เซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้เดินหน้าพัฒนาศูนย์คัดแยกสินค้าอัตโนมัติแบบ Built-to-Suit แห่งที่ 2ในประเทศไทยให้กับ SPX Express (SPX) พันธมิตรด้านโลจิสติกส์ เพื่อช่วยเสริมศัยภาพให้ธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ในเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ (มหาชัย) จังหวัดสมุทรสาคร บนพื้นที่ 65,000 ตร.ม. กำหนดส่งมอบในไตรมาส 3 ปี 2569
พีระพัฒน์ ศรีสุคนธ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม บริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างศูนย์คัดแยกสินค้าอัตโนมัติแบบ Built-to-Suit ให้กับ SPX Express (SPX) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด 4 แห่ง รวมพื้นที่ประมาณ 345,000 ตารางเมตร หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทได้สร้างศูนย์คัดแยกสินค้าแห่งแรกของ SPX ขนาด 73,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ พาร์ค (วังน้อย 2) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมถึงพัฒนาโรงงานและคลังสินค้าขนาด 54,200 ตารางเมตร ใน BDIP Premium Industrial Park ประเทศเวียดนาม
นอกจากนี้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาศูนย์คัดแยกสินค้าอัตโนมัติขนาด 170,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นอาคารแบบ Built-to-Suit ใน Industrial Centre Yen My ในจังหวัดฮึงเอียน ประเทศเวียดนาม คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งจะเป็นศูนย์คัดแยกสินค้าอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดของ SPX ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ส่วนศูนย์คัดแยกสินค้าอัตโนมัติแบบ Built-to-Suit แห่งที่ 2 ในประเทศไทยตั้งอยู่ในเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ (มหาชัย) จังหวัดสมุทรสาคร บนพื้นที่ 65,000 ตารางเมตร กำหนดสร้างเสร็จและส่งมอบในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยอาคารถูกออกแบบให้สามารถรองรับการหมุนเวียนของพัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบ Cross-Dock และ Dual Cross-Dock ทำให้การขนถ่ายสินค้าระหว่างขาเข้าและขาออกเป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมช่องจอดรถบรรทุกมากกว่า 200 ช่อง อีกทั้งระบบคัดแยกสินค้ายังสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง คาดว่าจะรองรับพัสดุได้หลายล้านชิ้นต่อวันเมื่อเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ
และจะได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานอาคารเขียว LEED ระดับ Gold ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ในการพัฒนาอาคารอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต โดยผสานแนวคิดการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และระบบการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ใช้ไฟ LED และสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ รวมถึงการออกแบบอาคารให้เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
ญาดา อินทะกนก ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจ SPX Express ประเทศไทย กล่าวว่า ศูนย์คัดแยกสินค้าแห่งใหม่นี้เป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของ SPX ในประเทศไทย ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ SPX ในการเพิ่มศักยภาพเครือข่ายการจัดส่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการให้บริการทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ โดยได้พันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถืออย่างเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ช่วยให้ SPX ดำเนินธุรกิจได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในการใช้บริการกับ SPX โดยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของทั้ง 2 บริษัทสะท้อนถึงเป้าหมายร่วมกันในการสนับสนุนระบบนิเวศด้านโลจิสติกส์ของไทย ผ่านการพัฒนาโครงการคุณภาพสูงที่พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต





