อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น เปิดตัว “Eden Country Club” คลับสมาชิกส่วนตัวรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่บนถนนบางนา–ตราด ภายใต้แนวคิด ‘A Private Members Club Built For Individuals And Families, Across Generations’ เพื่อบุคคลและครอบครัวทุกเจเนอเรชัน ในพื้นที่ “Third Place” รองรับทุก Community คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2571

ธัญทิพ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า การใช้ชีวิตของครอบครัวในวันนี้มีหลายครอบครัวที่มีทุกอย่างครบถ้วน แต่กลับยังขาด “พื้นที่” ที่สามารถใช้ร่วมกันได้อย่างแท้จริงในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากที่บ้าน ดังนั้นพื้นที่ที่ทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงวัย สามารถอยู่ร่วมกันเพื่อทำกิจกรรมได้อย่างกลมกลืน โดยไม่ต้องแยกย้ายไปคนละสถานที่ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น ทำให้บริษัทตั้งใจพัฒนา Eden Country Club ให้เป็น “Third Place” ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับโอกาสพิเศษ แต่เป็น “A Place to Come Together” ที่สมาชิกสามารถกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างต่อเนื่องและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน
โดยมีหัวใจสำคัญ คือการสร้างและบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นสถานที่ที่มีความหมาย และเป็นที่ที่ผู้คนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติในทุกๆ วัน ผ่าน 4 แกนแนวคิดหลัก ได้แก่ Togetherness การใช้เวลาและสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน พื้นที่ที่ทำให้ผู้คนกลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง และใช้เวลาด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ง่ายและบ่อยขึ้นในทุกวัน, Movement การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย ทำให้การขยับร่างกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผ่านสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาที่หลากหลาย รวมถึง Racquet Sport Center รองรับทั้งกีฬาที่เน้นสมรรถนะ และการเคลื่อนไหวแบบผ่อนคลาย, Wellness การดูแล ฟื้นฟู และสร้างสมดุลของสุขภาพ ด้วย Wellness Programs ที่ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม และ Leisure การพักผ่อนและผ่อนคลายบนพื้นที่สำหรับทั้งการรับประทานอาหารแบบเป็นกันเองหรือเป็นทางการ และพื้นที่นั่งพักผ่อนสบายๆ
“Eden Country Club เป็นโครงการระดับ Legacy ที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่ออนาคตสำหรับสมาชิกทุกเจเนอเรชัน ให้พื้นที่แห่งนี้เป็น A Private Members’ Club Built For Individuals And Families, Across Generations – คลับสมาชิกส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อบุคคลและครอบครัว เชื่อมโยงทุกเจเนอเรชัน”

จรัส เกียรติเจริญวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารโครงการ บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า Eden Country Club ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 24 ไร่บนถนน บางนา–ตราด ที่รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยโครงการถูกพัฒนาขึ้นจากการสร้าง Community ที่มีคุณภาพ เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวและคุณภาพของการใช้งานในทุกมิติ แต่จำกัดจำนวนสมาชิก เพื่อคงมาตรฐานการบริการในระดับสูงสุด
โดยวางสัดส่วนกลุ่มสมาชิกที่หลากหลาย เพื่อสร้างสมดุลของคอมมิวนิตี้ที่มีมาตรฐานการใช้ชีวิตในระดับเดียวกัน ที่สำคัญโครงการนี้ถือเป็นการก้าวข้ามกรอบของคันทรีคลับและสปอร์ตคลับแบบดั้งเดิม โดยไม่ทับซ้อนกับคลับสังคมเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นการรวมศาสตร์ของ Luxury Hospitality, Sport, Wellness, Leisure และ Community เข้าไว้ในประสบการณ์เดียว นอกจากนี้งบประมาณในการลงทุนอยู่ที่ 2,400 ล้านบาท รวมทั้งค่าที่ดินและค่าก่อสร้าง โดยสัดส่วนลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เป็นสมาชิกประเภท Legacy 30% และ Charter 70% มุ่งเน้นกลุ่มครอบครัวและชาวต่างชาติที่ต้องการความยืดหยุ่น

ปพน เหลืองวารินกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทอีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า แนวคิดการออกแบบ Eden Country Club ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “อาคารควรมีหน้าตาอย่างไร” หากแต่เริ่มจากคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า “ชีวิตของคนและครอบครัวหนึ่งครอบครัวควรมีจังหวะของกิจกรรมในแต่ละวันอย่างไร” เรานิยามแนวคิดนี้ว่า The Rhythm of Everyday Life หรือ ‘จังหวะของชีวิตในทุก ๆ วัน’ สถานที่ที่ดีไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ต้องสร้างช่วงเวลาที่มีความหมายในทุกวัน เป็นพื้นที่ที่ทำให้สมาชิกอยากกลับมาใช้เวลาอยู่เสมอ ตั้งแต่การเริ่มต้นวันด้วยการออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกายในช่วงบ่าย ไปจนถึงการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวในยามเย็น
ดังนั้น Eden Country Club จึงไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงสถานที่สำหรับโอกาสพิเศษหรือพื้นที่ปลีกวิเวก หากแต่เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถออกแบบการใช้ชีวิตให้ครบถ้วนและลงตัวได้ในทุกวันและทุกช่วงเวลาที่สมาชิกใช้ร่วมกัน โดยได้ร่วมมือกับทีมนักออกแบบระดับแนวหน้าของโลก อาทิ SCDA Architects จากสิงคโปร์ร่วมกับ Tandem Architects ในการออกแบบงานสถาปัตยกรรม ที่เน้นความเรียบหรูร่วมสมัย,Landscape Tectonix Limited ดูแลงานภูมิสถาปัตยกรรมที่หลอมรวมธรรมชาติและพื้นที่ใช้งานได้อย่างละเมียดละไม และ Blink Design Group ออกแบบภายใน
โดยได้วางผังอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งพื้นที่โซน Indoor Outdoor และ Banquet Facilities ที่คำนึงถึงความยืดหยุ่นในการใช้งานและการไหลเวียนของผู้ใช้ในแต่ละโซน พื้นที่ภายในอาคารถูกออกแบบให้รองรับกิจกรรมกีฬา Wellness และการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวและปลอดภัย ขณะที่พื้นที่ภายนอกเปิดรับธรรมชาติ แสง และอากาศ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเอื้อต่อการทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว ส่วนพื้นที่จัดเลี้ยงและกิจกรรมพิเศษถูกออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย รองรับทั้งกิจกรรมของสมาชิกและงานในระดับคอมมูนิตี้

ภายในโครงการประกอบด้วย 6 อาคารหลัก รวมพื้นที่ใช้สอยกว่า 42,000 ตารางเมตร ได้แก่ อาคาร Clubhouse ที่เป็นส่วนของ Main Lobby และศูนย์รวมกิจกรรมไลฟ์สไตล์,อาคาร Sport Building ที่ผสนผสานพื้นที่ของฟิตเนส สระว่ายน้ำในร่ม Racquet Courts และ Multicourt ที่สามารถรองรับกีฬาหลากหลายประเภท เช่น บาสเกตบอล และฟุตซอล,อาคาร Tennis Building จำนวน 2 อาคาร ที่รวมสนามเทนนิสและพาเดลไว้ด้วยกันให้เป็นศูนย์ Racquet Sport ที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในประเทศไทย,อาคาร Wellness Building ที่ออกแบบพื้นที่ให้มีทั้งส่วนของสปา และ Wellness Café และอาคาร Banquet Hall ที่เป็นส่วนของพื้นที่สำหรับจัดงานอีเวนต์ส่วนตัวโดยเฉพาะ พร้อมบริการอาหารเครื่องดื่ม
โครงการบริหารจัดการจำนวนสมาชิกอย่างเป็นระบบเพื่อรักษาความพิเศษและความเป็นส่วนตัว โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ Charter Member ระยะเวลาสมาชิก 3 ปี ราคาเริ่มต้น 800,000 บาท ออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่น สำหรับผู้ที่มีแผนการเดินทางหรือทำงานต่างประเทศ และ Legacy Member ระยะเวลาสมาชิก 15 ปี ราคาเริ่มต้น 2,200,000 ล้านบาท สำหรับสมาชิกครอบครัวหลัก 1 ท่าน และผู้ติดตาม 2 ท่าน (สามารถขยายเพิ่มได้) ซึ่งในปีแรกจะเปิดรับสมาชิกเพียง 220 ราย เพื่อควบคุมคุณภาพการบริการ และการรับสมาชิกจะเน้นความสมดุลของผู้ใช้งานต่อวัน (Daily Users) โดยคาดการณ์ความจุสูงสุดไว้ที่ประมาณ 6,000 คนต่อวัน
ทั้งนี้โครงการ Eden Country Club มีกำหนดก่อสร้างในไตรมาส 3 ของปี 2569 พร้อมกับการเปิดขายสมาชิกอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาเดียวกัน คาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี และจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2571





