The NEXT Real เปิดรับรุ่น 16 เผยปรับหลักสูตรรับเทรนด์-เพิ่มคอร์สใหม่ ReDev ชี้อสังหาฯไทยยังไปได้

The NEXT Real เดินหน้าปรับหลักสูตร ให้รองรับสถานการณ์อสังหาฯ ในปัจจุบัน พร้อมเปิดรับสมัครรุ่น 16 และเปิดตัวคอร์สใหม่ “ReDev” ทางเลือกใหม่ของการพัฒนาอาคารเก่าในเมือง ตอบโจทย์เมืองและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งผนึก 3 เอเจนท์ระดับอินเตอร์ ได้แก่ Knight Frank, CBRE และ JLL เปิดเวทีเสวนาเจาะลึกภาพรวมและทิศทางธุรกิจอสังหาฯไทยยังสามารถเดินหน้าต่อได้

บริสุทธิ์ กาสินพิลา ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการหลักสูตร The NEXT Real เปิดเผยว่า The NEXT Real ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดในการสร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านอสังหาฯที่ไม่จำกัดอยู่เพียงในตำรา แต่เน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้ที่อยู่ในแวดวงอสังหฯจริง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ แนวโน้มตลาด และปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลา

จากสภาพความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอสังหาฯ ที่เกิดขึ้น การทำงานและการตัดสินใจบนข้อมูลที่เชื่อถือได้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับนักพัฒนอสังหาฯ ดังนั้น The NEXT Real จึงได้รวบรวม 3 เอเจนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ระดับอินเตอร์ ได้แก่ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด มาช่วยให้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ภาพรวมตลาดและแนวโน้มในปี 2569 โดยครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ 6 เซ็กเตอร์หลัก ได้แก่ Residential, Industrial & Warehouse, Office & Retail, Hotel, Data Center และ Land

ณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Knight Frank) กล่าวว่า ปี 2569 ภาคอุตสาหกรรมจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดอสังหาฯไทย แต่เงินลงทุนจะไม่กระจายเหมือนที่ผ่านมา และจะกระจุกตัวในทำเลและโครงการที่มีความพร้อมจริง โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่สามารถใช้งานได้ทันทีและรองรับการดำเนินงานในระยะยาว

ตลาดอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ในกลุ่มนี้ถือว่ามีผลประกอบการที่โดดเด่นมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีการเติบโตที่มั่นคง ซึ่งคลังสินค้า (Warehouse) ปัจจุบันมีซัพพลายรวมประมาณ 6,000,000 ตารางเมตร โดยมีอัตราการเช่าอยู่ที่ 85.5% และราคาเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 161 บาทต่อตารางเมตร ตลาดคลังสินค้ามีความยืดหยุ่นสูงเนื่องจากลักษณะการสร้างมักเป็นแบบ Build-to-order หรือสร้างเมื่อมีคำสั่งเช่า ทำให้ซัพพลายและดีมานด์ค่อนข้างสมดุลกัน และโรงงานอุตสาหกรรม (Factory) มีซัพพลายประมาณ 3,900,000 ตารางเมตร โดยมีอัตราการเช่าสูงถึง 98.4% และราคาเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 202 บาทต่อตารางเมตร ส่วนทำเลหลักแบ่งออกเป็น 3 โซนสำคัญ คือ Bangkok Metropolitan บริเวณถนนบางนา-ตราด, Central Ayutthaya, Future Park Rangsit และ EEC ชลบุรี, ระยอง ซึ่งเป็นโซนที่เติบโตเร็วที่สุดจากการสนับสนุนของภาครัฐ ทำให้ราคาที่ดินและโรงงานในโซนนี้ขยับตัวสูงขึ้นเทียบเท่าหรือสูงกว่าบางนา

แนวโน้มในอนาคต พบว่าตลาดผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 2018 และกำลังอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งจุดต่ำสุดคาดการณ์ว่าตลาดออฟฟิศจะลงไปถึงจุดต่ำสุดในปี 2027 เนื่องจากจะมีซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาดอีกประมาณ 1,000,000 ตารางเมตร และหลังจากปี 2027 จะเริ่มฟื้นตัวเมื่อซัพพลายใหม่ถูกดูดซับ ตลาดจึงจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวอีกครั้ง

เพ็ญธิดา ศรีสว่าง ผู้อำนวยการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด (CBRE) กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีที่ผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุนต้องบริหารสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยโอกาสทางธุรกิจยังคงอยู่ในกลุ่มที่สามารถปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ทั้งการพัฒนาโครงการใหม่และการยกระดับสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิม โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความยืดหยุ่นของรูปแบบการดำเนินธุรกิจมากขึ้น

ตลาดอาคารสำนักงาน (Office Market) สถานการณ์ตลาดออฟฟิศในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านซัพพลายที่ล้นตลาด มีพื้นที่สำนักงานรวมกว่า 6,000,000 ตารางเมตร ราคาเสนอเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 853 บาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันเป็น “ตลาดของผู้เช่า” ซึ่งผู้เช่าสามารถต่อรองส่วนลดได้ถึง 15-30% โดยเทรนด์ปัจจุบัน มีดังนี้

  • Mixed-use อาคารสำนักงานยุคใหม่จะไม่สร้างแบบเดี่ยวๆ (Standalone) แต่จะรวมห้างสรรพสินค้า โรงแรม และที่พักอาศัยไว้ด้วยกัน เช่น One Bangkok หรือ Dusit Central Park
  • Flight to Quality  ผู้เช่ามีแนวโน้มย้ายจากอาคารเกรด B ไปสู่อาคารเกรด A ที่ทันสมัยกว่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ และเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • การยกเลิก Work From Home: หลายบริษัทเริ่มให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศเนื่องจากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้ยังคงมีความต้องการเช่าพื้นที่อยู่
  • ทำเลที่น่าสนใจ ได้แก่ สยาม-เพลินจิต-ราชดำริ ยังคงเป็นโซนที่แพงที่สุด (ประมาณ 1,072 บาทต่อตารางเมตร) ขณะที่ย่าน พระราม 9-รัชดา มีอัตราการเช่าสูงถึง 80% เนื่องจากเป็นที่นิยมของบริษัทจากจีนและมีซัพพลายใหม่น้อย

“ประเทศไทยเป็นเป้าหมายการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ระดับโลกทั้งจากประเทศตะวันตกและประเทศตะวันออกนับสิบราย มูลค่าขอส่งเสริมการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะนี้เริ่มมีการลงมือก่อสร้างแล้ว”

ส่วน การัณย์ คานิเยาว รองประธานอาวุโส ฝ่ายบริการลงทุนซื้อขาย ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก จากกลุ่มบริการการลงทุนด้านโรงแรม บริษัทโจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯไทยในปี 2569 ยังคงขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาวและรองรับการเติบโตในอนาคตมากขึ้น รวมถึงแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการที่สอดรับกับหลัก ESG ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด

จากสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 35.5 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับในปี 2014 ตลาดหลักที่สำคัญ ได้แก่ มาเลเซีย จีน รัสเซีย และอินเดีย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดีย รัสเซีย และไต้หวัน ที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยกลุ่มโรงแรมระดับ Luxury ถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาด (Trend Setter) เนื่องจากเป็นเซกเมนต์ที่ฟื้นตัวเร็วที่สุดในแง่ของราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) เมื่อเพดานราคาของโรงแรมระดับ Luxury ขยับสูงขึ้น จะส่งผลให้โรงแรมในระดับรองลงมาอย่าง Upscale และ Midscale สามารถปรับราคาตามขึ้นไปได้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ระดับโลกใหม่ๆ เข้ามาเปิดตัวในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง เช่น Aman, Autograph Collection และ Standard ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของตลาดโรงแรมในไทยให้มีความหลากหลายและทันสมัยมากขึ้น

ทั้งนี้สถานการณ์การซื้อขายโรงแรม โดยมูลค่าการซื้อขายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2022-2023) มียอดการซื้อขายทำสถิติสูงถึงประมาณ 22,000 – 25,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่อยู่ประมาณ 14,000 ล้านบาท ส่วนจำนวนธุรกรรมเฉลี่ย 18 รายการต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ 13 รายการ และทำเลทองในการซื้อขายกรุงเทพฯ ยังคงเป็นเป้าหมายหลัก ได้แก่ สุขุมวิท และสาทร ตามด้วยภูเก็ต สมุย และกระบี่ ทั้งนี้เริ่มเห็นแนวโน้มการทำธุรกรรมแบบ Leasehold (สิทธิการเช่า) มากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมามีถึง 5 รายการจากทั้งหมด 18 รายการ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนไม่จำเป็นต้องซื้อที่ดินแบบ Freehold เสมอไปในการพัฒนาโครงการโรงแรม

“ธุรกิจ Hospitality มีแนวโน้มเติบโตมากในประเทศไทย ปีที่ผ่านมาเราได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือโรงแรมจำนวนมาก กองทุนและนักลงทุนระหว่างประเทศต้องมีการถือทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมเพราะสามารถสร้างเงินสดได้ตลอดเวลา และซื้อขายเปลี่ยนมือได้คล่องตัว”

ทั้งนี้สำหรับหลักสูตร The NEXT Real รุ่นที่ 16 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 26 มีนาคม 2569 โดยจัดการเรียนการสอนทุกวันศุกร์ รวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม – 28 สิงหาคม 2569 และหลักสูตร ReDev เปิดเรียน รุ่น 1 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ – วันที่ 3 เมษายน 2569

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง