แอลจีเผยผลประกอบการไตรมาส4 และปี’68 รายได้แตะ 2.41 ล้านล้านบาท

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด ประกาศผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาส 4 และตลอดทั้งปี 2568 โดยมีรายได้รวม 2.41 ล้านล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 6.69 หมื่นล้านบาท สร้างสถิติรายได้ประจำปีสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่สอง แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ แต่กลุ่มธุรกิจ HS ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ VS สามารถรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัวลง

โดยกำไรจากการดำเนินงานมีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มจอภาพ ท่ามกลางการฟื้นตัวของอุปสงค์ที่ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์และการแข่งขันในตลาดที่ทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการรับรู้ต้นทุนพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว เป็นมูลค่าหลายแสนล้านวอนในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรทั่วทั้งองค์กร โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งเสริมความยืดหยุ่นของโครงสร้างต้นทุนในระยะกลางถึงระยะยาว

ทั้งนี้แอลจียังคงเดินหน้าขับเคลื่อนความก้าวหน้าในกลุ่มธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่โมเดลธุรกิจที่สร้างมูลค่าสูงและมีความยืดหยุ่นต่อสภาวะตลาด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ B2B เช่น โซลูชันยานยนต์ ระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์และชิ้นส่วน, กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ เช่น แพลตฟอร์ม webOS และบริการบำรุงรักษา รวมถึงช่องทางธุรกิจ D2C ที่ครอบคลุมโมเดลธุรกิจบอกรับสมาชิก และแอลจีออนไลน์ช้อป โดยรายได้จากกลุ่มธุรกิจ B2B เพิ่มขึ้นถึง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 6.51 แสนล้านบาท และเป็นที่น่าสังเกตว่ากำไรจากการดำเนินงานรวมของกลุ่มธุรกิจ VS และ ES ซึ่งเป็นสองแกนหลักของสายงาน B2B สามารถทำสถิติสูงกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท ได้เป็นครั้งแรก ส่วนรายได้จากโมเดลธุรกิจ Subscription เติบโตถึง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ใกล้แตะระดับ 6.75 หมื่นล้านบาท

ผลการดำเนินงานและทิศทางธุรกิจปี 2568 แยกตามกลุ่มธุรกิจ

  • กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน Home Appliance Solution หรือ HS รายงานรายได้ 7.06 แสนล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน 3.46 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อหักผลกระทบจากต้นทุนพิเศษออกไป แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวรับมือกับแรงกดดันด้านภาษีของสหรัฐฯ ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพฐานการผลิต การปรับกลยุทธ์ด้านราคา และการบริหารจัดการต้นทุน และสำหรับในปี 2569 ได้วางแผนที่จะรักษาการเติบโตผ่านการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเกิดใหม่ พร้อมทั้งมุ่งมั่นพัฒนาพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบบิ้วท์อิน โซลูชันชิ้นส่วน แพลตฟอร์ม AI Home และหุ่นยนต์สำหรับใช้ในบ้านอย่างต่อเนื่อง
  • กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง Media Entertainment Solution หรือ MS มีรายได้ 5.25 แสนล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานติดลบที่ 2.03 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเนื่องจากผลกระทบจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ที่ล่าช้า และสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดจอภาพระดับโลก และในปี 2569 มุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งในส่วนของ OLED และ LCD รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี Micro RGB และจะยังคงขยายความต้องการในตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มไลฟ์สไตล์ อาทิ StanbyME และ Easy TV ในขณะเดียวกัน ธุรกิจโฆษณาและคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม webOS คาดว่าจะรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อไป โดยอาศัยการลงทุนด้านคอนเทนต์และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ

  • กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ Vehicle Solution หรือ VS สร้างผลการดำเนินงานสูงสุดทั้งในด้านรายได้และกำไร โดยมีรายได้ที่ 3.01 แสนล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน 1.51 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการสามารถส่งมอบงานตามคำสั่งซื้อที่คงค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าอุปสงค์ยานยนต์ทั่วโลกจะเผชิญกับความไม่แน่นอนในระยะสั้นจากความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค แต่ยังคงวางแผนกระชับความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตรถยนต์ และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านผลกำไร พร้อมทั้งเดินหน้าเสริมด้านโซลูชันสำหรับยานยนต์แห่งอนาคต อาทิ ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
  • กลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม Eco Solution หรือ ES รายงานรายได้ที่ 2.52 แสนล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.75 หมื่นล้านบาท ซึ่งรายได้มีการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อหักผลกระทบจากต้นทุนพิเศษ ในปี 2569 คาดการณ์ว่าอุปสงค์สำหรับโซลูชันประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะปั้มความร้อนที่ใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในตลาดต่างประเทศ และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในระบบระบายความร้อนสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ AI ผลักดันการใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว สู่เชิงพาณิชย์ และขยายความร่วมมือเพื่อพัฒนาโซลูชันระบายความร้อนแบบแช่ในของเหลวต่อไป

โพสที่เกี่ยวข้อง