วยการร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ

แสนสิริ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้าง Sansiri Living Community ที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ดีเพื่อวันเริ่มต้นใหม่ของทุกคน ด้วยความเชื่อที่ว่า การออกแบบที่แท้จริง คือ การสร้างคุณค่าและเรื่องราวของการใช้ชีวิต ที่พร้อมจะอยู่ดูแลไปตลอดกาล…

โพสที่เกี่ยวข้อง