ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีมติอนุมัติให้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในเครือแอสเซทไวส์ สามารถย้ายหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ mai เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยภายหลังจากบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) เข้าลงทุนและทำการควบรวมกิจการ M&A ในระยะเวลาเพียง 3 ปี สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยได้แล้วรวมกว่า 15 โครงการ มูลค่ากว่า 45,347 ล้านบาท โดยสามารถสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่อง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE กล่าวว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอนุมัติให้ TITLE ย้ายเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือเป็นก้าวสำคัญของของบริษัท สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามแผน และความพร้อมขององค์กรทั้งในด้านขนาดธุรกิจ การบริหารจัดการ และการกำกับดูแลกิจการ
ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีหลังการเข้าลงทุนของแอสเซทไวส์ บริษัทได้พัฒนาโครงการร่วมกันแล้วกว่า 15 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 45,347 ล้านบาท และสามารถสร้างรายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2568 บริษัทเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากโครงการ The Title Legendary บางเทา มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2569 มีแผนทยอยโอนและรับรู้รายได้จากโครงการเพิ่มเติมอีกหลายโครงการ ได้แก่ The Title Heritage บางเทา, The Title Serenity ในยาง, Villa Estella ในยาง ซึ่งเป็นโครงการพูลวิลล่าโครงการแรกของบริษัทที่ได้รับการตอบรับอย่างดี รวมถึงโครงการ The Title Cielo ราไวย์ ทั้งนี้ บริษัทมี ยอดรอรับรู้รายได้ มูลค่ารวมกว่า 15,259 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 สนับสนุนการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ Hospitality เพื่อสร้างรายได้ประจำ ได้แก่ The Salute Beach Club ที่หาดในยาง และโรงแรม voco Phuket Bangtao ภายใต้เครือ IHG เพื่อเสริมสร้าง Ecosystem ด้านการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับศักยภาพของภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ mai ถือเป็นเวทีสำคัญที่ TITLE เติบโตและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นตลาดที่เล็งเห็นศักยภาพของบริษัทตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานด้านระบบบริหารจัดการ มาตรฐานการกำกับดูแลกิจการ และวินัยทางธุรกิจ จนบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง การย้ายเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จึงถือเป็นก้าวต่อไปตามพัฒนาการขององค์กร สะท้อนถึงขนาดธุรกิจ ศักยภาพ และความพร้อมในการยกระดับสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการขยายการลงทุน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว





